LIFE
Who’d be an England manager?
Arsène Wenger จะขี่สิงโต?

มีคนเปรียบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับผู้จัดการทีมฟุตบอลอังกฤษว่า เป็นทุกขลาภที่แทบไม่มีวันประสบความสำเร็จพอๆ กัน เมื่อทั้งสองจ๊อบต่างก็มีปัจจัยที่สั่นคลอนเก้าอี้ แต่ถ้าจะวัดกันด้วยเหตุการณ์ปัจจุบัน ขณะที่ท่านนายกหญิงคนใหม่อย่าง Theresa May ยังอยู่รอดปลอดภัย แต่ Sam Allardyce ผู้จัดการทีมสิงโตคำรามกลับลาแบบนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ

หากจะลองศึกษาหรือเขียนคู่มือการเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษขึ้นสักเล่ม คงได้กฎเหล็กที่กุนซือทุกคนพึงปฏิบัติเพื่อรักษาสถานภาพให้ยืนยาวสัก 3-4 ข้อ ไม่ใช่แค่เรื่องในสนามที่ควรพาทีมชนะ ชนะ แล้วก็ชนะ เพราะเมื่อผลลัพธ์ออกมาตรงข้าม คุณจะมีสิทธิ์ได้รับฉายาประมาณนายหัวผักกาดแบบ Graham Taylor แต่ยังควรมีชีวิตส่วนตัวแบบโลว์โพรไฟล์ ไร้สีสัน มิฉะนั้นอาจเป็นข่าวกอสซิปเหมือนสาวๆ ของ Sven-Göran Eriksson และที่สำคัญกรุณาอย่าประกาศตัวเป็นศัตรูกับสื่อหรือทำให้ FA ไม่แฮปปี้เป็นอันขาด

ในรายของบิ๊กแซม จะว่าไปสมาคมคงพยายามลดสเป็กของผู้จัดการทีมชาติลงมาแล้ว หลังดูจากแบ็กกราวนด์ที่เคยมีกรณีอื้อฉาวเมื่อ 10 ปีก่อน เมื่อเขาและลูกชายตกเป็นข่าวพัวพันกับการเรียกรับสินบนในการซื้อขายนักเตะ ก่อนจะเคลียร์ตัวเองจนประเด็นเงียบไป แต่สุดท้ายอัลลาร์ไดซ์ก็กลายเป็นเหยื่อการล่อซื้อของ Daily Telegraph ที่ส่งนักข่าวในคราบนักธุรกิจไปล้วงตับ จนเขาหลุดปากในเรื่องการซิกแซกหลบเลี่ยงกฎระเบียบของเอฟเอ แถมยังพ่วงด้วยการต่อรองเงินก้อนโต คลิปแอบถ่ายจึงทำให้อัลลาร์ไดซ์ดิ้นไม่หลุด จนต้องสิ้นสุดการคุมทีมสิงโตคำรามด้วยสถิติ 100 เปอร์เซ็นต์!!!

PARIS, FRANCE - SEPTEMBER 13: Head coach Arsene Wenger of Arsenal FC during the UEFA Champions League group A between Paris Saint-Germain and Arsenal FC at Parc Des Princes on september 13, 2016 in Paris, France. (Photo by Xavier Laine/Getty Images)

จริงๆ ก็น่าเสียดาย เมื่อแท็กติกเน้นลูกเซตเพลย์และบอลยาวแบบอัลลาร์ไดซ์ ที่ José Mourinho เคยเย้ยหยันว่าเป็นฟุตบอลจากศตวรรษที่ 19 ยังไม่อาจวัดอะไรได้จากชัยชนะเหนือสโลวาเกียแค่นัดเดียว แถมยังมีลูกเคืองจากกัปตันทีมอย่าง Wayne Rooney ที่โดนปรับบทบาทจนแทบจะกลายเป็นมิดฟิลด์ตัวห้องเครื่อง แต่ด้วยความสำเร็จในยูโร 2016 ของทีมยังมีกลิ่นอายของฟุตบอลสไตล์อังกฤษดั้งเดิม อย่างเวลส์ที่ทะลุถึงรอบตัดเชือก หรือไอซ์แลนด์ที่ถล่มสิงโตคำรามของ Roy Hodgson ตกรอบ บวกช่วงเวลาฮันนีมูนพีเรียด และเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 ที่เพิ่งจะออกสตาร์ต บิ๊กแซมจึงกลายเป็นทางเลือกเมื่อสี่เดือนก่อนที่ดูไม่มีอะไรเสียหาย 

