LIFE
บททบทวนภาพลักษณ์และคุณค่าของผู้ชายไทย
The Thai man

new-thai-man

มนุษยชาติเรานั้นได้ก้าวเข้ามาในมิลเลนเนียมที่สามแล้ว ในยุคสมัยที่มุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ปรานีใคร ภาพลักษณ์และคุณค่าของความเป็นผู้ชายได้เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน? แล้วอะไรคือการเป็นผู้ชายในศตวรรษที่ 21?

เวลาที่คิดถึงผู้ชายไทยคุณจะคิดถึงอะไรครับ? เจ้าชู้อาจเป็นอันดับแรก ตามด้วยขี้โม้ ติดพรรคติดพวก เยอะมากที่เป็นภาพลบ เอ๊ะ แล้วเราไม่มีอะไรดีเหลือเลยหรือ?

แต่จะว่าไปนิสัยเหล่านี้มันก็พบเจอได้ในผู้ชายหรือคนจากประเทศอื่นๆ มันเป็นนิสัยสัตว์สังคม เป็นพฤติกรรมที่กำเนิดมาจากสภาพแวดล้อมและสัญชาตญาณดิบๆ ที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเรา แต่การตีความของผมคนเดียวก็คงดูแคบไป ผมจึงไปสะกิดถามคนรอบข้างที่รู้จัก

“ผู้ชายไทยนั้นเป็นคนง่ายๆ ประนีประนอม ไม่เผด็จการเกินความพอดี เสียตรงที่ไม่ชัดเจน กลัวที่จะเริ่ม ตั้งกรอบเยอะ ไม่กล้าเผชิญหน้า ผมคิดว่ามันเกิดจากวัฒนธรรมและการปลูกฝัง คนไทยเคารพกันที่วัยวุฒิไม่ใช่คุณวุฒิ คนไทยรุ่นใหม่เลยไม่กล้าคิดเพราะไม่ได้การยอมรับจากคนรุ่นเก่า” จากนิสิตหนุ่มมศว.

“ชายไทยมีความรักฝูงเพศเดียวกัน มีความเบี่ยงเบนทางเพศเล็กน้อย ชอบความรุนแรงทั้งทางตรงและทางอ้อม เหยียดเพศตรงข้ามทั้งแบบที่รู้และไม่รู้ตัวเอง” จากอาจารย์สถาบันสอนดนตรี

“I don’t like the way that our social construct has built the Thai man to be. The expected place of the Thai man over his woman and over his sense of morality is bizarre to me” จากศิลปินและครูสอนงานศิลปะ

แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็นมาเป็นระยะๆ ของนิสัยชายไทยที่ยั่งยืนและต่อเนื่องเป็นนิสัยที่ไม่เว้นรุ่น วัย หรือแบ็กกราวนด์อันใด นั่นก็คือนิสัยกดคนอื่นลง คนอื่นที่พูดถึงนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นแฟนของเขาเอง ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านก็ต้องเคยเจอ อาจจะเจอเป็นรุ่นพี่ ผู้ใหญ่ ผู้ปกครองคนนิสัยแบบนี้มักจะมาในลักษณะที่เริ่มมีความซีเนียร์ มีความแก่ มีความชอบสกัดดาวรุ่ง คือรุ่งไม่รุ่งกูไม่รู้แต่ขอกูสอยลงมาก่อน คนพวกนี้มีอยู่จริง

เขาอาจอยู่ในบ้านหลังเดียวกับคุณก็ได้ เพื่อนสาวผมก็เคยเจอแฟนที่พยายามบั่นทอนตัวตนของนาง ให้นางทำตาม เป็นตาม จนทนไม่ไหวต้องเลิกราแล้วฉีกตัวออกมาไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างประเทศ ใช่ครับถึงต้องย้ายดินแดนกันเลยทีเดียว อีกรายก็เป็นรุ่นน้องที่มีแฟนออกแนวนิยมความรุนแรง ด่าทอกดขี่แล้วยังไม่สะใจพอ มีตบตีแถมให้ด้วย แต่พอมันไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็ดันบอกว่าปล่อยๆ ไปเถอะมึง มันดีแค่ไหนแล้วที่ผู้ชายมันไม่เจ้าชู้…

หะ? อะไรนะ ฮัลโหลลล น้องเอาตรรกะอะไรมาคิด?? คือถ้าคบกันแล้วมันก็ไม่จำเป็นต้องมากังวลเรื่องนอกใจแต่แรกหรือเปล่า? จะว่าไป ผมเองก็เคยเจอ รุ่นพี่ที่ชอบบอกให้เราคิดตามเขา คิดให้มันเซฟๆ อย่าเสี่ยงอย่าลอง อย่าไปเชื่อว่าหญ้าอีกฝั่งหนึ่งมันจะเขียวกว่าฝั่งนี้ พูดง่ายๆ ก็คืออย่าคิดมาก…

