คนหยุดเวลา : ชาติฉกาจ ไวกวี ช่างภาพ และนักบูรณะภาพถ่าย
PEOPLE
คนหยุดเวลา : ชาติฉกาจ ไวกวี ช่างภาพ และนักบูรณะภาพถ่าย
The Time Freezers

เวลาคือสิ่งสมมติที่มนุษย์ทุกคนรู้สึกได้ เพราะเดิมพันของมันคือลมหายใจในทุกวินาที แต่ความหมายของเวลาจะเปลี่ยนไปเมื่อผ่านมือของสามบุรุษต่างวิชาชีพ อาจารย์กายวิภาคศาสตร์ผู้ทำงานกับร่างของมนุษย์ที่โดนหยุดเวลาไว้ ศัลยแพทย์ผู้ย้อนวัยผ่านใบมีดและเข็มฉีดยาไปจนถึงช่างภาพผู้ขุดความทรงจำคืนมาจากภาพถ่ายเก่า เชิญสัมผัสมิติของเวลาในมุมใหม่ เพราะใช่ว่าเวลาจะไม่เคยหยุดเดิน


ชาติฉกาจ ไวกวี
ช่างภาพ และนักบูรณะภาพถ่ายแห่งห้องภาพบุญตา ร.ศ.235

คุณค่าที่เงินตราซื้อไม่ได้
การบูรณะภาพเก่าคือการชุบชีวิตภาพขึ้นมาใหม่ ซึ่งภาพนั้นอาจหาต้นแบบหรือฟิล์มไม่เจอแล้ว มีลูกค้าบางคนเอารูปในวันที่คุณพ่อของเขารับปริญญากับในหลวงมาให้เราทำ ซึ่งภาพนั้นถูกตากแดดจนซีด แต่เราก็ชุบชีวิตกลับมาได้ อีกเคสที่ซึ้งใจมากคือ มีคนจากระยองส่งฟิล์มมา เป็นฟิล์มสภาพเก่าเกิน 60 ปี เขาบอก “ช่วยอัดให้หน่อยครับ ข้างในเป็นภาพเด็กผู้ชายสองคนยืนอยู่ พ่อผมคือเด็กตัวเล็ก ซึ่งตอนนี้ พ่อผมอยู่ไอซียู ส่วนคนที่ยืนอยู่คือพี่ชายของพ่อ พ่อกำลังจะเสีย พ่ออยากดูรูปพี่ชาย เพราะพ่อบอกว่า พ่อกำลังจะไปหาพี่แล้วช่วยอัดให้หน่อย” ผมรีบอัดคืนนั้นแล้วส่งไปหาเขาเลย

เคยมีเศรษฐีคนหนึ่งขับรถสปอร์ตเข้ามาแล้วบอกว่า “ผมซื้อได้ทุกอย่างได้ แต่สิ่งเดียวที่ผมซื้อไม่ได้คือความทรงจำ จะวันแต่งงานลูกผมแล้ว อัดรูปนี้ให้หน่อย ผมไม่ได้เลี้ยงเขา นี่คือรูปเดียวที่ผมอุ้มเขาตอนเกิด” สำหรับผม มันเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก เพราะเรากำลังจะให้ของที่ต่อให้เขามีเงินจ่ายเท่าไหร่ก็ซื้อกลับมาไม่ได้ นั่นคือ ความทรงจำ

นี่คือการรีทัชแบบโบราณ ย้อนกลับไปในสมัยที่โฟโต้ยังเป็น ‘ความจำเป็น’ ไม่ใช่ ‘ฮอบบี้’ ในยุคที่ยังไม่มี Kodak หรือ Ilford คนโบราณใช้สิ่งของที่หาได้ในชีวิตประจำวันมาแต่งภาพ เช่น ดินสอเขียนผ้า (ในยุคที่ยังไม่มีดินสอแต้มฟิล์ม) ดินสอสองบีธรรมดา และมีดปลายแหลม อย่างแรกที่ต้องทำคือต้องอ่านฟิล์มให้ออก ต้องรู้ว่าเมื่ออัดออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร และใช้หลักการที่แสงผ่านฟิล์มมาแก้ไขทีละจุด ใช้ดินสอ ‘ถมแสง’ ในจุดที่ไม่ต้องการ เช่น ใบหน้าขรุขระ ก็เอาดินสอมาเกลี่ยทับ ทำให้ใบหน้าบนภาพที่อัดออกมาดูเนียนขึ้น ส่วนมีดจะใช้ในการ ‘เปิดแสง’ ขูดเนื้อฟิล์มออกให้เป็นเส้นสีขาวให้แสงผ่าน เช่น การเขียนคิ้วหรือกรีดใต้ตาคมๆ ในรูปถ่ายสมัยก่อน

