เมื่อฟังก์ชั่น ดีไซน์ แฟชั่น และเรือนเวลามาบรรจบกัน
WATCHES
เมื่อฟังก์ชั่น ดีไซน์ แฟชั่น และเรือนเวลามาบรรจบกัน
Fashion Function and Fun

ในเดือนนี้ไม่ใช่แฟชั่นที่ร้อนแรงจนเกิดเป็นกระแสครึกโครมเท่านั้น แม้แต่นาฬิกาก็มีกับเขาเหมือนกัน มาแรงสุดยกให้นาฬิกาสปอร์ตพร้อมตัวเรือนทนทานและสายนาฬิกาเหมาะกับลุยไปทุกที่ ว่าแล้วมาดูกันว่าเรือนไหนเข้าตาเราบ้าง

The journey has just begun
อีกหนึ่งตัวแทนของการท่องโลกยกให้ Audemars Piguet รุ่น Royal Oak Offshore Diver เสริมเสน่ห์ด้วยโทนสีใหม่ตัดกับสีน้ำเงิน ชวนให้นึกถึงทะเลสีน้ำเงินเข้ม มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสตีล 42 มม. ปิดผนึกแน่นหนาเพื่อป้องกันกลไกอัตโนมัติ Calibre 3120 จากการดำดิ่งลงท้องทะเลลึก 300 เมตร ขณะที่สายยางยังเพิ่มความมั่นใจในการตะลอนเที่ยวได้อีกด้วย

Diving to THE new world
Seiko สานต่อการผจญภัยใต้ท้องทะเลอีกครั้งด้วยรุ่น SEIKO Zimbe Limited Edition รุ่นที่ 4 โดยได้แรงบันดาลใจจากฉลาม-วาฬผู้ยิ่งใหญ่นักเดินทางแห่งโลกใต้ทะเลผสานกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ยากจะเกิดขึ้นอย่าง ‘ทะเลเรืองแสง’ นำมาสู่ตัว-เรือนและสายสเตนเลสสตีล ล้อมกรอบอินเด็กซ์ด้วยสีทองสว่าง เพิ่มลูกเล่นหน้าปัดเกลียวคลื่นเวฟแพตเทิร์น ภายในบรรจุกลไกจักรกลอัตโนมัติคาลิเบอร์ 6R15 เก็บสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 50 ชั่วโมง ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,639 เรือนเท่านั้น

Ready for Adventure
สังเกตว่าในปีนี้หลายต่อหลายแบรนด์นำเสนอนาฬิกาสปอร์ตคู่สายนาโต้และสไตล์ทหารกันถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้กระทั่งแบรนด์ชั้นนำอย่าง TAG Heuer ยังนำเสนอทางเลือกใหม่ผ่านรุ่น AQUARACER Camouflage 300 Metres มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่รับแรงบันดาลใจจากลายพราง Arctic ของทหารนาโต้ มีให้เลือกใส่ระหว่าง รุ่นลายพรางสีน้ำเงินตัดสีเทามาคู่หรือ camo print และรุ่นสีกากีจับคู่กับสายสีเดียวกันหรือ khaki print ทุกรุ่นมาโดดเด่นด้วยตัวเรือนไทเทเนียมน้ำหนักเบาเคลือบ PVD สีดำ ปิดผนึกแน่นหนาพร้อมดำดิ่งความลึก 300 เมตร ซึ่งชวนให้นึกถึงสมัยที่ผู้บุกเบิก Edouard Heuer ยื่นจดสิทธิบัตรตัวเรือนกันน้ำเป็นรายแรกในปี 1892 และพัฒนานาฬิกามาจนปัจจุบัน เสริมเสน่ห์ด้วยขอบตัวเรือนหนาแสดงนาทีด้วยเลขอารบิก หลักแสดงชั่วโมงและเข็มนาฬิกาขนาดใหญ่ดุดัน ส่วนกลไกขับเคลื่อนการบอกเวลาใช้กลไกอัตโนมัติ Calibre 5 ที่พร้อมบอกเวลาตลอดการผจญภัยของคุณ

Made for adventure lovers 
ไม่พลาดทุกการเดินทางด้วยนาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟรุ่น Tissot Chrono XL กับขนาดใหญ่สะใจทั้งตัวเรือน 45 มม. และตัวเลขอารบิกตำแหน่ง 3, 6, 9 และ 12 ทำให้ง่ายต่อการอ่านเวลา มาคู่กับสายหนังสีน้ำตาลวินเทจที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและวินเทจได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เรื่อง : Panya Lee
ภาพ : Courtesy of Brands
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/09/tumblr_o3j4vsRzMf1slv4v4o1_1280-1024x1024.jpg