PEOPLE
Saint Laurent Paris collectors
ของรัก จากนักสะสม Tanakrit and Sorawis Saengvanich (Chef/Model)

new-saint1

เริ่มแต่งตัวจากสไตล์ไหนมาก่อน
Kris: สมัยอยู่นิวยอร์กเคยแว่บซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ Thom Browne อยู่พักนึง แต่พื้นฐานจริงๆ ที่เริ่มซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมก็เพราะแบรนด์ Dior Homme พอดีไซเนอร์อย่าง Hedi Slimane ลาออกไป ก็หยุดซื้อ เพราะเสื้อผ้ากลายเป็นแบบที่ไม่ค่อยใช่แนวเราเท่าไร แต่พอเอดิกลับไปทำแบรนด์ Saint Laurent เราก็ตามไปซื้อแบรนด์ที่มีผลงานของเขา
Gunn: แต่งมาทุกแนวเลย ช่วงก่อนนี้จะซื้อแบรนด์ Rick Owens กับเสื้อผ้าสายดาร์กหน่อย โทนสีเข้มเกือบทั้งหมดเลย

new-saint-3

new-saint2

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เริ่มมาสะสมเสื้อผ้าแบรนด์นี้
Kris: คงเป็นเหตุผลเดิม คือการที่เอดิกลับมานั่นล่ะ เขาทำให้เราเห็นว่าผู้ชายแต่งตัวเยอะๆ แล้วเป็นยังไง การที่ได้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อย่างงานที่เขาทำให้กับแบรนด์แซงต์ โลรองต์ จะเห็นว่ามีเรื่องราวของดนตรีร็อกเข้ามาเยอะขึ้น ผลัดเปลี่ยนอารมณ์ไปตามซีซั่น แต่เสื้อผ้าในทุกคอลเล็กชั่นของเขาก็ยังนำมาแมตช์กันได้อยู่

ดีไซเนอร์ของแบรนด์นี้
Kris: เสน่ห์ในตัวดีไซเนอร์คนนี้คือเหมือนคนที่สร้างลัทธิตัวเองขึ้นมา หลายคนชอบในตัวเขามากกว่าแบรนด์ที่เขาสังกัด สมมติวันนึงเขาย้ายไปแบรนด์อื่นก็คงตามไปซื้อเหมือนกัน ไม่ได้สนใจว่าจะแบรนด์อะไร เราสนใจว่าเขาอยู่ที่ไหนมากกว่า
Gunn: บางคนอาจจะซื้อเสื้อผ้าของแซงต์ โลรองต์เพราะอิทธิพลกระแสเกาหลี หรือวง Big Bang แต่ก็มีอีกกลุ่มคนที่ซื้อเพราะตัวดีไซเนอร์เหมือนกัน

เป็นคนตามเทรนด์หรือเปล่า ติดตามคอลเล็กชั่นอย่างไร
Kris: ซื้อของแบรนด์แซงต์ โลรองต์แทบทุกคอลเล็กชั่น แต่ไม่ได้ใส่ตามภาพคอลเล็กชั่นนะ เราเอาไปแมตช์กับเสื้อวินเทจมากกว่า เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าวินเทจก็จะซื้อแบรนด์เนมยี่ห้อนี้อย่างเดียวเลย

เวลาเลือกซื้อของจากแบรนด์แซงต์ โลรองต์
Kris: เน้นใส่จริงมากกว่า คิดว่าชิ้นไหนลงทุนแล้วคุ้มก็ซื้อ สไตล์ของเรา 2 คนค่อนข้างแตกต่างกันนิดนึง มีบางอย่างที่แบ่งกันใส่ได้ เช่น กางเกง รองเท้า แต่ฟิกเกอร์ช่วงไหล่เราใหญ่กว่าเขา เสื้อจะแบ่งกันใส่ไม่ได้
Gunn: ส่วนมากจะเลือกซื้อชิ้นที่มันแปลกๆ แรงๆ หน่อย อาจจะเป็นชิ้นที่ดูแล้วเก็บสะสมได้

