A Hero’s คนบันดาลใจ (Final Chapter)
PEOPLE
A Hero’s คนบันดาลใจ (Final Chapter)
บทส่งท้ายของฮีโร่ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จจากปากบุรุษต้นเรื่องทั้ง 10 นาย

ต่อให้อยู่ห่างไกลจากวงการสตาร์ตอัพของไทย ไม่มีทางไม่รู้จักธุรกิจบริการรีไฟแนนซ์บ้านผ่านออนไลน์อย่าง Refinn ถึงแม้จะเป็นธุรกิจน้องใหม่ แต่มียอดเงินที่ได้รับการรีไฟแนนซ์ไปแล้วกว่าสี่พันล้านบาท และช่วยเหลือคนไทยไปถึงหกร้อยครอบครัวแล้ว โดยมีพงศธร ธนบดีภัทร รั้งตำแหน่ง COO&CO-founder เป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ดังที่กล่าวมา ด้วยความเป็นคนหนุ่มไฟแรง เปี่ยมไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ เราจึงอยากรู้เหลือเกินว่าคนสร้างแรงบันดาลใจของเขาคือใครกัน และคำตอบอยู่ในบรรทัดด้านล่างนี้

: ฮีโร่ของคุณคือใครและรู้จักเรื่องราวของเขาได้อย่างไร
ฮีโร่ของผมคือ Nelson Mandela ครับ ผมรู้จักชีวิตของเขาครั้งแรกในช่วงปี 2556 ตอนนั้นผมกำลังท่องเว็บไซต์ของแอปเปิ้ลเพื่อซื้อไอแพด ซึ่งประจวบเหมาะกับที่แอปเปิ้ลขึ้นคำสดุดีให้เขาพอดี ผมเห็นแล้วก็เกิดความอยากรู้เรื่องราวของเขาให้มากกว่านี้ ผมจึงค้นหาประวัติของเขามาอ่านอย่างละเอียด เมื่อได้รู้เรื่องราวและสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด ผมรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจจากการต่อสู้ยืนหยัดเพื่อเพื่อนร่วมชาติ เพื่อคนหมู่มาก ทั้งที่จริงแล้วเขาอยู่เฉยๆ ก็สามารถมีชีวิตที่สุขสบายดีอยู่แล้ว แต่นี่กลับโดนจับเข้าคุก โดนคดีมากมาย แล้วเมื่อพ้นโทษก็ยังลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นศูนย์รวมของคนทั้งชาติ พัฒนาประเทศให้หลุดจากความยากลำบาก แม้กระทั่งช่วงบั้นปลายที่วางมือจากการเมือง เขายังอุทิศเวลาและชีวิตเพื่องานช่วยเหลือสังคมอีกมากมายไม่รู้จบ นี่แสดงให้เห็นว่าเงินและอำนาจไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเขาเลย ตอนนั้นเองที่ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเราถึงต้องสดุดีเขาอย่างยิ่งใหญ่

: อะไรคือจุดเด่นของเขาที่เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นเรา
อย่างแรกคือความแน่วแน่ของแมนเดลา ลองคิดดูว่า เกือบทั้งชีวิตถูกขัดขวางจากฝ่ายตรงข้ามไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เลยเถิดไปถึงการวางแผนลอบสังหารอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะรวมชาติให้เป็นหนึ่งเดียวอยู่ดี เหมือนกับว่าเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ประสบความสำเร็จ เขาก็ยืนกรานที่จะทำต่อไปอย่างต่อมาคือความกล้าเสี่ยงและอดทน สมมติว่าเนลสันแค่คิดแต่ไม่ได้ลงมือทำ ทุกอย่างก็จะไม่เกิดขึ้นครับ ต่อให้เราลงมือทำจริงๆ ผลลัพธ์ก็จะไม่เกิด ณ วันนั้นแน่ๆ มันอาจจะต้องอดทนรอคอยให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นซึ่งอาจจะกินเวลาในอีก 100 วัน หรือว่า 100 เดือน หรือว่า 100 ปีข้างหน้าด้วยซ้ำ แต่มันจะไม่เกิดในวันแรกที่เราลงมือทำ ดังนั้นถ้ามันยังไปไม่ได้ถึงผลลัพธ์ แล้วเราถอดใจก่อนมันก็จบแค่นั้นแหละ

: อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าเขาพูดในที่สาธารณะมากมาย มีคำพูดประโยคไหนที่เป็นแรงใจให้คุณบ้างไหม
ผมชอบคำคมของเขาที่กล่าวว่า ‘It always seems impossible until it’s done’ หรือทุกอย่างมันดูจะเป็นไปไม่ได้จนกว่าเราจะลงมือทำแล้วมันเป็นรูปเป็นร่าง ดังนั้นเมื่อเราตั้งเป้าหมายไว้แล้ว เรายืนมองเฉยๆ แล้วจะประสบความสำเร็จนั้นเป็นไปไม่ได้ครับ เราจะต้องทำอะไรสักอย่างให้มันเข้าใกล้
เป้าหมายเรื่อยๆ จนถึงที่ตั้งใจไว้

