PEOPLE
Gangs Of Bangkok (Final Part)
เจาะลึกนักบิดสองสไตล์

MEET THE BIG BIKER
ภรวิธ เศรษฐบุตร (ปุ้ม), 51  Managing Editor, Rubbers Magazine  มอเตอร์ไซค์: Moto Guzzi V9 Bobber

ด้วยความหลงใหลในเสียงดังของท่อ การสั่นสะท้านของเครื่องยนต์ และความเร็ว ปุ้มเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่อยู่ในแวดวงบิ๊กไบก์มาเป็นเวลานาน และด้วยความรักในการเขียนและการเล่าเรื่อง เขาจึงนำแพสชั่นและไลฟ์สไตล์มาผนวกกับหน้าที่การงาน

: บิ๊กไบก์คัลเจอร์ในบ้านเรานั้นค่อนข้างใหม่ มันบูมขึ้นมาได้อย่างไร
พื้นฐานคนส่วนใหญ่ในบ้านเรานั้นใช้มอเตอร์ไซค์ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนต่างจังหวัด (ปัจจุบันมีรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กลทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเกิน 30 ล้านคัน) และด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้บริษัทรถใหญ่มองเห็นถึงโพเทนเชียลของตลาดบ้านเรา นอกจากนี้ ด้วยการสนับสนุนของภาครัฐและการลดหย่อนภาษีให้กับรถใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ทำให้คนจำนวนมากเข้าถึง และมีกำลังเงินซื้อรถใหญ่มากขึ้น

: คุณเข้ามาคลุกคลีในแวดวงนี้ได้อย่างไร
ผมชอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์ และชอบความเร็วมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ ทุกวันนี้ โชคดีที่ได้ลองขับขี่รถหลายรุ่นโดยไม่ต้องซื้อ… แต่ละรุ่น… แต่ละแบบมีการขับขี่ที่แตกต่างกัน อารมณ์ก็ต่างกัน ผมชอบประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์ไซค์ทุกรูปแบบ ไม่ตายตัว ต่างจากบางคนที่ชอบสไตล์เดียว แต่ด้วยความชอบนี่แหละ ผมจึงมีเพื่อนๆ ที่ชอบเหมือนๆ กัน แต่ผมทำงานสายสื่อสิ่งพิมพ์มาตลอด จึงค่อยๆ ขยับเข้าสู่วงการนี้ไปแบบงงๆ ซึ่งต่างจากหลายคนคือ ต้องพัฒนาทักษะการใช้รถให้ได้ทุกแบบเพื่อการทำงาน เรียกง่ายๆ คือต้องหัดขี่รถให้ได้ทุกประเภทครับ

: คิดว่ากลุ่มคนที่ขับขี่บิ๊กไบก์เป็นซับคัลเจอร์ หรือแก๊งป่วนเมืองเสียมากกว่า
แน่นอนต้องเป็นซับคัลเจอร์ที่มีความสำคัญกับบ้านเรา ด้วยความรู้ วัยวุฒิ และคุณวุฒิของกลุ่มคนวัยทำงานของผู้ขับขี่บิ๊กไบก์ พวกเขาได้สร้างธุรกิจ และเป็นส่วนของอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตของบ้านเมือง สร้างเงิน สร้างงานให้กับระบบเศรษฐกิจ แต่ในอีกแง่มุม จะเรียกว่าแก๊งก็ไม่แปลก และไม่ผิด ด้วยความที่การขับรถใหญ่มันไม่ได้เอ็กซ์คลูซีฟกับคนมีเงินอีกต่อไป ใครๆ ก็ขับได้ ทำให้มีกลุ่มมีผู้คนมากมายเข้ามาสู่คัลเจอร์การขับรถในแต่ละสายที่พวกเขาชอบ อย่างไรก็ตาม คนร้อยพ่อพันแม่ ต่างความคิด ต่างพื้นฐาน มันก็ย่อมมีทั้งดีและเลว

: มุมมองเกี่ยวกับกฎหมายจราจรบ้านเรา
แม้สมัยก่อนเหมือนว่าตำรวจอะลุ่มอล่วยกับคนขับมอเตอร์ไซค์ใหญ่ที่มักจะมีแต่คนมีเงิน มีอำนาจ ขับกัน จึงไม่ค่อยอยากจับ แต่ด้วยปัญหาที่มากขึ้นจากการเติบโตของสมาชิกบิ๊กไบก์ทั่วประเทศ และประเด็นที่สังคมเริ่มโจมตี ทำให้เราเองเริ่มมีปัญหากับตำรวจไม่ต่างจากเด็กแว้น ตั้งแต่เรื่องการแต่งรถผิดกฎหมาย ไปจนถึงการขับขี่ที่เป็นอันตราย แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตำรวจก็ทำตามหน้าที่ และมองถึงประโยชน์ส่วนรวมของสังคม เราก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะมันก็จะช่วยให้เราปลอดภัยขณะขับขี่บนท้องถนนเองด้วย

: คิดว่าแวดวงบิ๊กไบก์นั้นขัดกับพื้นฐานวัฒนธรรมของคนไทยหรือไม่
ไม่ครับ คนไทยใช้มอเตอร์ไซค์มากกว่ารถยนต์เสียอีก การขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเราไปแล้ว… เราจึงควรหันหน้าเข้าหากัน ปรับตัวให้อยู่ร่วมกันให้ได้ เพราะเราแชร์ถนนด้วยกัน

————————————————————————————————————————

MEET THE DEK WAN
สุรสทธิ ธิติปุญญวัรช์ (คิง) อาสาสมัครกู้ภัย มอเตอร์ไซค์: Honda Wave