ผมสงสัยว่าอะไรทำให้คนที่นี่มีความเชื่อเหล่านี้ หรือมันเป็นการเลี้ยงดู? แล้วผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูเราเขาเอาความคิดนี้มาจากไหน ถ้าสืบย้อนกลับไป เมื่อก่อนบ้านเราไม่มีทีวี ไม่มีหนัง เรามีแต่วรรณกรรม แล้วเราอ่านอะไร? ขุนช้าง ขุนแผน ผู้ชนะสิบทิศ protagonist ที่มีเมียทุกทิศ ไกรทอง ผู้ชายที่ลงไปปราบจระเข้แต่ดันไปเอาเมียจระเข้ หรือพระอภัยมณีที่สวิงกิ้งเล่นทั้งยักษ์ทั้งเงือก พอผ่านมาเป็นจอทีวี เราก็เห็นพระเอกอย่างพี่เคนใช้ความรุนแรงปล้ำพี่แอนเพื่อทำเมีย “มันเป็นเรื่องเรตติ้ง” สหายนักเขียนท่านหนึ่งกล่าวไว้

คนเขียนบทเรื่องที่ว่าคงอธิบายได้ว่ามันมีที่มาที่ไปของมัน แต่สำหรับคนไทยทั่วไปที่ได้ดู โดยเฉพาะเด็ก ที่ได้ดูเพราะพ่อแม่มันชอบดู ก็จะเห็นว่าการกดขี่เพศหญิงมันโอเค เพราะพระเอกเขายังทำเลย แต่ถ้าตัดเรื่องสื่อออกไปแล้วลองมาโฟกัสที่สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู

“มันอาจมาจากการแสดงความเป็น authoritative figure ซึ่งคือการอยากได้อำนาจ แล้วอำนาจก็คือการควบคุม แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดนี้คือการแสดงความ insecure ในตัวผู้กระทำ หรือไม่ก็เป็นการที่เขาแค่ปฏิบัติตามที่เขาเคยเจอมา” นักบำบัดท่านหนึ่งบอกกล่าว

แล้วเรากำลังมุ่งหน้าไปทางไหน?

มาถึงศตวรรษนี้แล้ว เรากำลังถูกหล่อหลอมให้เป็นคนอย่างไร ความเป็นชายไทยนั้นมีความคลุมเครือมาก เพราะเราคงไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงตัวเองกับพระเอกในวรรณกรรมล้าหลังหรือละครทีวีแฟนตาซีอีเดียต แล้วเราควรมองไปที่ใคร? พ่อแม่ที่ต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงเราก็คงไม่มีเวลามานั่งคิดว่าเขาควรเป็นโรลโมเดลแบบไหน แต่เราเองก็คงไม่มีวันรู้ภาระหน้าที่ในการเป็นโรลโมเดลจนกว่าเราเองมีลูก ในจุดนั้นเราคงเข้าใจถึงการรับผิดชอบ การให้ การดูแล การเป็นผู้ชายที่แท้จริง หรือเราอาจจะไม่ แต่ดันค้นพบความจริงว่าสุดท้ายเราก็กลายเป็นดั่งพ่อแม่เรานั่นเอง

โอว ฝันร้ายที่เป็นจริง

พอไม่ได้ดั่งใจเราก็ทุบโต๊ะเผด็จการ เอะอะขู่จะทุ่มโพเดียมใส่คำถามที่ไม่อยากตอบ

“อย่ามองคนไทยในแง่ลบสิ มันอยู่ที่ทัศนคติของคุณเอง” ดั่งที่คลิปโฆษณาชวนเชื่อบอกให้เราจำนนกับความบั่นทอนต่างๆ รอบข้าง

แล้วนี่ก็แค่เรื่อง ‘คิดมาก’ อีกเรื่องหนึ่งที่คนไทยชอบแปะป้ายแล้วปัดผ่าน แต่ผมว่าในการที่เราได้โอกาสเกิดมาเป็นบุรุษคนหนึ่งบนโลกนี้แล้ว หน้าที่ของเราคือ เราควรจะคิดแล้วตั้งคำถามกับชีวิตเราได้มากกว่านี้

เรื่อง: พจแมน
ภาพ: Getty Images

you may also like
LIFE
แฟชั่นกับวงการแพทย์ เกี่ยวข้องกันยังไง
LIFE
อะไรคือรางวัลของการต่อสู้กับเวลาของคนทุกวันนี้?
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/05/open-thai-man.jpg