: ในความคิดของคุณฮีโร่หมายถึงอะไร
คือคนที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้คนอื่นๆ ได้ เหมือนอย่างเวลาเราดูการ์ตูนซูเปอร์แมน เขาไม่ได้เป็นฮีโร่เพราะเขาช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ว่าเขาช่วยชีวิตคนอื่นต่างหาก ฟังดูแล้วคงรู้สึกว่าทำจริงได้ยาก แต่จริงๆ แล้วยุคสมัยนี้เป็นยุคที่ใครก็สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ เพราะสิทธิและความสามารถในการเปลี่ยนแปลงตลอดจนเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็ว ล้วนอยู่ในมือของคนธรรมดาอย่างพวกเราแล้ว ที่เหลือแค่คิดและลงมือทำเท่านั้นเอง

เรื่อง: ปัญญา ลีลาสุนทรกุล ภาพ: อรรคพล คำภูแสน
——————–

อรรคพล สุทัศน์ ณ อยุธยา นับเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงการศิลปะไทย เขาคือผู้ร่วมก่อตั้ง Bangkok CityCity Gallery ซึ่งต้อนรับศิลปินไทยทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก๋า ไม่ว่าจะเป็นผลงานของมิติ เรืองกฤตยา, นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, วิศุทธิ์ พรนิมิตร กระทั่งกรกฤช เจียรพินิจนันท์ก็ล้วนเคยจัดแสดงในห้องสีขาวแห่งนี้ทั้งสิ้น หากสังเกตรายนามศิลปินจะพบว่า ‘ความหลากหลาย’ ทางศิลปะคือหัวใจหลักที่อรรคพลต้องการนำเสนอ ซึ่งไม่ต่างจากความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรมที่สอดแทรกอยู่ในผลงานของผู้กำกับอย่าง Jim Jarmusch เลย

: เพราะเหตุใดคุณจึงเลือกจิม จาร์มุชเป็นคนต้นแบบ
ผมรู้จักเขาครั้งแรกตอนเรียนภาพยนตร์ที่ Art Center College of Design ที่พาซาดีนา เขาเป็นทั้งผู้กำกับ คนเขียนบท นักแสดง โปรดิวเซอร์ และนักแต่งเพลงที่ดึงสิ่งต่างๆ จากหลากหลายวัฒนธรรมมาใช้ในงาน

: แนวคิดของจิม จาร์มุชที่คุณยึดเป็นหลักในการใช้ชีวิต
‘Poets are always ahead of things in a certain way, their sense of language and their vision’ (ในแง่หนึ่ง ผู้เป็นกวีมักจะล้ำหน้าสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ ทั้งในเชิงการใช้ถ้อยคำและความคิด)

: ผลงานของจิม จาร์มุชที่มีอิทธิพลต่อคุณมากที่สุด
Stranger than Paradise (1984) และ Down by Law (1986) ภาพยนตร์ของเขาให้ความสำคัญกับมิตรภาพ ความรัก ความเคารพ และความเข้าใจในตัวละครที่อาจมาจากพื้นหลังที่แตกต่างกัน

เรื่อง : กรกฎ อุ่นพาณิชย์ ภาพ : พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์
——————–

ถ้าพูดถึง ‘ฮีโร่’ ภาพชายกล้ามใหญ่มักจะผุดขึ้นมาในหัวเป็นลำดับต้นๆ คนที่กล้าลุย กล้าชน ไม่กลัวความเจ็บปวด พร้อมทำลายป้อมปราการที่ขวางทางให้สิ้นซาก… ถ้าเปรียบเรื่องความแข็งแกร่งกับความเป็นฮีโร่แล้ว วรงค์กรณ์ คำเกิด นักรักบี้ทีมชาติไทยคนนี้ มีคุณสมบัติดังกล่าวอยู่พร้อม บวกกับฉายาชื่อเล่นของเขา ‘ซูเปอร์กล้วย’ ฟังดูแล้วยิ่งเข้ากับบุคลิกของเขาอย่างลงตัว และแน่นอนเมื่อถามถึงฮีโร่ของเขา เขายกให้
Mils Muliaina อดีตนักรักบี้ทีมชาตินิวซีแลนด์ บุคคลที่สอนให้เขาเป็นนักรักบี้ที่เก่งขึ้นเป็นฮีโร่