คิงที่เกิดและเติบโตในชุมชนคลองเตยนั้น คุ้นเคยและขับขี่มอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่วัย 8-9 ขวบ และแน่นอน เขาเคยชื่นชอบความเร็วเสี่ยงตาย ก่อความเดือดร้อนไปทั่ว ทว่าด้วยหน้าที่การงาน คิงหันมาใช้มอเตอร์ไซค์ของเขาเพื่อทำประโยชน์แก่สังคมไปพร้อมกัน

: เข้ามาอยู่ในแก๊งได้อย่างไร
ถ้าคุณเป็นเด็กที่เกิดที่นี่ โตที่นี่ คุณก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มได้แล้ว เด็กๆ ที่โตในย่านนี้ก็มักมีพี่ชายหรือคนสนิทในแก๊งขับรถทั้งนั้น เพราฉะนั้นชีวิตเด็กที่นี่เกือบทุกคนต้องมีโอกาสเข้าแก๊งรถซิ่งแทบทุกคน

: ชอบชีวิตการเป็นเด็กแว้น
ชอบหรือไม่ชอบ มันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่พวกเรารู้จัก คล้ายๆ กับเด็กๆ ทุกคนที่ต้องไปโรงเรียนนั่นแหละ ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์ก็ไม่มีเพื่อน

: วัฒนธรรมการแข่งรถนั้นสะท้อนตัวตนของคุณแค่ไหน
มอเตอร์ไซค์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผมและหลายๆ คนแถวนี้ใช้มอเตอร์ไซค์ทำมาหากิน เช่น เป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นเมสเซนเจอร์ เรารู้จักคนที่ช่วยหางานให้ก็ตามกลุ่มแก๊งและพรรคพวก อีกด้านก็เป็นเหมือนงานอดิเรก คนบางคนเตะบอล บางคนชอบเล่นเกม พวกผมชอบบิดซิ่งมอเตอร์ไซค์ พูดง่ายๆ มอเตอร์ไซค์คือ ‘ชีวิต’ ครับ

: แล้วเรื่องเล่นท่า ซิ่งรถ และไม่ชอบใส่หมวกกันน็อก ตายหรือพิการไปจะทำอย่างไร
เป็นคำถามที่พวกผมถามตัวเองกันเสมอ กลัวก็กลัว เพราะเราตายหรือพิการไป คนที่บ้านจะลำบาก แต่พอขึ้นไปนั่งบนมอเตอร์ไซค์ เสียงเชียร์จากพรรคพวก บรรยากาศกับความเร็ว มันทำให้เรื่องอื่นๆ หายไปหมด แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็เล่นท่าหรือขับขี่แบบเสี่ยงๆ กันน้อยลงไป

: ปัญหาเรื่องกฎหมาย
กลุ่มอื่นๆ ผมบอกไม่ได้ แต่คนในสลัมย่านนี้ส่วนใหญ่ใช้ท้องถนนในการแข่งรถเพราะไม่มีที่อื่นให้เราแข่งขัน เราเลือกเวลากลางคืนและถนนใหญ่ที่มีรถน้อยๆ และไม่ค่อยมีบ้านช่องของผู้คน จะได้ไม่ไปรบกวนพวกเขา และตั้งแต่มีสนามแข่งให้ไปบิดกัน กลุ่มพวกผมก็เลิกวิ่งแข่งกันบนถนนเกือบหมด เพราะตำรวจนั้นมักจะใช้กำลังรุนแรงในการปราบปรามเด็กอย่างพวกเรา ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่มีใครอยากโดนตำรวจเพ่งเล็งหรอกครับ

: แล้วเรื่องคดีทำร้ายผู้อื่น ปล้นทรัพย์ ความรุนแรง
สังคมบ้านเรามักจะเหมารวม และมองคนภายนอก ใช่ มีพวกแก๊งเลวๆ แบบนั้นอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นกันทุกคน พวกผมตอนเด็กๆ ต่อยตีกับพวกคู่อริบ้าง แต่พวกผมก็ไม่เคยเกินเลย ไปยุ่งหรือไปทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้อง อีกอย่าง อาชีพอาสาสมัครทำให้ผมเห็นอะไรหลายอย่าง อย่างแรกเลยคือเข้าใจถึงความเจ็บปวดของผู้อื่น และไม่มีใครอยากไปข้องแวะกับเรื่องไม่ดีหรอกครับ ยิ่งพอเป็นคนอย่างพวกเราแล้ว ตำรวจมักจะมองว่าผิดไว้ก่อนตลอด

: บทบาทมอเตอร์ไซค์กับสังคม และชีวิตคนไทยทั่วไป
สำหรับคนจนอย่างเรานั้นใช้มอเตอร์ไซค์เดินทาง เป็นเครื่องมือทำมาหากิน เป็นอุปกรณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวบุคคล บางคนใช้มอเตอร์ไซค์คันเดียวทั้งชีวิต ด้วยสถานะชีวิตแล้ว คนไทยจนๆ หลายคนนั้นไม่ได้มองมอเตอร์ไซค์เป็นเพียงวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง แต่เป็นถึง ‘ปัจจัยหลัก’ ที่สร้างสังคมไทยเราทีเดียว

เรื่อง : นพนันท์ อริยะวงศ์มณี, Interns: ศรีสิทธิ์ วงศ์วรจรรย์, ศรัณยา ตั้งวรเชษฐ
ภาพ : ชาติฉกาจ ไวกวี
you may also like
PEOPLE
รถมอเตอร์ไซค์สมถะนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญของวัฒนธรรมไทย แต่มอเตอร์ไซค์ทุกคันนั้นไม่ได้ถูกสร้างมาให้เท่าเทียม
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/07/sq-3-1024x1024.jpg