เมื่อความเร็วหาใช่คำตอบของชีวิตเสมอไป
LIFE
เมื่อความเร็วหาใช่คำตอบของชีวิตเสมอไป
Learning to Slow Down

new-panya

คุณรู้สึกเหมือนผมไหมว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงด้วยความเร็วจี๋ชนิดเงยหน้ามาอีกทีทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่าผมแก่หนวดเคราเฟิ้มผมสีดอกเลา และถือไม้เท้า จึงทำให้คิดแบบนั้น แต่ความจริงก็คือ โลกเรามีองค์ความรู้และเทคโนโลยีมากมายจนคนรุ่นต่อมาสามารถต่อยอดออกดอกออกผลได้เร็วกว่าเดิมหลายเท่าตัวต่างหาก

ไม่เชื่อลองย้อนกลับไปดูยุคแรกเริ่มของนวัตกรรมประเภทโทรศัพท์มือถือรถยนต์ และหุ่นยนต์ดูก็ได้ สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาพัฒนานานแสนนาน แต่เมื่อเข้าสู่ยุคสมาร์ตโฟนเท่านั้นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนไปชนิดฉุดรั้งไม่อยู่ หรืออย่างรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่งมโข่งอยู่กับที่นานมาก (ส่วนหนึ่งเพราะอุตสาหกรรมน้ำมันไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไปนัก) แต่พอ Tesla ประกาศขายให้ผู้บริโภคแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งนั้น ผู้ผลิตรถยนต์ต่างกระเหี้ยนกระหือรือเปิดตัวรถยนต์พลังงานทางเลือกกันยกใหญ่ ขณะที่โลกของหุ่นยนต์ก็จมจ่อมอยู่กับต้นแบบมานานหลายทศวรรษ แต่ไม่กี่ปีมานี้หุ่นยนต์ได้รับการพัฒนาจนจะเข้าทำงานแทนมนุษย์ในหลากหลายอาชีพอย่างไม่น่าเชื่อ ล่าสุดกูเกิลเพิ่งเปิดตัวหุ่นยนต์รุ่นใหม่นามว่า แฮนเดิล ที่มาพร้อมความสามารถวิ่งบนผิวขรุขระ กระโดดและยกของได้ อะไรจะสุดยอดปานนั้น นี่ผมยังไม่นับรวมปัญญาประดิษฐ์ ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลระดับ 5G ที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามาในชีวิตของเรามากขึ้นทุกที

ตอนนี้คุณอาจจะรู้สึกบ้างแล้วว่า ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจริงๆจนทำให้คุณหลงลืมความละเมียดละไมในชีวิตไป การมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงและมุมมองที่มีต่อสิ่งต่างๆ ก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ถึงตรงนี้หลายคนอาจทึกทักขึ้นมาว่า โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว เราต้องปรับตัวกันบ้าง แต่ไม่อยากให้ลืมว่า ความล้ำสมัยอันเร็วรี่มักผ่านมาแล้วก็ผ่านไปในชั่วพริบตา มิหนำซ้ำยังผ่านไปโดยไม่ทิ้งอะไรไว้หล่อเลี้ยงชีวิตเราเลยสักอย่าง

ผมขอเล่าให้เห็นภาพด้วยการยกบทสนทนาที่ผมเคยถาม Stephen Forsey นักประดิษฐ์นาฬิกาขั้นเทพและผู้ก่อตั้งนาฬิกา Greubel Forsey ว่าตอนนี้สมาร์ตวอตช์ออกสู่ตลาดมากมาย แล้วทำไมเรายังต้องเลือกใส่นาฬิกาคลาสสิกกันด้วย? เขาตอบกลับชัดถ้อยชัดคำว่า สมาร์ตวอตช์ไม่ต่างอะไรกับแกดเจ็ตชิ้นหนึ่งซึ่งจะเปลี่ยนแปลงตามกระแสและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่อายุการใช้งานจะแสนสั้นเหลือเกิน มิหนำซ้ำเมื่อเวลาผ่านไปมูลค่าของมันก็ไม่เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก ตรงกันข้ามกับนาฬิกาคลาสสิก แม้ว่าสนนราคาอาจจะแพงกว่า แต่คุณต้องไม่ลืมว่าคุณกำลังสวมใส่ความอัจฉริยะ ความทุ่มเท งานออกแบบ และงานฝีมือของนักประดิษฐ์นาฬิกาซึ่งส่งต่อกันมาเป็นร้อยๆ ปี พูดได้ว่าเรากำลังสวมใส่ประดิษฐกรรมของมนุษยชาติอยู่ก็ได้ ถ้าเท่านี้ยังไม่พอ ผมขอสาธยายเพิ่มว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มูลค่าของนาฬิกาก็ยังอยู่และอาจจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ หรืออย่างน้อยเรายังส่งมอบนาฬิกาให้กับลูกหลานรุ่นถัดไปได้ด้วย

