คนหยุดเวลา : ชัยรัตน์ เติบไพบูลย์ อาจารย์หมอกายวิภาคศาสตร์
PEOPLE
คนหยุดเวลา : ชัยรัตน์ เติบไพบูลย์ อาจารย์หมอกายวิภาคศาสตร์
The Time Freezers

เวลาคือสิ่งสมมติที่มนุษย์ทุกคนรู้สึกได้ เพราะเดิมพันของมันคือลมหายใจในทุกวินาที แต่ความหมายของเวลาจะเปลี่ยนไปเมื่อผ่านมือของสามบุรุษต่างวิชาชีพ อาจารย์กายวิภาคศาสตร์ผู้ทำงานกับร่างของมนุษย์ที่โดนหยุดเวลาไว้ ศัลยแพทย์ผู้ย้อนวัยผ่านใบมีดและเข็มฉีดยาไปจนถึงช่างภาพผู้ขุดความทรงจำคืนมาจากภาพถ่ายเก่า เชิญสัมผัสมิติของเวลาในมุมใหม่ เพราะใช่ว่าเวลาจะไม่เคยหยุดเดิน


อ.ดร.นพ. ชัยรัตน์ เติบไพบูลย์
รองหัวหน้าภาควิชา ฝ่ายบัณฑิตศึกษาและพัฒนาคุณภาพ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

เตรียมร่างอาจารย์ใหญ่

การศึกษากายวิภาคศาสตร์ยุคโบราณนั้นไม่มีโปรแกรม 3D ที่ช่วยอิมเมจให้นักเรียนเห็น จึงต้องใช้ร่างมนุษย์ซึ่งเราเรียกว่า Cadaver มารักษาสภาพ (หรือดอง) ให้นักเรียนชำแหละจริงๆ วิธีดั้งเดิมคือ Embalmed Cadaver ใช้ฟอร์มาลีนและสารเคมีอื่นๆ มาผสมกัน และนำร่างไปแช่ในบ่อรักษาสภาพให้ท่วมอยู่เกือบปี เนื้อเยื่อที่ได้จะมีสีเข้มและแข็งกว่าร่างมนุษย์จริง เหมาะสำหรับนักศึกษาแพทย์ที่จะศึกษาสตรักเจอร์ต่างๆ แต่สำหรับแพทย์เฉพาะทางที่ต้องฝึกผ่าตัดนั้น จำเป็นต้องฝึกกับร่างของอาจารย์ใหญ่ที่มีความนิ่มใกล้เคียงกับมนุษย์จริง นั่นคือ Soft Cadaver หรือศพนุ่ม ซึ่งผ่านการดองน้ำยาในสูตรที่ต่างจากแบบแรกประมาณครึ่งปี แบบที่สามคือ Fresh Cadaver หรือแบบสด ไม่ผ่านน้ำยา รับร่างมาเข้าฟรีซเซอร์ ใช้ความเย็นเพื่อชะลอการเน่าเปื่อย เมื่อจะนำออกมาฝึกผ่าตัดต้องรอให้หายเย็นก่อน แน่นอนว่าแบบนี้จะใกล้เคียงกับมนุษย์จริงๆ ที่สุด แต่ทุกครั้งที่นำออกมาที่อุณหภูมิห้อง จะต้องเจอกับแบคทีเรียและเชื้อโรคที่ลงมา ferment ที่ผิว ทำให้อายุไม่ยาวเท่าสองแบบแรก

อีกแบบที่ทำคือทำเป็นโครงกระดูก เมื่อได้ร่างมา เราชำแหละเพื่อเลาะกระดูกออกมาเป็นชิ้น โดยผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น ต้มเพื่อให้ถูเนื้อที่เกาะอยู่กับกระดูกออกได้ง่าย เอาไปฝังทรายหรือตากแดดเพื่อให้ไขมันที่อยู่ในโพรงพรุนๆ ของไขกระดูกถูกแอ็บซอร์บออกให้แห้ง อีกวิธีที่นิยมทำกันคือ Plastination คือการนำชิ้นส่วนของ Embalmed Cadaver ไปผ่านกระบวนการชุบพลาสติกเหลวจนฉ่ำ แล้วค่อยทำให้แข็งตัว ข้อดีคือ สามารถจับต้องได้ ไม่เหมือนกับ specimen ที่แช่ฟอร์มาลีนเจือจางอยู่ในโหลที่เรามักเห็นในพิพิธภัณฑ์

