SEX & RELATIONSHIP
ABNORMAL LOVE EP.1
ความรักต่างมุมมองในแบบ BDSM และอื่นๆ

ใครว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง? จริงๆ แล้ว มนุษย์เราเก่งเรื่องรักมากกว่าเรื่องอื่น และคงจะไม่ผิดที่กล่าวว่าทุกคนนั้นต้องมีความรักในหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นรักสำหรับใครบางคน หรือรักสำหรับสิ่งของบางสิ่ง แม้กระทั่งคนที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก ก็ยังมีของรักที่หวงแหน

มนุษย์เรานั้นเก่งเรื่องความรักมากเสียจนบรรยายรักได้หลายรูปแบบ รูปแบบและการแสดงออกของความรักในแต่ละคนจึงแตกต่างกันออกไป กระทั่งคอนเซ็ปต์ของความรักขยายความออกไปได้มากมาย

ความรักมีหลายมิติ และมีวิวัฒนาการนับหมื่นนับแสนปี จนก้าวข้ามเพียงรักระหว่าง ‘คนสองคน’ เดี๋ยวนี้มีหมด ‘ชายรักหญิง ชายรักชาย’ หรือแม้แต่ ‘มนุษย์รักสิ่งของ’

ความผูกพันที่คนคนหนึ่งมีให้กับสัตว์เลี้ยงของตัวเองอาจเท่ากับความหวงแหนที่หญิงสาว คนหนึ่งมีให้กับของเล่นสีดำอันใหญ่ชื่อ ‘Dark Invader’ ที่ซ่อนอยู่หลังตู้เสื้อผ้าของเธอก็เป็นได้

แน่นอน ในขณะที่มนุษย์มีเสรีภาพทางความคิด การจะรักหรือหลงใหลอะไรถือเป็นสิทธิ์เฉพาะบุคคล ตราบใดที่อยู่ในเกณฑ์พื้นฐานที่สังคมยอมรับ แต่การแสดงออกที่อยู่ในข่าย ‘ไม่ปกติ’ ก็อาจถูกสังคม ‘ยึด’ สิทธิเสรีภาพไปได้เช่นกัน

นี่คือตัวอย่างรูปแบบหรือการแสดงออกของ ‘รักต้องห้าม’ หรือ ‘รักมีตราบาป’ เป็นรักที่อยู่เหนือกว่าการแสดงออกทางความรักทั่วไป

new-sex

แม้จะมีหลายกลุ่ม sexual fetish อ้างถึงการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่คงไม่มีทางจะเทียบกับ BDSM หรือเซ็กซ์ซาดิสม์ที่กำลังเข้าสู่กระแส mainstream และเป็นการแสดงออกทางเพศ ‘ต้องห้าม’ ที่สังคมค่อยๆ เปิดใจยอมรับอย่างไม่รู้ตัว

ปรากฏการณ์ที่น่าประหลาดใจนี้ ต้องให้เครดิตกับวงการบันเทิงและวงการแฟชั่นที่ทำให้ภาพของการแต่งตัวและการแสดงออกแบบ BDSM นั้นดูกลายเป็นเรื่อง ‘ชินตา’ การล้างสมองทีละนิดค่อยๆ เปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มีต่อ BDSM

Stereotype ที่ฮอลลีวู้ดสร้างภาพของชาว BDSM ไว้เป็นกลุ่มคนที่ชอบใส่ชุดหนังแบบคอสเพลย์ ชอบแสดงบทบาทในการแสดงออก มักมีการมัดคน เอาเทียนลน เอาแส้เฆี่ยน เพื่อทรมาน หรือดูถูกเหยียดหยามฝ่ายตรงข้ามด้วยการปัสสาวะรด

สิ่งเหล่านี้อาจไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูกเลยเสียทีเดียว เพราะถือเป็นความชื่นชอบ BDSM ที่นับวันยิ่งมีมาก และขยายวงกว้างขึ้นเช่นเดียวกับคอนเซ็ปต์ของความรักนั่นเอง

