PEOPLE
Leaders of The Pack: 3 Men and A Question (EP 1)
'How to Succeed' กับคำตอบจาก 3 หนุ่มที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ (*PLUS บทสัมภาษณ์)

ELLE MEN 3rd Anniversary (EP1) การก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของนิตยสารแอลเมนไปกับ 10 หนุ่มแห่งปี 2016 เริ่มกันที่ 3 หนุ่มสุดฮอตกับคำจำกัดความของคำถามที่ว่า “How to Succeed” ชมวีดีโอแบบเต็มๆ พร้อมบทสัมภาษณ์อีกมากมายได้เลยที่นี่

new-top-vdo

Trawut Luangsomboon นักธุรกิจ

EM: หลายคนอาจรู้จักคุณในฐานะวิทยากรและนักเขียนด้านการตลาดมาบ้าง แล้ว Jitta มาเริ่มต้นตอนไหน

ผมขอเล่าย้อนกลับไปถึงช่วงเรียน University of Southern California ใกล้จบ เพราะเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้ผมมุ่งหน้าสู่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี ช่วงนั้นผมลองหารายได้จากการทำเว็บไซต์ จนได้เรียนรู้เกี่ยวกับออนไลน์มาร์เก็ตติ้งมากมาย เมื่อกลับถึงไทยจึงเขียนหนังสือเล่มแรกชื่อ Google Make Me Rich ถัดมา ผมต่อยอดไปสู่การเป็นวิทยากร พร้อมกับตั้งบริษัทจัดสัมมนาของตัวเอง และเขียนหนังสืออีกหลายต่อหลายเล่ม ในช่วงดังกล่าวผมยังหาความรู้เรื่องการลงทุนแนว value investment เพราะอยากให้เงินทำงานมากกว่ารอดอกเบี้ยจากเงินฝากธนาคาร พอศึกษาเรื่องลงทุนมากเข้าก็พบว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้เรื่องการลงทุนเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่พวกเขาทำงานหาเงินได้ไม่น้อย แต่ไม่สามารถนำเงินเหล่านั้นมาลงทุนให้งอกเงย สุดท้ายบั้นปลายชีวิตก็ประสบปัญหาเรื่องการเงิน ด้วยเหตุนี้ผมจึงเอาสิ่งที่ผมเชี่ยวชาญทั้งสองอย่างมาสร้างแพลตฟอร์มด้านการลงทุนแก่คนทั่วไป

EM: ตอนนี้มีการคาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะย่ำแย่กว่าปีนี้ แล้วนักลงทุนจะอยู่ในรอดได้ไหม

จริงแล้วเราต้องเข้าใจการลงทุนก่อนว่า สภาพตลาดไม่ได้มีผลกระทบต่อการลงทุนแบบ value investing มากมายเท่าใดนัก ขอแค่รู้ในสิ่งที่ตัวเองจะลงทุน รู้ว่าจะลงทุนที่ราคาเท่าไหร่ รู้ความเสี่ยงคืออะไร ดังนั้น ถ้าตอนนั้นเศรษฐกิจดีและหุ้นทุกตัวมีราคาสูงมาก นักลงทุนจะไม่ซื้อหุ้น แต่จะเก็บเงินสดไว้ แล้วรอราคาหุ้นตกก็จะเข้าไปซื้อ แต่ถ้าตอนนี้เศรษฐกิจแย่ นักลงทุนจะมองหาหุ้นที่มีพื้นฐานดี และราคาต่ำ พวกเขาจะค่อยๆ เก็บสะสมไว้เพื่อรอหุ้นขึ้นและให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

EM: คุณคิดว่า FinTech จะเปลี่ยนโลกการเงินไหม

เปลี่ยนมากครับ วันนี้ทุกอย่างพร้อมใจจะเปลี่ยนไปสู่ยุค FinTech เห็นได้จากการเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินตามร้านค้าร้านกาแฟ จากนั้นส่งเงินหากันง่ายขึ้น ไหนจะแอปพลิเคชั่นแชตสามารถส่งเงินหากัน ไหนจะพร้อมเพย์อีก ยิ่ง FinTech มาเปลี่ยนการจ่ายเงิน real sector ก็ยิ่งสะพัด สามารถซื้อของอะไรได้ง่ายขึ้น FinTech จึงเหมือนระลอกคลื่นที่พัดเข้ามาเปลี่ยนการเงินการธนาคารเหมือนกับการมาถึงของบัตรเครดิตซึ่งเปลี่ยนโฉมวงการนี้ไปไม่น้อย ในด้านการลงทุนก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ต่างกัน แม้ว่าหลายคนกังวลว่า FinTech สั่นคลอนการเงินแบบเดิมหรือเปล่า แต่จริงแล้วมันช่วยให้คนเข้าถึงการลงทุนง่ายขึ้น ทำให้คนกล้าลงทุนมากขึ้น และยังจะไม่มีชุดความคิดที่ว่าการเงินการลงทุนเป็นดินแดนสนธยาอีกต่อไป นับจากนี้ผู้บริโภคจะมีข้อมูลเยอะมากและตัวเลือกหลากหลายเพื่อเลือกสิ่งที่ถูกต้องมากขึ้น เพราะต้องไม่ลืมว่า FinTech คือการเอาเทคโนโลยีมาช่วยให้ finance ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ประหยัดขึ้น