ตัดภาพมายังบทสนทนาระหว่างผมกับ Andreas Boesch ผู้บริหารระดับสูงของ Monblanc เมื่อนานมาแล้ว ผมถามเขาว่า ในยุคสมัยที่การพิมพ์บนหน้าจอทัชสกรีนมาแรง การเขียนยังคงมีความสำคัญอีกหรือ? เขาให้คำตอบอย่างออกรสออกชาติว่า การเขียนด้วยมือเป็นวัฒนธรรมที่สะท้อนวิวัฒนาการของมนุษย์อย่างแท้จริง ถ้าหากเราสูญเสียการเขียนด้วยมือไปแล้ว ก็เหมือนกับว่าเราทิ้งประวัติศาสตร์ของตัวเองไปด้วย ที่สำคัญการเขียนคือการสัมผัสที่ถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ได้ดีกว่าการกดไปหน้าจอแข็งๆ ไม่เชื่อหยิบปากกาขึ้นมาเขียนประโยคสักประโยคดูสิ พอเขาตอบแบบนี้ผมจึงถามเขาต่อว่า แล้วทุกวันนี้คุณยังเขียนอยู่ไหม? เขาหยิบปากกาที่หนีบอยู่ตรงกระเป๋าสูทแล้วกล่าวต่อว่า ผมใช้ปากกาด้ามนี้มาตั้งแต่อายุแค่ 19 ปีซึ่งตรงกับช่วงที่เรียนอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตอนนั้นจ่ายเงินซื้อปากกาไป 300 USD ผมขีดเขียนเรื่อยมาจนทุกวันนี้ คิดไปคิดมาปากกานี้น่าจะมีอายุปาเข้าไป25 ปีแล้ว แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่มูลค่าและอายุอานามหรอกนะ หากเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนระหว่างใช้ปากกาด้ามนี้

ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณหันกลับไปหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องเก่าที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในลิ้นชัก (ถ้าไม่โยนทิ้งไปเสียก่อน) คุณอาจจะนึกเรื่องราวต่างๆไม่ออกเสียด้วยซ้ำ หรือถ้านึกออกก็อาจจะไม่ใช่เรื่องราวที่ให้ความรู้สึกนึกคิดอย่างเป็นชิ้นเป็นอันก็เป็นไปได้ เห็นไหมครับว่า ความเร็วฆ่าความละเอียดในชีวิตไปมากแค่ไหน พูดอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า ผมบอกให้คุณทิ้งความล้ำสมัยหรือปิดกั้นการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็ว นั่นก็สุดโต่งเกินไปเพียงแต่วันไหนที่คุณรู้สึกว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเร็วเหลือเกิน ลองผ่อนคันเร่งชีวิตลง ปลีกตัวจากความทันสมัยที่ห่อหุ้มตัวเองตลอดเวลา เพื่อเหลือเวลากลับมาทบทวนเรื่องราวเล็กๆ ในชีวิตกันดูบ้าง ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเรียนรู้เรื่องราวจากสิ่งที่ผ่านมา หรืออาจจะค้นพบคุณค่าบางอย่างที่กลั่นออกมาจากเวลาอันเนิ่นนานก็ได้

ว่าแต่คุณรู้สึกหรือยังว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงด้วยความเร็วที่ช้าลงกว่าตอนเริ่มต้นอ่านบทความนี้?

Story by Panya Leelasoontornkul (Lifestyle Editor)

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/04/open-joe.jpg