มาจากสาธารณรัฐเช็ก สูงสองเมตร เป็นเครื่องอัดฟิล์มกระจกขนาด 8×10 นิ้ว หาเครื่องอัดฟิล์มเครื่องนี้มาเพื่ออัดฟิล์มกระจกพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงผนวชโดยเฉพาะ

ฟิล์มพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 ตอนเสด็จประพาสยุโรป พร้อมพระปรมาภิไธย ลงพระนามโดยใช้เหล็กแหลมจุ่มน้ำยา fixer ลงบนฟิล์ม เนื้อฟิล์มแผ่นนี้มีอายุกว่าร้อยปี แตกละเอียดบอบบาง และกรอบมาก ถ้ากดให้งอคือหักเลย เมื่ออัดออกมาจะเห็นลายแตกชัดเจนมาก ผมต้องใช้ถุงพลาสติกมาคลุมหน้าเลนส์ หลักการเดียวกับแอป Camera360 ใช้ความฟุ้งมาลดรอยแตก

ต้นฉบับของพระบรมฉายาลักษณ์นี้มีรอยด่างที่เกิดจากการออกซิไดซ์เกาะเต็มพระพักตร์ ต้องใช้ไซยาไนต์ทำความสะอาดจึงจะออก ภาพดั้งเดิมเมื่ออัดออกมาคือ ท่านจะดูลอยๆ เหมือนถูก di-cut บนฉากขาว และไม่มีแขน ผมบูรณะและตีความภาพนี้ใหม่ โดยสร้างแขนขึ้นมา และเพิ่ม gradients ข้างหลังเป็นมวลอากาศไล่โทนอยู่ในภาพ ทำให้รู้สึกว่ามีมิติมากขึ้น

สิ่งที่ยากที่สุดในการบูรณะภาพนี้คือการดึงพระเนตรของพระองค์ออกมาจากแว่นตาดำ โดยใช้วิธี dodge and burn หรือการฉายแสงเฉพาะจุด โดยกันบริเวณพระเนตรเอาไว้ให้รับแสงในเวลาที่น้อยกว่าจุดอื่น

ไม่อาจหวนคืน
ในฐานะคนบูรณะภาพเก่า สิ่งเดียวที่รู้สึกมาตลอดคือ เวลาเป็นของล้ำค่าที่สุดในจักรวาล ประเมินค่าไม่ได้ และเอาคืนมาไม่ได้ แม้เราจะบูรณะสิ่งเหล่านี้ได้แต่ก็ยังย้อนเวลากลับมาไม่ได้อยู่ดี ความสุขของเราคือการได้เอาชนะกฎของเวลา โฟโต้คือการชุบชีวิต ความท้าทายคือ คุณจะเอาเวลาที่อยู่ในภาพนั้นกลับคืนมาได้มากแค่ไหน เราสนใจห้วงเวลาแบบนี้มากๆ มันช่วยเตือนชีวิตตัวเองด้วยว่า จะไม่ใช้เวลาอย่างไร้ค่าอีกต่อไป ความคิดที่เปลี่ยนไปตามวัยคือ เวลามีไว้เพื่อชีวิตเรา ไม่ได้มีไว้เพื่อชีวิตคนอื่น เราจะไม่เอาเวลาไปเหนื่อยให้ใครอีกจะใช้เวลาของเราไปกับสิ่งที่เราหมกมุ่นและหลงใหลมันจริงๆ เพราะความสุขของชีวิตจะมีอะไรมากไปกว่าการได้มีเวลาเพื่อหวนคิดถึงช่วงเวลาที่เคยมีอีกล่ะ


ติดตามเรื่องราวจากอีกสองบุรุษผู้หยุดเวลาได้ที่นิตยสารแอลเมน ฉบับเดือนสิงหาคม และที่เว็บไซต์ ELLEMENTHAILAND.COM

เรื่อง : กรกฎ อุ่นพาณิชย์
ภาพ : อรรคพล คำภูแสน
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/08/sq-5-1024x1024.jpg