อารมณ์ดีเมื่อไปอัมสเตอร์ดัม
LIFE
อารมณ์ดีเมื่อไปอัมสเตอร์ดัม
The air up there!

new-kc2
Nopnan Ariyawongmanee (Features Editor)

บางทีโรงพยาบาลอาจจะรักษาโรคร้ายของคุณได้ไม่ดีเท่ากับอากาศบริสุทธิ์ หรือเป็นเพราะของดีที่อัมส์เตอร์ดัม ที่พา Features Editor นพนันท์ อริยะวงศ์มณีนั้น หัวเราะจนลืมอาการเจ็บป่วยที่เขาได้ระยะนึง

new-kc

เมื่อไม่กี่ปีก่อนผมประสบกับโรคร้าย alopecia areata ที่เปลี่ยนชีวิตผมอย่างเฉียบพลันและสิ้นเชิง เพราะโรคนี้ทำให้เส้นผมบนหัวของผมร่วงเป็นหย่อมๆ ประมาณ 40-50 จุด ขนาดเล็กที่สุดก็ราวๆเท่ากับรอยมดกัด แต่ที่ใหญ่สุดนั้น ขนาดใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ (นึกถึงแล้วขนลุกซู่)

ตอนนั้นหัวผมดูแล้วไม่ต่างจากผิวหนังสุนัขที่เป็นโรคเรื้อน และถึงแม้จะโกนผม รอยด่างสีขาวตรงที่เส้นผมไม่งอกนั้นดูชัดเจนมาก มันจึงแทบไม่ได้แก้ปัญหาอะไรให้ผมเลย และเนื่องจากปัจจัยที่ต้องให้หัวสะอาดอยู่เสมอ ทางเลือกที่จะใส่หมวกไปไหนมาไหนในสภาพอากาศร้อนๆ ของเมืองไทยจึงตัดออกไปได้เลย สุดท้าย ด้วยความอายและหมดความมั่นใจ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงทางจิตใจของผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว ผมจึงตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วหันมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

ระหว่างนั้นผมทดลองการรักษาหลายรูปแบบ ทั้งแผนปัจจุบัน! แผนโบราณ! แผนอินเดีย! เกือบเคยลองไปฝังเข็มแบบแผนจีนอีกด้วย! คุณอาจไม่เชื่อ ผมผ่านประสบการณ์การเอาดีปลาช่อนเหม็นๆ ทาที่หัวทุกวันมาแล้ว (เคล็ดแผนไทยโบราณของเรานั่นเอง)

จากความพยายามตลอดหนึ่งปีเต็ม ก็เริ่มมีตอผมผุดขึ้นมาเป็นบางจุด คุณหมอที่ดูแลรักษาผมก็ให้ความมั่นใจว่าไม่ต้องห่วงเพราะผมมีดีเอ็นเอของชาวอินเดีย ขนดกแบบนี้อย่างไรผมก็ขึ้นเร็วกว่าคนทั่วไป (ทำให้ผมเห็นข้อดีของกรรมพันธุ์ของบรรพบุรุษของผม)

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นผมต้องเดินทางไปทัศนศึกษาที่ยุโรปกับคลาสปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญครั้งนั้นถ้าผมไม่ไปก็จะเรียนไม่จบ ผมที่อยู่ในสภาพหัวขรุขระ ก็จำต้องไปและสวมเสื้อคลุมฮู้ดดี้ตั้งแต่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนกระทั่งออกเดินทางไปเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และฝรั่งเศส จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นเดือนตุลาคม…อากาศกำลังเริ่มเย็นสบาย

ก่อนไป คุณพ่อของผมบอกว่า การไปสูดอากาศดีๆ ของยุโรปอาจทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้น พ่อผมเชื่อว่า สภาพจิตใจที่ดีจะช่วยรักษาโรคของผมได้ ท่านบอกว่าผมอาจจะไปเจอ ‘ยาดี’ ที่นั่น ที่จะนำรอยยิ้มกลับมาบนใบหน้าของผมอีกครั้ง

2-3 วันแรก ผมได้แต่ทำหน้าเซ็ง เพราะความทรมานกับอากาศหนาวๆ อาหารเย็นๆ ขนมปังแข็งๆ ผมไม่ไปเดินเที่ยวกับใคร เอาแต่นอนอยู่ในรถบัส และคิดว่าเมื่อไรจะได้กลับบ้าน เชื่อว่าเพื่อนๆ เอง ก็คงอยากจับผมยัดกล่อง FedEX ส่งกลับบ้านเหมือนกัน…มายุโรปทั้งที มีตัวทำงานกร่อย

กระทั่งประมาณวันที่ 4-5 เมื่อเดินทางมาถึงอัมสเตอร์ดัม เพื่อนๆ ก็งงว่าทำไมผมจึงอารมณ์ดีแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

มันเหมือนมีปาฏิหาริย์ครับ เพราะตรงรอยด่างบนหัวผมเริ่มมีผมเส้นเล็กๆ งอกขึ้นเล็กๆ น้อยๆ ดูแล้วคล้ายๆ กับว่ามีคนเอาถั่วงอกมาปลูกบนหัวของผม ซึ่งยิ่งดูแล้วพิลึกกว่าเดิมเสียอีก แต่เวลานั้นผมไม่สนใจสายตาผู้คนรอบข้างอีกต่อไป ผมเลิกเอาฮู้ดดี้ครอบหัวเพื่อเปิดรับอากาศเต็มที่

ผมที่หมกมุ่นกับยาเป็นปี แทบจะไม่ได้ช่วยอะไร แต่เดินทางมายุโรปไม่ถึงสัปดาห์ เส้นผมกลับงอกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด…พ่อผมเป็น Nostradamus ชัดๆ!!!

ถือเป็นการยืนยันจากประสบการณ์ตรงเลยก็ได้ ว่าอากาศของที่นั่นดีกว่าบ้านเรามาก ที่สำคัญ การได้สูดอากาศที่ไร้มลพิษนั้นช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ผมจึงขอแนะนำว่าหากคุณสุขภาพไม่ค่อยดี การได้ไปลองสูดอากาศดีๆ อาจจะช่วยคุณได้อีกทาง ผมเข้าใจดีว่าเวลาที่รู้สึกไม่สบาย คนส่วนมากอาจ
จะรู้สึกอยากนอน เพราะการนอนช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ชั่วขณะหนึ่ง แต่บางทียาดีก็ไม่ได้มีแค่ที่โรงพยาบาลเท่านั้น การได้เปลี่ยนบรรยากาศอาจช่วยคุณได้มากกว่าที่คิด

โอเค! ผมไม่ใช่คนโกหก…ผมตัดส่วนหนึ่งของเรื่องออกไป….อากาศที่บริสุทธิ์นั้นช่วยให้เส้นผมของผมงอกกลับมาก็จริง แต่ที่ผมอารมณ์ดีขึ้นอย่างกะทันหัน น่าจะเป็นเพราะ…อัมสเตอร์ดัม…!!! ฮ่าๆๆๆ

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/05/open-kc.jpg