BDSM นั้นย่อมาจากคำแปลที่ซ้อนกันระหว่างตัวอักษร

Bondage and Discipline (BD) คือพันธะและการอยู่ในระเบียบวินัย
Dominance and Submission (DS) คือการมีอำนาจและการจำนน
Sadism and Masochism (SM) คือความซาดิสม์และวิปริต

ถึงแม้จะจัดว่าเป็น sexual fetish หรือเป็นวิธีสำเร็จความใคร่อย่างหนึ่ง แต่วิวัฒนาการของ BDSM นั้นก้าวข้ามไปกว่าเรื่องทางเพศอย่างคาดไม่ถึง

มีคนจำนวนไม่น้อยที่เล่าว่า BDSM นั้นไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กซ์ การเล่นบทบาทตัวละครระหว่าง mistress หรือ master และ slave หรือนายกับทาสนั้นเป็นวิธีการบำบัดจิตใจได้ทีเดียว

การได้เบ่ง ได้วางอำนาจ หรือ Powerplay นั้นช่วยให้ชาว BDSM ที่มี ‘อำนาจน้อย’ และอยู่ในตำแหน่งที่มักจะโดนกดขี่ในชีวิตจริง ได้ปลดปล่อย และ ‘เอาคืน’

ตัวอย่างเช่น สาวชาวอเมริกันคนหนึ่งที่ตอบคำถามไว้ในแบบสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้

“ฉันได้กดขี่ ข่มเหง และมีอำนาจสั่งให้คนทำอะไรที่มันทุเรศและสกปรก… มันเหมือนการปลดโซ่ตรวนและปลดปล่อยฉันจากโลกแห่งความจริง”

สาว white collar วัย 30 ต้นเล่าถึงวิธีที่เธอมาปลดปล่อยความโกรธความเบื่อหน่ายของการที่โดนหัวหน้าหรือเจ้านายกดขี่ มันทำให้ชีวิตในสังคมของเธอง่ายขึ้นมาก ในทางกลับกัน บางทฤษฎีก็อ้างว่าคนที่มีอำนาจและคนใหญ่คนโตบางคนในสังคม (ที่ชอบ BDSM) ก็มักชอบถูกกดขี่ระหว่างแสดงบทบาท การโดนปัสสาวะรด นอกจากจะช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศเป็นอย่างมากแล้ว การที่ถูกใช้อำนาจใส่ ถูกทำร้าย ถูกกดขี่นั้น เหมือนเป็นการบาลานซ์กับอำนาจในชีวิตจริง

ลองคิดภาพตัวเองมี gagball อยู่ในปาก แล้วมีเจ้าแม่ที่ไหนก็ไม่รู้กำลังเฆี่ยนก้นของคุณ เป็นคนดูคนที่สามก็คงเป็นภาพที่ดูแล้วก็แปลกดี!

Basic Gadgets (starter pack) For A BDSM Novice
ของเล่นไฮเทคขั้นพื้นฐานสำหรับน้องใหม่ BDSM โดยเฉพาะ!

new-sex2

ติดตามในรูปแบบอื่นๆ ได้เร็วๆ นี้ที่นี่ หรือนิตยสารแอลเมนฉบับกุมภาพันธ์

เรื่อง: นพนันท์ อริยะวงศ์มณี
ภาพ: GETTY IMAGES

you may also like
SEX & RELATIONSHIP
คิดถึงกลิ่นไส้กรอกอีสาน
SEX & RELATIONSHIP
เปิดประสบการณ์สาวไซด์ไลน์ เรื่องจริงจากปาก เล่าให้ฟังเฉพาะหนุ่มๆ Elle Men
SEX & RELATIONSHIP
เรื่องเสียวและรักต่างแดน
SEX & RELATIONSHIP
ห้าอันดับอาหารจานเด็ดเพิ่มพลังเซ็กซ์
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/02/open-sex.jpg