ในขวดโหลคือชิ้นส่วนที่ผ่านกระบวนการ Embalmed Cadaver แล้วนำมาแช่ในฟอร์มาลีนเจือจาง ส่วนท่อนขาที่เห็นนั้นผ่านกระบวนการ Plastination สามารถสัมผัสเพื่อศึกษาได้

ชีวิตอมตะและการโกงความตาย

ก่อนจะมาเป็นอาจารย์ ผมเป็นแพทย์มาก่อน ได้สัมผัสกับความเป็นความตายจนชิน วันๆ มีคนใกล้จะเสียชีวิตที่เราต้องคลุกคลีอยู่ด้วยเรื่อยๆ จนเราเริ่มเห็นสัจธรรมว่า เราอาจควบคุมได้ในบางเหตุปัจจัยที่เรารู้วิธีแก้ไขหรือชะลอมัน แต่สุดท้าย เมื่อถึงจุดที่เหตุปัจจัยจะต้องหยุด มันก็ต้องหยุด เราควบคุมมันไม่ได้ เมื่อกลับมาเป็นอาจารย์ งานที่เราทำคือ เจอแต่ร่างของคนที่เคยมีชีวิต เราอาจจะคิดว่ากระบวนการเหล่านี้สามารถหยุดเวลาเพื่อที่จะทำให้ไม่เน่าเปื่อยได้ ยกตัวอย่างในกระบวนการปกติ เมื่อเราเสียชีวิต ร่างกายจะมีปฏิสัมพันธ์กับเชื้อโรค อุณหภูมิ สิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเน่าเปื่อย แต่ที่เราทำคือแค่เปลี่ยนให้ร่างกายไปมีปฏิสัมพันธ์กับน้ำยา ทำให้ไม่เน่าเปื่อยเร็วนัก เอาเข้าจริงๆ ทุกอย่างต้องสลายไปตามกาลเวลาอยู่ดี ถึงจะหยุด ก็ไม่ถาวร สุดท้าย ทุกคนก็ต้องมาถึงจุดๆ นี้ จะช้าจะเร็ว แค่นั้นเอง

ไตรลักษณ์กับมิติที่สี่

ผมคิดว่าเวลาเป็นปัจจัยที่คนพยายามหาทางชะลอ หรือหยุด หรือยืดมัน ตามหลักวิทยาศาสตร์ เมื่อเราพูดถึงมิติทั่วไปอย่างกว้าง ยาว สูง เหมือนแกน x, y, z เวลาก็คือมิติที่สี่ ถ้าวันหนึ่งเราเข้าใจฟิสิกส์จนถึงจุดที่สามารถควบคุมเวลาได้ โดยไม่ต้องปล่อยให้เวลาไหลไปแบบนี้ เราอาจจะไปอนาคตเร็วขึ้น หรือย้อนกลับไปหาอดีตก็ได้ เหมือนที่เราเคลื่อนที่บนระนาบของแกน x, y, z แต่ ณ วันนี้ เรายังอยู่ในไตรลักษณ์ ทุกอย่างคือสิ่งสมมติ ไม่คงรูปของมัน และไม่มีความเป็นมัน เพราะมันปฏิสัมพันธ์กับสิ่ง


ติดตามเรื่องราวจากอีกสองบุรุษผู้หยุดเวลาได้ที่นิตยสารแอลเมน ฉบับเดือนสิงหาคม และที่เว็บไซต์ ELLEMENTHAILAND.COM

เรื่อง : กรกฎ อุ่นพาณิชย์
ภาพ : อังกฤษ พลางกูร
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/08/sq-6.jpg