PEOPLE
JACK MA THE SURVIVOR
แจ็ก หม่า คือหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงทั่วโลกเมื่อ

 

jack

“อีเบย์อาจเป็นฉลามในมหาสมุทรแต่เราคือจระเข้ในแม่น้ำแยงซีเกียง หากต่อสู้กันในมหาสมุทรเราคงพ่ายแพ้ แต่ถ้าสู้ในแม่น้ำ เราจะชนะ” คำพูดดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในวิธีคิดของแจ็ก หม่า บุรุษหน้าตาขี้ริ้ว ตัวก็เตี้ยม่อต้อ แต่มีมันสมองและหัวใจดั่งนักสู้ จนทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน

แจ็ก หม่ากลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงทั่วโลกเมื่อ Alibaba บริษัทอีคอมเมิร์ซที่ขายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบของเขาทำสถิติเปิดตัวในตลาดหุ้นหรือ IPO ที่สูงสุดในตลาดหุ้นนิวยอร์ก คือระดมทุนได้กว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าของกลุ่มอาลีบาบาพุ่งขึ้นไปกว่า 1.68 แสนล้านดอลลาร์ กลายเป็นบริษัทผู้ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตที่มีมูลค่าสูงกว่าอีเบย์ ทวิตเตอร์ หรือลิงด์อิน (LinkedIn) เสียอีก สื่อต่างๆ พากันขุดคุ้ยประวัติของเขาพร้อมกับตั้งคำถามว่า อะไรที่ทำให้อดีตครูสอนภาษาอังกฤษที่มีรายได้เพียง 15 ดอลลาร์ต่อเดือนกลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีนและติดอันดับ 1 ใน 50 มหาเศรษฐีโลกไปได้

แจ็ก หม่า เกิดที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เขาเป็นเด็กที่อ่อนคณิตศาสตร์มากแต่มีความสนใจภาษาอังกฤษ ตอนอายุ 12 ปีเขาจะตื่นแต่เช้าตรู่ทุกวัน ปั่นจักรยานเป็นเวลา 45 นาทีไปยังโรงแรม ตีสนิทกับนักท่องเที่ยวแล้วอาสาเป็นไกด์ให้ฟรีเพื่อฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ เขาตัดสินใจสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยระดับชาติถึงสองครั้งแต่ไม่ติด ภายหลังจึงเข้าเรียนที่ Hangzhou Normal University จนสำเร็จการศึกษาในปีค.ศ. 1988 เขาประกอบอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษและล่ามในเวลาต่อมา

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาสนใจอินเทอร์เน็ตทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีเกิดขึ้นในปีค.ศ.1995 ระหว่างพักอยู่ที่สหรัฐฯ เพื่อนแนะนำให้เขารู้จักกับอินเทอร์เน็ต แต่เมื่อลองพิมพ์คำว่า ‘Beer’ และ ‘China’ ในเสิร์ชเอ็นจิน เขากลับไม่เจอข้อมูลว่ามีเบียร์จากจีนเลย มีแต่เบียร์อเมริกันและเบียร์เยอรมัน เขามองเห็นโอกาสในการสร้างธุรกิจของตัวเองในตอนนั้นและได้ก่อตั้งเว็บไซต์คล้ายๆ สมุดหน้าเหลืองชื่อ ‘China Yellowpages’ ซึ่งแม้ว่าจะเจ๊งไม่เป็นท่าแต่ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขามองเห็นพลังของอินเทอร์เน็ต “ผมรู้ตั้งแต่นาทีนั้นเลยว่าอินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนโลกและประเทศจีนแน่นอน”

ผ่านไปสี่ปี เขากลับมาอีกครั้งโดยชวนพรรคพวกอีก 17 คนก่อตั้งบริษัทอีคอมเมิร์ซชื่อแปลก ‘Alibaba’ เขาบอกว่า “อีคอมเมิร์ซเป็นธุรกิจระดับโลกจึงต้องการชื่อเรียกที่คนทั้งโลกจดจำได้” กิจการดำเนินไปด้วยดีจนกระทั่งยักษ์ใหญ่อย่างอีเบย์เริ่มสยายปีกเข้ามาในจีนและหวังจะกินส่วนแบ่งตลาดทั้งหมด แต่แจ็ก หม่าก็ไม่เกรงกลัวและทำสิ่งที่หลายคนมองว่าบ้ามากนั่นคือไม่ยอมเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ จากทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ (สื่อขนานนามเขาว่า ‘Mad Ma’) เขาให้เหตุผลว่าเขาคือ ‘จระเข้ในแม่น้ำ’ ที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนดีกว่าคนนอก ผลลัพธ์คือบริษัทเขาทำรายได้มหาศาลจากโปรแกรมการค้นหาและโฆษณาจนฉลามอีเบย์ต้องถอยทัพกลับไป เรื่องราวหลังจากนั้นคือตำนานที่เล่าขานกันไม่รู้จบ

แจ็ก หม่ายึดหลักการบริหารแบบ ‘ลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง พนักงานเป็นอันดับสอง ส่วนผู้ถือหุ้นมีความสำคัญแค่อันดับสาม’ แต่นอกเหนือจากวิสัยทัศน์อันฉลาดเฉลียว อีกคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้เขามีวันนี้ได้คือจิตวิญญาณแบบนักรบ เขารักศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวและนิยายกำลังภายในมาตั้งแต่เด็ก “อย่ายอมแพ้แม้วันนี้โหดร้าย พรุ่งนี้อาจจะย่ำแย่ แต่หลังจากวันพรุ่งนี้ไปแล้วเราจะมองเห็นแต่ความสวยงาม” แจ็ก หม่าเป็นคนไม่กลัวความผิดพลาด เขาเคยบอกว่าอยากเขียนหนังสือชื่อ ‘1001 ความผิดพลาดของอาลีบาบา’ ที่เกิดจากการขยายธุรกิจเร็วเกินไปจนต้องปลดพนักงานและเหลือเงินสดพอจ่ายเงินเดือนอีกแค่ 18 เดือน 

“ถ้าคุณจดจำแต่ความสำเร็จที่ผ่านมามันจะนำไปสู่อนาคตที่ล้มเหลว แต่ถ้าคุณเรียนรู้จากทุกๆ ความผิดพลาด คุณจะประสบความสำเร็จโดยไม่มีที่สิ้นสุด”

ดูเหมือนว่าจระเข้ที่แข็งแกร่งตัวนี้กำลังแหวกว่ายสู่มหาสมุทรโดยไม่ต้องกลัวฉลามตัวไหนอีกแล้ว

Decoded

นอกเหนือจากเรื่องธุรกิจแล้ว แจ็ก หม่ายังสนใจการทำงานเพื่อสังคมด้วย เขาเพิ่งก้าวลงจากเก้าอี้ CEO เหลือไว้แต่ตำแหน่งประธานบริษัท พร้อมกับอุทิศเงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม การแพทย์ และการศึกษา “ผมเชื่อมั่นในความเท่าเทียมและความโปร่งใสซึ่งเป็นหัวใจของอินเทอร์เน็ตว่าจะช่วยสร้างสังคมจีนให้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดได้”

เรื่อง : นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2016/04/cover-11.jpg