PEOPLE
THE BEST OF THE UNWANTED
Daniel Freitag บอกเราถึงที่มา ที่เป็น และที่ไปในวันข้างหน้าของแบรนด์ Freitag 

 s003-018

เริ่มต้นจากความอยากรู้ จนกระทั่งกลายเป็นแบรนด์ระดับโลก ปัจจุบันฟรายแท็กผลิตสินค้ามากกว่า 4,000 ชิ้นต่อวัน ตั้งแต่ที่ใส่นามบัตรจนถึงกระเป๋าเดินทาง อะไรที่ทำให้กระเป๋าจากวัสดุเหลือใช้กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก Elle Men มีโอกาสสัมภาษณ์แดเนียล ฟรายแท็ก หนึ่งในผู้ก่อตั้งที่จะมาเล่าให้เราฟังถึงความสำเร็จของเขา   

Elle Men: คุณเริ่มต้นสร้างธุรกิจจากสิ่งของเหลือใช้ อะไรทำให้คุณมั่นใจว่าสิ่งที่ทำนั้นจะขายได้ 

: เดิมทีเรามองหาสิ่งที่ทำเพื่อตัวเองมากกว่าจะทำไว้ขาย ผมเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ ส่วนพี่ชายเป็นนักออกแบบดิสเพลย์ให้ห้างสรรพสินค้า ซึ่งหลายๆ ครั้งเราทำงานกันแทบตายแต่เมื่อทำเสร็จมันก็หายวับไปภายในพริบตา เราเลยลองมองหาสิ่งที่เราสามารถทำได้และคงทนกว่าดิสเพลย์ เราอยากทำกระเป๋าเมสเซนเจอร์สักใบจึงมองหาวัสดุที่สามารถหยิบมาใช้ได้ และอย่างที่คุณรู้คนสวิสอย่างเราเก่งเรื่องการรีไซเคิลอยู่แล้ว เราเห็นว่าผ้าไวนิลที่ใช้คลุมรถบรรทุกเป็นวัสดุที่ตรงกับสิ่งที่เราอยากได้พอดี เพราะมันทั้งกันน้ำ ทนทาน และยังเป็นวัสดุที่มาจากการรีไซเคิลสิ่งของที่คนคิดว่าไม่มีประโยชน์แล้ว

Elle Men: ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่หันมาทำคอนเซ็ปต์เดียวกัน หรือถึงขั้นที่เรียกว่า ‘Copycat’ สินค้าของคุณอย่างจริงจัง คุณมองเรื่องนี้อย่างไรและทำอะไรกับบรรดาแบรนด์เหล่านั้นบ้างหรือเปล่า 

: ผมโอเคกับการมีคู่แข่งรายใหม่ๆ เกิดขึ้นมาในตลาดตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ก๊อปปี้งานออกแบบของเรา ผมว่าเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ แต่การทำของเลียนแบบก็มากไปหน่อย บางครั้งเราก็ต้องฟ้องร้องเพื่อความถูกต้องและเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์

Elle Men: อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณรู้ว่ากระเป๋าของคุณไปได้ไกลกว่าแค่วางขายในซูริก   

: เป็นคำถามที่ดี กระเป๋าอย่างที่เราทำนั้นคนยุโรปหรือคนจากประเทศใกล้เคียงบ้านเกิดของเราเข้าใจคอนเซ็ปต์การนำกลับมาใช้ใหม่ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นที่อื่นเราไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ไหม เพราะอย่างที่คุณเห็นฟรายแท็กเป็นของมีราคา ยิ่งเมื่อเทียบกับสินค้าที่ไม่ได้ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ด้วยแล้วก็ยิ่งรู้เลยว่าสินค้าของเราไม่ใช่ของถูก ฉะนั้นแต่ก่อนจึงมีแต่คนสวิส เยอรมัน หรือแถบๆ นั้นที่ใช้กัน ชนิดที่ว่าถ้าเห็นใครใช้ฟรายแท็กก็ทักได้เลยว่าคุณมาจากที่ใดที่หนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์แน่ๆ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมไปนิวยอร์กและได้เห็นสามีภรรยาคู่หนึ่งใช้กระเป๋าของเรา พวกเขาเป็นคนนิวยอร์กขนานแท้และชอบสินค้าของเรามาก นี่เองทำให้เรามั่นใจว่าฟรายแท็กน่าจะไปได้ไกลกว่าแค่ในยุโรป ผมว่านั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรากล้าทำอะไรๆ มากขึ้น

Elle Men: ความช่างคิดของคุณที่แทรกอยู่ในกระเป๋าทุกใบของฟรายแท็กนั้นน่าสนใจมาก บางชิ้นทำให้เราเซอร์ไพรส์ในความขี้เล่นของมัน คุณได้ไอเดียพวกนี้มาจากไหนกัน   

: ส่วนมากมาจากการทดลองใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะของทุกชิ้นเราใช้มันเสียจนรู้ว่ามันขาดอะไรไป แล้วเราก็ต่อยอดจากตรงนั้น อย่างผมเองในชีวิตประจำวันผมใช้จักรยานเป็นหลัก ผมจึงรู้ว่ากระเป๋าแบบไหนบ้างที่คนใช้จักรยานต้องการ ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละวันทำให้เราคิดอยากเพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆ เข้าไปมากกว่าจะมาตั้งโจทย์ว่าจะผลิตสินค้าชิ้นไหนออกมาขาย

Elle Men: อะไรคือสิ่งที่คุณอยากทำต่อไปในอนาคต  

: ผมอยากให้ความคิดเรื่องการผลิตสินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเช่นนี้่ยังคงอยู่ต่อไป ในยุโรป กระบวนการของเราค่อนข้างสมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงมือผู้ซื้อ แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น เรามีสินค้าวางขายทั่วโลก การขนส่งและอะไรหลายๆ อย่าง อาจทำให้เราพูดได้ไม่เต็มปากว่าเราเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นี่เป็นโจทย์ที่เราต้องคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไรในอนาคต  เราอาจจะขยายฐานการผลิตในเอเชียเพื่อขายสินค้าแถวๆ นี้และมองหาวัสดุใหม่ๆ

Elle Men: แล้วคุณเคยลองใช้วัสดุอย่างอื่นไหม

: ถ้าบอกว่าไม่เคยลองก็ดูเหมือนการโกหก (หัวเราะ) เคยครับ เราลองมาหลายอย่าง แต่ลงตัวที่สุดก็คือผ้าไวนิลนี่ล่ะ เพราะมีคุณสมบัติครบอย่างที่เราต้องการ แต่ตอนนี้เรากำลังพัฒนาวัสดุใหม่ที่เรียกว่า F-abric ซึ่งทำจากพืชและสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ คุณคงได้เห็นเร็วๆ นี้

Elle Men: กระเป๋าทรงไหนของฟรายแท็กที่คุณชอบใช้มากที่สุด  

: ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นผมทำอะไรที่ไหน ปกติกระเป๋าทรงเมสเซนเจอร์น่าจะเป็นกระเป๋าที่ผมใช้บ่อยสุด แต่ตอนนี้ผมชอบ R516 Hilten เป็นวีกเอนด์แบ็กขนาดกำลังดีสำหรับการเดินทาง 3-4 วัน

เรื่อง : เอกศาสตร์ สรรพช่าง  
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2016/04/cover-10.jpg