new-nawapol

Nawapol Thamrongrattanarit นักเขียน / ผู้กำกับ / ศิลปิน

EM: ความฝันที่ยังค้างคาอยู่

พูดตรงๆ เลย สิ่งที่อยากทำก็ทำไปหมดแล้ว ตอนนี้จึงหาความท้าทายใหม่ แต่ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรที่ชัดเจน จะว่าไปแล้วก็คงเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่ผมกำลังหาอะไรใหม่ๆ มาลองทำ และดูว่าชีวิตในอนาคตจะไปเจออะไรที่น่าท้าทาย

ช่วงเวลา 5-6 ปีผ่านไปไวมาก รู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นใน 5-6 ปีนี้ เหมือนเป็นลูปของชีวิต พอถ่ายทำหนังเรื่องหนึ่งจบ ก็เริ่มอีกเรื่องหนึ่งทันที ทำวนไปวนมา ทำให้รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็ว

อะไรที่เคยคิดฝันอยากจะทำ ตั้งเป้าหมายไว้ตอนเรียนมหา’ลัย ก็ได้ทำหมดแล้ว ก็เลยคิดไม่ออกว่าอยากทำอะไรใหม่ๆ แต่ถ้าจะทำจริงๆ ก็น่าจะเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน เช่น ปีนี้ผมได้จัดนิทรรศการภาพเป็นครั้งแรก หรือไปขึ้น TED Talks เป็นอะไรที่ไม่เคยทำ แต่มีคนชวน ก็เลยทำดู หรือการผลิตโฆษณา ก็เริ่มทำในปีนี้เหมือนกัน

EM: เงิน หรือความสุข อะไรสำคัญที่สุดในการเลือกทำงาน

สำหรับผม งานเป็นทั้ง work และ vocation ควบคู่กันไป เช่น ผมทำโฆษณาในตอนนี้ แต่ผมก็เลือกว่าอันไหนที่ผมสนใจทำจริงๆ ไม่ได้รับทุกงาน คือเราต้องสนุกกับการทำมันด้วย ผมเลือกงานที่คนจ้างเข้าใจถึง vision ของผม และทำให้การทำงานของผมมักจะราบรื่น ไม่เจอปัญหาเท่าไหร่ แน่นอนค่าจ้างก็มีส่วน แต่ผมมักตัดสินใจรับจากเนื้องานเป็นหลักมากกว่า

แต่โอเค ข้อเสียก็คืองานผมไม่ค่อยเยอะ (หัวเราะ) แต่ว่ามันดีกว่า เพราะว่ามันทำให้ผมมีเวลากับโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ของตัวเอง มันสบายใจกว่า งานน้อยๆ แต่ได้ทุ่มเทกับมัน และพอมันออกมาดี เราได้ความภูมิใจด้วย แบบนี้ผมชอบครับ

EM: พูดถึงบทบาทของเทคโนโลยีกับวงการบันเทิงยุคใหม่

ถึงแม้ในเชิงธุรกิจวงการบันเทิงค่อนข้างจะมีปัญหาในการจัดการการรั่วไหลของข้อมูลในหลายๆ รูปแบบ หรือแม้กระทั่งคอนเทนต์ จนทำให้คนมองว่าเป็นยุคถดถอยของธุรกิจบันเทิง ผมกลับมองว่าในฐานะผู้ผลิตและผู้สร้างผลงานเพื่อให้คนได้ชื่นชม เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นประโยชน์มาก คุณสามารถเข้าถึง target audiences ได้ทันที ไม่ต้องผ่านช่องทางสื่อ mainstream เลยด้วยซ้ำ และมีโอกาสนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบที่เราวาดภาพไว้ ไม่ต้องผ่านคนกลางที่คอยคัดกรองเนื้อหาของเรา

new-newwwwwww

Yingcheep Atchanont นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน

EM: ชีวิตและอาชีพสาย activist ทำงานลำบากไหม ภายใต้รัฐบาลทหารชุดนี้

ถ้าให้ตอบตรงๆ คงต้องบอกว่าสนุกดี ตื่นเต้นด้วย ปัญหาเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนก็มีไหลเข้ามาจนงานล้นมือ และที่สำคัญทำให้การทำงานของผมมีความหมายขึ้นมาด้วย

