MOTOR
1963 Aston Martin DP215 รถต้นแบบที่ใช้ในการแข่งขัน Le Mans
เตรียมเข้าสู่ตลาดประมูล หลังปรับแต่งกว่า 30 ปี

 24 Hours of Le Mans คือรายการแข่งขันรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยการแข่งขันนั้นจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ ค.ศ. 1923 ที่เมือง Le Mans ประเทศฝรั่งเศส โดยการแข่งขันนั้นจะแข่งต่อเนื่องเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เป็นระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตร ภายใต้กฏที่ว่านักขับแต่ละคนนั้นห้ามขับรถติดต่อกันเกิน 6 ชั่วโมง และนักแข่งหนึ่งคนต้องขับรถไม่เกิน 14 ชั่วโมง จากเวลา 24 ชั่วโมงของการแข่งขัน (ทำให้ทุกทีมจะใช้นักแข่งทั้งหมด 3 คนสลับกันขับรถ 3 คัน) ฟังดูแล้วอาจจะเป็นระยะเวลาที่ไม่นานมากนักบนรถ เพราะรถติดบนถนนกรุงเทพก็นานเกือบจะไม่แพ้กันอยู่แล้ว แต่สำหรับนักแข่งที่ต้องขับรถแข่งความเร็วสูง ภายใต้สภาวะกดดัน อากาศที่ร้อนมากภายในตัวรถรวมถึงระบบระบายอากาศที่ไม่สะดวกสบาย และต้องทำความเร็วเฉลี่ย 230 กม/ชั่วโมงติดต่อกันรวมถึงต้องเร่งถึง 300 กม. ในบางช่วงนั้น มันคือการเอาชีวิตตัวเองไปผูกกับระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง

แผนผังของสนามแข่ง  24 Hours of Le Mans 

และนอกจากนกแข่งที่มีความสามารถอันน่าทึ่งแล้วอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมากก็คือ รถแข่ง ที่จะต้องมีสมรรถนะที่สูงมาก รวมถึงขุมกำลังที่ขับเคลื่อนตัวรถก็ต้องทรงพลังมากเช่นกัน ทุกๆรายละเอียดและส่วนประกอบของรถหนึ่งคันจึงต้องผ่านการสร้างสรรค์และดูแลจากทีมวิศวกร และทีมช่างนับสิบชีวิต และในวันนี้เราจะขอพูดถึงรถแข่งสุดคลาสสิค Aston Martin DP215 ปี 1963 จากทีม David Brown Racing Dept. ทีมที่เคยคว้าแชมป์ Le Mans ด้วยรถ Aston Martin DBR1 เมื่อปี 1959

Aston Martin DBR1 ที่เคยคว้าแชมป์เมื่อปี 1959

รถแข่งตัวต้นแบบ Aston Martin DP215 คันนี้เป็นรถที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแข่งขันรายการ Le Mans ในปี 1963 (แน่นอนว่ากับรถ Ferrari คู่แข่งสำคัญด้วย) ซึ่งมันก็ถูกขับโดยนักแข่งระดับ Phil Hill และ Lucien Bianchi (สมัยนั้นยังไม่มีกฏว่านักแข่งคนนึงห้ามขับเกินกี่ ชม. หนึ่งทีมจึงมักมีนักแข่งแค่สองคน)ในการแข่งขันปีนั้นและยังทำความเร็วได้สูงถึง 310 กม. ซึ่งถือว่าสูงมากในสมัยนั้น แชมป์สมัยที่สองเหมือนจะรออยู่ตรงหน้าแล้วสำหรับ David Brown และ Aston Martin แต่ด้วยความโชคร้าย รถคันนี้เกิดปัญหาขึ้นที่ระบบเกียร์และต้องออกจากการแข่งขันไป ปิดตำนานรถแข่งคันสุดท้ายที่สร้างโดยบริษัทของ Aston Martin เองทั้งหมด

 

เวลาล่วงเลยมากว่า 40 ปีรถคันนี้ก็กลับมาสู่สายตาคนรักรถอีกครั้งเมื่อ RM Sotheby หนึ่งในตัวแทนจัดการประมูลรถยนต์หรู ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเตรียมเอารถแข่งสัญชาติอังกฤษ แสนคลาสสิคนี้มาให้ประมูลกัน โดยตัวรถนั้นผ่านการดูแลและซ่อมแซ่มโดยช่างผู้เชียวชาญ เพื่อให้ตัวถัง อะไหล่ และแน่นอนเครื่องยนต์ กลับสู่สภาพใกล้เคียงกับยุคสมัยที่มันโลดแล่นอยู่บนสนามแข่งให้ได้มากที่สุด  และเพื่อให้ได้มาตรฐานดังกล่าว ที่ปรึกษาตัวแทนของ Ted Cutting ดีไซน์เนอร์ผู้ล่วงลับของสุดยอดยานยนต์คันนี้ก็ถูกทาบทามเข้ามาช่วยด้วย จนในที่สุดรถแข่งจากเมืองผู้ดีก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในสภาพพร้อมใช้งาน (ปัญหาเรื่องระบบเกียร์แน่นอนว่าถูกแก้ไขอย่างสมบูรณ์) และเตรียมเข้าสู่ตลาดประมูณด้วยราคา 20ล้าน USD หรือประมาณ 660 ล้านบาท ใครที่สนใจประมูลยานยนต์แห่งประวัติศาสตร์คันนี้ก็ ตามไปที่นี่ได้เลย

you may also like
MOTOR
1 ใน 25 คันที่ถูกสร้างขึ้นบนโลก
MOTOR
รถที่เคยผ่านมือ Jim Clark ตำนานนักแข่ง F1
MOTOR
ระบบไฮบริดเต็มรูปแบบในอีก 7 ปีเท่านั้น
MOTOR
Robert Downey Jr. กับรถที่ผลิตขึ้นพิเศษเพื่อเขาเท่านั้น
MOTOR
จำนวนจำกัดแค่ 10 คันบนโลกเท่านั้น !
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2018/07/1963.png