: คุณประทับใจอะไรในตัวมิลส์
จริงๆ เป็นความบังเอิญมากกว่า ไปเปิดเจอนัดชิงแชมป์รักบี้ในทีวีเมื่อตอนสมัยมัธยมต้น แล้วเห็นเขาเล่นในสนาม เขาโดดเด่นกว่าคู่แข่ง และแม้กระทั่งเพื่อนร่วมทีมของเขา จนผมละสายตาจากเขาแทบไม่ได้ นั่นคือความทรงจำแรกของฮีโร่ของผม

: โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ อย่างไร
เห็นชัดเลยว่า ผู้เล่นคนอื่นๆ นั้นเลือกที่จะใช้กำลังฝ่าด่านปราการ แต่มิลส์ถึงแม้การเข้าปะทะของเขานั้นน่าเกรงขาม แต่ที่เหนือกว่านั้นคือเขากลับเลือกที่จะใช้แท็กติกหลอกล่อ หรือเล่นเกมปั่นสมองของคู่แข่งมากกว่าเอาชนะด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว

: แล้วมันเจ๋งกว่าอย่างไร
คุณลองคิดดูระหว่างการแข่งขันที่ดุเดือด และความกดดันที่มีชายร่างใหญ่จำนวนมากกำลังจะเข้ามาฉีกคุณเป็นชิ้นๆ ในความวุ่นวายนั้นคุณมีเพียงเสี้ยววินาทีในการตัดสินใจว่าจะไปยังไงต่อ คนส่วนมากเลือกจะใช้สัญชาตญาณแรก คือพุ่งเข้าชน แต่มิลส์นั้นมีความเยือกเย็นพอที่จะใช้เวลานั้นวางแผนการบุกของเขา การที่สามารถรวบรวมสติในความวุ่นวายทั้งหมดนั้น คือความสุดยอดของผู้ชายคนนี้

: ปัจจุบันนี้เล่นแนวเดียวกับเขาหรือเปล่า
(หัวเราะ) เรียกว่าพยายามดีกว่าครับ ระดับมันยังผิดกัน แต่ที่แน่ๆ ทุกวันนี้ข้อดีของผมในฐานะนักกีฬารักบี้นั้นน่าจะได้รับอิทธิพลจากความพยายามลอกเลียนสไตล์และแนวการเล่นของมิลส์อย่างแน่นอนครับ

เรื่อง : นพนันท์ อริยะวงศ์มณี ภาพ : พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์
——————–

ทุกบทเพลงของตุล ไวฑูรเกียรติ อาจไม่ใช่อย่างที่ทุกคนเคยได้ยิน หากในวัย 17 ปี เขาไม่ได้ฟังเพลงของพราย-ปฐมพร ปฐมพร ตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ตุลสำเร็จการศึกษา ชีวิตคือ ‘ค่าเสียโอกาส’ ของการเลือกชอยส์ตรงหน้า ยอมรับผลที่ตามมา และไม่เหลียวกลับไปมองชอยส์ที่ตัดออกไป พราย-ปฐมพร ปฐมพร ย่อมทำให้ชอยส์ที่ชื่อว่า ‘ศิลปิน’ ไม่มีวันถูกตัดออกไปจากหัวใจและชีวิตของตุลจนถึงทุกวันนี้

: พราย ปฐมพร ปฐมพร จุดประกายความเป็นนักแต่งเพลงให้คุณอย่างไร
ตั้งแต่เด็ก ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะแต่งเพลงได้ จนได้ฟังเพลงของพราย ชุดเจ้าหญิงแห่งดอกไม้ เจ้าชายแห่งทะเล ภาษาของปฐมพรมีแรงขับดันบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่าการแต่งเพลงในแบบที่เราอยากจะแต่งนั้นเป็นเรื่องง่าย ฟังจบไม่นาน ผมวิ่งเข้าห้องน้ำเลย เอาซาวนด์อเบาต์มาอัดเพลงแรกในชีวิตชื่อชีวิตคือการเดินทาง ผมต้องอายุประมาณ 60 จึงจะเหมาะที่จะนำมาบันทึกเสียง เพลงนี้พูดถึงความตาย มีท่อนนึงบอกว่าชีวิตเราเดินมานานเป็นร้อยปี แต่ไยทำไมไม่ถึงสักที เมื่อไหร่ที่เราจะพอกับการเดินทางไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้เด็กอายุ 17 สามารถเอาคอนเทนต์ของคนแก่ขนาดนั้นออกมาได้ แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเป็นนักแต่งเพลง