งานผมจริงๆ มีหน้าที่หลักๆ อยู่ไม่กี่อย่าง เช่น การติดตามการปิดกั้นทางเสรีภาพของความคิดเห็นประชาชน ซึ่งในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก่อนหน้านี้ หน้าที่นี้ก็ค่อนข้างมีความสำคัญอยู่ แต่ยังไม่ค่อยมาก แต่พอเป็นรัฐบาลนี้ การปิดกั้นทางความคิดเห็นค่อนข้างสูง งานผมจึงโดดเด่นขึ้นมาตามสถานการณ์ เพราะรูปแบบการปกครอง และการออกกฎหมายตามอำเภอใจ ไม่สนใจความเห็นของสังคม หรือเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม

รัฐบาลชุดนี้ออกกฎมาเยอะมาก ออกเร็วมากด้วย นับถึงตอนนี้ก็เกือบ 200 ฉบับ

ถ้ารวมประกาศตั้งแต่คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ก็ปาไปร่วม 300 กว่าฉบับแล้ว โดยที่ประชาชนไม่ค่อยรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย หรือเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

เหตุการณ์เหล่านี้ยิ่งเสริมให้งานเรามีบทบาท และมีความจำเป็นต่อสังคมขึ้น และมีพื้นที่ให้ทำงานมากขึ้น มีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะที่ต้องคอยติดตามดูแล และมีคนให้ความสนใจ ติดต่อมาขอข้อมูลจากองค์กรของเรามากขึ้น

EM: สิทธิมนุษยชนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

จริงๆ แล้ว ผมกลับคิดว่าคนต่างชาติ โดยเฉพาะหน้าออกไปทางฝรั่ง ค่อนข้างจะมี ‘เกราะ’ คุ้มกัน และมักจะได้สิทธิพิเศษจากรัฐบาลนี้ด้วยซ้ำ

เคยมีชาวเบลเยียมถูกจับกุมตัวฐานร่วมการชุมนุมประท้วงรัฐประหาร แต่ถูกปล่อยตัวภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือแม้กระทั่งมีการยกฟ้องหลายคดีๆ ที่โยงไปเกี่ยวกับนักข่าวของต่างประเทศ

ผมคิดว่า ถ้าเป็นไปได้รัฐบาลไม่ค่อยอยากจะไปแตะต้องคนต่างชาติมากนัก แต่ก็คงไม่ถึงกับกลัวแน่ๆ เพราะได้มีการสั่งปิดกิจกรรมของหน่วยงานต่าง-ประเทศ อย่าง Human Rights Watch หรือ Amnesty International ก็มีให้เห็นกันแล้ว แต่ยังไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมที่สถานทูตต่างๆ จัดขึ้น

EM: นิยามการใช้ชีวิต

ผมทำแต่งานครับ ใครๆ ก็รู้ว่าผมบ้างาน เพราะผมสนุกกับมัน และที่สำคัญไม่มีอะไรอย่างอื่นทำ (หัวเราะ) ดูน่าหดหู่ไหม แต่ถ้าไม่ทำงาน ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ นะ ทีวีก็ไม่ค่อยดู ทุกวันจะเข้าออฟฟิศประมาณเที่ยง และทำงานจน 4-5 ทุ่มประจำ ส่วนการใช้ชีวิต ผมไม่มองความผิดพลาดในอดีต หรือฝันถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน ผมทำวันนี้ให้ดีที่สุด แค่นั้นแหละครับ แล้วชีวิตจะนำผมไปทางไหน ก็ค่อยว่ากันครับ

ติดตามบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในนิตยสารแอลเมนฉบับพฤศจิกายน และวีดีโอในภาคต่อไปได้ที่นี่ เร็วๆ นี้

เสื้อผ้า และรองเท้าทั้งหมด จาก Monlada Homme

เรื่อง: กองบรรณาธิการ ภาพ: ก้อง พันธุมจินดา
สไตลิสต์: คริสตอฟเฟอร์ สเวนซัน บรรณาธิการฝ่ายศิลป์: อังกฤษ พลางกูร
แต่งหน้าและทำผม: บัณฑิต บุญมี ทำผม: ชัยภัทร เผือกผ่อง ผู้ช่วยช่างภาพ: วัลลภ บานชื่น, รัฐภูมิ บุญทา, เกียรติศักดิ์ เจนไพร, ณฐพล เขนย หัวหน้าผู้ช่วยสไตลิสต์: นัฐพล กล้าหาญ
ผู้ช่วยสไตลิสต์: สหวัฒน์ ไหลวัฒนชัย, วรภัสร์ เทียนหล่อ รีทัช: ณัชชา ปาจรีย์ ผู้ช่วยช่างแต่งหน้า: ปวัณรัตน์ บุญรองเรือง ภาพประกอบ: NANZO

วีดีโอ: เทมส์ กิตติชัย, กิตติเดช เจริญพร, ทนีญา บุรณศิริ, ทนงชัย ลักษณ์สง่า

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2016/11/open-vdo.jpg