กว่าจะจูนความชอบของทั้ง 2 คนให้ใกล้เคียงกัน
Kris: ไม่ยากหรอก เราเริ่มไปดูแบรนด์นี้ด้วยกัน ชอบพร้อมกัน ซื้อมาก็แบ่งของใช้แลกกันใส่ ตู้เสื้อผ้าเก็บของปนกันหมด จะหยิบตัวไหนใส่ก็แค่ถามกันก่อน

ชิ้นต่อไปที่อยากได้จากแบรนด์นี้
Kris: หลายอย่าง! คือเรากำลังไปดูแฟชั่นโชว์ของแซงต์ โลรองต์ที่แอลเอ คงไปดูที่นั่นว่าจะมีอะไรเพิ่มเติมบ้างไหม เช่น สินค้าบางอย่างที่ไม่ได้เข้ามาในเอเชีย แต่ก็มีพรีออร์เดอร์ เช่น พวกหมวก แว่น แจ็กเกตไปก่อนหน้านี้แล้ว ของที่จะไปดูจะเป็น Fall/Winterในปีนี้

ไอเท็มราคาสูงสุดที่เคยได้ช็อป
Gunn: คงเป็น Biker Jacket ชิ้นคลาสสิกของแบรนด์ เราก็หาเวลาใส่ได้บ้างตามโอกาส ซึ่งตัวนี้ทรงจะเป็นของเราเลยเพราะคริสใส่ไม่ค่อยได้

เวลาสวมใส่ระวังเป็นพิเศษไหม ชิ้นไหนที่ไม่ค่อยกล้าใส่
Kris: กล้าใส่หมดทุกชิ้นนะ จะมีก็แต่ชิ้นที่รู้สึกว่าใส่ยาก เช่น ผ้าคลุม เคยใส่ไปแค่ 2 ครั้งเอง
Gunn: มีรองเท้าส้นสูง 4 นิ้วอยู่คู่หนึ่งที่รู้สึกว่าเดินไม่ค่อยถนัด ใส่ยากเหมือนกันเพราะเราเป็นคนสูงอยู่แล้วด้วย แต่ก็ไม่ได้เอาไปเก็บใส่กล่องนะ พวกเราแค่คิดว่าซื้อมาก็ใส่ให้คุ้มเท่านั้นเอง

มีกลุ่มที่พูดคุยกันถึงเรื่องของเสื้อผ้าแบรนด์นี้หรือเปล่า
Kris: กลุ่มชื่อ Slumboy ประกอบไปด้วย 2 สองคน พี่โทนี่ รากแก่น, พี่ซัน, พี่บุตร (Smileclub) พี่เป้-อารักษ์, พีช-พชร แล้วก็ฟาน (Weird Visuel) เป็นกรุ๊ปที่ชอบคุยกันเรื่องเสื้อผ้าของแบรนด์นี้โดยเฉพาะ เพราะใส่แบรนด์นี้กันทุกคน

คิดว่าแบรนด์นี้จะอยู่คู่กับเราไปได้อีกนานไหม
Gunn: ถ้าเอดิไม่ได้ทำแบรนด์นี้ก็คงไม่ได้ซื้อต่อแล้วคงจะตามงานของเขาไป แต่เสื้อผ้าที่เคยซื้อมาแล้วก็คงใส่ต่อไปได้ตลอดอยู่ดี
Kris: ถ้าใครชอบแบรนด์แซงต์ โลรองต์ก็ขอให้ซื้อเก็บกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเสื้อผ้าหรือดีไซเนอร์เพราะไม่มีใครรู้ว่านี่จะเป็นคอลเล็กชั่นสุดท้ายของเอดิหรือเปล่า อย่างน้อยปัญหาจากการย้ายโชว์ที่ปารีสมาเป็นแอลเอก่อนเริ่มงาน 2 อาทิตย์ก็น่าจะเป็นตัวแปรอยู่ไม่น้อย

เรื่อง : Seang Cajon
ภาพ : Kong Pantumachinda
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2016/09/open-saint.jpg