แต่ทันทีที่เขาโดนเด้งพร้อมกับรับเงินชดเชยไปกว่าสามล้านห้าแสนปอนด์ จึงเหมือนแรงสะท้อนมาสู่ภารกิจการเฟ้นหากุนซือใหม่ที่จะรับงานต่อจาก Gareth Southgate ซึ่งยังไม่ตัวเลือกที่ชัดเจน และปัญหาในการคัดเลือกคนที่เหมาะสม กับโพรไฟล์อดีตทีมชาติอังกฤษ ก็มีโอกาสที่เซาธ์เกตจะต้องรับหน้าที่กุนซือตัวจริงก็ได้ เมื่อเอฟเอไม่ต้องการให้เก้าอี้กุนซือทีมชาติแปรสภาพไปเป็นเก้าอี้ดนตรี ตัวเลือกอย่าง Alan Pardew หรือ Steve Bruce ที่ยังไม่ชัดเจนในแนวทางเท่ากับอัลลาร์ไดซ์จึงดูด้อยลงไป แต่ปรากฏชื่อของโค้ชต่างชาติอย่าง Arsène Wenger ในสัปดาห์ที่เขาฉลองการคุมทีม Arsenal ครบ 20 ปี

แน่นอน โค้ชนำเข้าไม่ใช่สิ่งต้องห้าม หลังสมาคมฟุตบอลอังกฤษแหกประเพณีเดิม ด้วยการตั้งอิริกสันรับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษเมื่อสิบห้าปีก่อน และเจ็ดปีให้หลัง  Fabio Capello กลายเป็นโค้ชต่างชาติรายที่สอง แม้ทั้งคู่ไม่สามารถพาอังกฤษเข้ารอบลึกในรายการเมเจอร์ แต่ต้องไม่ลืมว่าคาเปลโลคือกุนซือทีมชาติที่มีเปอร์เซ็นต์ทำทีมชนะมากที่สุด ถ้าไม่รวมสถิติชนะรวดนัดเดียวของบิ๊กแซม และอิริกสันก็อยู่ในระดับท็อปไฟว์ ทั้งที่ก่อนรับงานทั้งคู่ไม่เคยคุมทีมในพรีเมียร์ลีก หรือคุ้นเคยกับฟุตบอลอังกฤษเท่าเวงเกอร์ด้วยซ้ำ

เหตุผลที่เวงเกอร์เป็นคนแรกๆ ที่นำรูปแบบการเล่นสไตล์ยุโรปที่สวยงามชนิดคนละขั้วกับอัลลาร์ไดซ์ มาใช้ในเวทีพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการใช้นักเตะต่างชาติเข้ามาเป็นส่วนผสมสำคัญในทีม จนกลายเป็นทีมแรกของลีกที่ส่งรายชื่อทั้งผู้เล่นตัวจริงและสำรองแบบไร้นักเตะอังกฤษเมื่อหลายปีก่อน ดังนั้น แม้จะมีสมาชิกทีมอาร์เซนอลอยู่ในขุนพลทรีไลออนส์มาทุกยุค แต่ก็หนีไม่พ้นที่จะมีคำถามว่า เมื่อต้องใช้ผู้เล่นแบบไร้นักเตะต่างชาติ แท็กติกของเวงเกอร์จะยังเวิร์กหรือไม่ ยังไม่รวมถึงวิธีการฝึกซ้อม ที่เชื่อมโยงกับปัญหาที่นักเตะเดอะกันเนอร์สบาดเจ็บกันระนาวแทบทุกฤดูกาล ที่หากเกิดขึ้นในทีมชาติ บอร์ดของเอฟเออาจจะต้องหูชาจากความไม่พอใจของต้นสังกัด 

แต่ถึงกระนั้น เมื่อพิจารณากันแบบรอบด้าน เงื่อนไขที่กำลังจะหมดสัญญากับอาร์เซนอลและท่าทีที่เจ้าตัวสนใจ คงไม่มีใครโดดเด่นเท่ากับเวงเกอร์ หากเจรจาได้ลงตัว คงมีแค่คำมั่นสัญญาที่เอฟเอคงอยากเห็นเขาพาทีมสิงโตคำรามทะยานไปได้ไกลกว่ารอบ 16 ทีม หรือแปดทีม ศึกเวิลด์คัพหรือยูโร อย่างที่มักจะจบเส้นทางเอาประมาณนั้นในแชมเปี้ยนส์ลีก 

เพราะถ้าคาดหวังแค่นั้น กัดฟันเรียกบิ๊กแซมกลับมาก็ได้มั้ง!!  

เรื่อง : ฤทธิกร การเวก
ภาพ : getty images
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2016/10/TN.jpg