: ภาษาของพราย ปฐมพร ปฐมพรมีอิทธิพลต่อการประพันธ์เพลงและบทกวีของคุณอย่างไร
มันไม่มีกรอบ เล่าได้ทุกเรื่อง ชีวิต จินตนาการ โดยเฉพาะในอัลบั้มเจ้าหญิงแห่งดอกไม้ เจ้าชายแห่งทะเล มีทั้งด้านมืดที่ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ อยากตาย กับด้านสว่างที่มีความหวังสุดๆ อยากจะอยู่ต่อไปอีกพันปี ครบถ้วนทุกอารมณ์ของมนุษย์ การใช้คำของเขาครอบจักรวาล มีการเปรียบเปรยและกระตุ้นจินตนาการ เช่น นาฬิกาตายยังบอกเวลาแก่ฉัน ความถูกผิดนั้น มันไม่มีความหมาย เป็นประโยคที่ผมรู้สึกว่าเป็นการให้กำลังใจที่ดี สมมติเราเป็นนาฬิกาถึงแม้จะตายค้างไว้ตอนห้าโมงเย็น เรายังมีสิทธิ์บอกเวลาถูกถึงสองครั้งในหนึ่งวัน หรือดื่มเลือดจากนมมารร้าย หล่อเลี้ยงอารมณ์ไฟ อารมณ์ที่ไม่เกรงกลัว มหันตภัยใดๆ ก็ทำให้เราฮึกเหิม เหมือนเป็นโหมดกราดเกรี้ยวของพราย ร็อกแอนด์โรลล์มันต้องแบบนี้ หรืออย่างประโยคที่ว่าหากเธอเป็นผ้าขาว จะหมองหม่นเลอะสี ด้วยรักฉันแค้นเคือง กดดันดั่งจิตรกรไม่มีชื่อเสียง ภาษาของเขาทำให้เราเห็นภาพตาม อาจเป็นภาพเซอร์เรียลหรือแอ็บสแตรกต์

อีกงานที่อยากให้ไปดูคือผลงานที่พรายแต่งให้ TKO เช่นเพลงว่าวพี่เล่นว่าวจุฬา ส่วนน้องยาเล่นปักเป้า ทะลึ่งหน่อย เป็นด้านอารมณ์ขันของปฐมพร หรืออย่างเพลงฝัน ฝัน เลื่อนลอยเหลือเกิน เอื้อมมือไขว่คว้า ก็ยังล่องลอย จากไป เธอ ล่องลอยเหนือใจ ใครอยู่ จะให้ทำอย่างไร เมื่อรู้ ว่าคือเธอ ก็โรแมนติกมาก ผมได้อิทธิพลทางการเขียนเพลงจากเขา แม้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มีแรง-ผลักดันมาจากการใช้ภาษาแบบนี้แน่นอน

: คุณตีความระหว่างบรรทัดในบทเพลงของพราย ปฐมพร ปฐมพรอย่างไร
ผมก็ตีความเนื้อร้องไปตามนั้น อย่าคิดลึกเลย จริงๆ ศิลปะก็เป็นอย่างนี้ ตอนแต่งเพลง เพลงเป็นของผู้แต่ง ตอนฟังเพลง เพลงเป็นของผู้ฟัง ผมเองก็ไม่เคยไปถามพรายหรอก ผมไม่ถาม ผมเสพงาน อย่างตัวผม เวลามีแฟนเพลงมาถามว่า ลิปสติกบนลิปสติกหมายความว่าอย่างนี้ไหมพี่ ผมถามกลับ แล้วมีความสุขกับสิ่งที่คิดไหม ถ้ามีความสุขก็คิดอย่างนั้นไป มันไม่ใช่หน้าที่ของผู้เขียนที่จะไปทำลายจินตนาการของผู้ฟัง เพราะบางครั้งศิลปินก็ไม่รู้หรอกครับ เราแค่ถ่ายทอดอารมณ์ เราทำงานเพราะเราไม่รู้ ถ้าเมื่อไหร่ที่เรารู้ทุกอย่าง
เราไม่มาเป็นศิลปินหรอก

: ปฐมพรตัวจริงที่คุณเคยสัมผัสกับพรายบนเวทีสอนอะไรคุณมากที่สุด
พรายไม่ได้ประกอบอาชีพศิลปิน แต่พรายใช้ชีวิตเป็นศิลปิน ซึ่งน้อยคนที่จะทำได้ สำหรับผม ผมว่าเขาไม่ได้เป็นศิลปินที่เพอร์เฟ็กต์ ความไม่เพอร์เฟ็กต์ของปฐมพรนี่แหละคือสิ่งที่ผมชอบ เขาอาจจะเกิดมาเพื่อให้คนรู้ว่า โลกนี้ไม่มีอะไรเพอร์เฟ็กต์

เรื่อง : กรกฎ อุ่นพาณิชย์ ภาพ : พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์
——————–

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มจากบุรุษทั้งสิบคนถึงเบื้องหลังผู้สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาได้แบบเต็ม ๆ ในนิตยสารแอลเมนฉบับเดือนมิถุนายน วางแผงแล้ววันนี้

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/06/SsQ.jpg