เลียบน้ำไม่เลียบเลาะวิถีชีวิต
LIFE
เลียบน้ำไม่เลียบเลาะวิถีชีวิต
Promenade of Broken Dreams

เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ คุ้นเคยกับแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอย่างดี ไม่เพียงเป็นเส้นทางสัญจรไปมาของคนสองฝั่งกรุงเทพฯ แต่ยังเป็นทางระบายน้ำสายหลักของประเทศ ไปจนถึงเป็นอู่วัฒนธรรมสำคัญ แหล่งทำมาหากิน และที่อยู่อาศัยของคนไทยตั้งแต่เก่าก่อนจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าหลายต่อหลายสิ่งจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ก็ไม่มีอะไรแยกแม่น้ำกับคนเมืองออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด

จนกระทั่งวันดีคืนดีภาครัฐดันไอเดียบรรเจิดจะผุดโปรเจ็กต์ทางเลียบแม่น้ำขึ้นมานี่สิ ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ หลายคนวาดฝันไปถึงทางเลียบแม่น้ำของเราว่าจะสวยงามและเป็นระเบียบทัดเทียมเมืองเกียวโต โซล ซิดนีย์ บูดาเปสต์ ลอนดอน ไปจนถึงแวนคูเวอร์ แต่พอเห็นรายละเอียดของการก่อสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยากลับพบว่าโครงสร้างเป็นเพียงการตอกตอม่อลงไปในดินใต้แม่น้ำ แล้วปูแผ่นคอนกรีตเพื่อสร้างถนนด้านบนเท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้น โดยที่พื้นที่ระหว่างตอม่อโล่งโจ้งให้ขยะลอยละล่องเข้าไปติดอยู่ในนั้นได้อย่างสบาย นี่หรือที่เรียกว่าทางเลียบแม่น้ำ ซ้ำร้ายตอม่อเหล่านั้นยังดูแปลกแยกไม่สอดรับกับการใช้ชีวิตริมน้ำของคนในชุมชน อีกทั้งแยกขาดจากการเข้าถึงจากคนภายนอกอีกต่างหาก

ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสขึ้นไปบนยอดวิหาร Frauenkirche Dresden เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองเดรสเดน ประเทศเยอรมนี เมื่อถึงจุดสูงสุดแล้ว ผมทอดสายตามองออกไปยังฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำเอลเบอ ตอนนั้นไม่เพียงเห็นความสวยงามของสถาปัตยกรรมของเมืองเก่าเท่านั้น แต่ยังเห็นว่าเนินดินโล่งกว้างขนาดใหญ่เป็นทางยาวตั้งแต่ตรงหัวโค้งมาถึงริมแม่น้ำ ส่วนตัวคิดว่าพื้นที่ตรงนี้มีไว้สำหรับรองรับน้ำในยามน้ำท่วมนั่นเอง ถัดจากบริเวณดังกล่าวจึงค่อยเป็นสันเขื่อนและทางเดินริมน้ำอีกที

แต่สิ่งที่น่าชื่นชมเหลือเกินก็คือ ภาครัฐแปลงพื้นที่ว่างเปล่าตรงนั้นให้เป็นสวนหย่อมขนาดเล็ก โดยมีถนนเส้นเล็กๆ ทอดตัวลงไปเพื่อให้คนละแวกนั้นใช้สอยพื้นที่อย่างเต็มที่ ออกกำลังกายอย่างการวิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นสเกตบอร์ด ไปถึงทำกิจกรรมครอบครัวอย่างการพา สัตว์เลี้ยงออกมาเดินเล่น พ่อพาลูกชายมาตกปลา หนุ่มสาวมีพื้นที่อี๋อ๋อที่ไม่ต้องเสียสตางค์แม้แต่แดงเดียว

ไม่ต่างอะไรจากทางเลียบแม่น้ำชเปรในเมืองโซนใหม่ของเบอร์ลินที่ได้รับการออกแบบให้ทางเลียบมีลูกเล่นด้วยการแบ่งพื้นที่เป็นหลายระดับ โดยแต่ละระดับจะอยู่ประชิดติดพื้นที่ของชุมชน สถานที่สำคัญ และสวนสาธารณะ จึงให้ความรู้สึกเป็นส่วนเดียวกับชุมชนริมน้ำทั้งหมด ที่สำคัญยังทำให้คนเข้ามาใช้พื้นที่เหล่านั้นได้อย่างสะดวกโยธินอีกด้วย ภาพตรงนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากทางเลียบแม่น้ำของเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นที่บรรดาเด็กญี่ปุ่นสามารถลงเล่นเบสบอล หนุ่มสาวเดินจูงมือจู๋จี๋หรือแม้แต่นั่งมองพระอาทิตย์ตกอย่างสบายใจเฉิบก็ทำได้เช่นกัน  แต่ถ้าหากเป็นสิงคโปร์หรือซิดนีย์ก็จะสร้างแหล่งท่องเที่ยวหรือแหล่งกิจกรรมอย่างพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ หรือโรงละครประชิดทางเลียบแม่น้ำเพื่อดึงดูดผู้คนและนักท่องเที่ยวให้ออกมาใช้จ่ายเวลาไปกับการช็อปปิ้งและ ทำกิจกรรมในสิ่งแวดล้อมรอบตัวอีกต่างหาก

ทั้งหมดที่ผมเล่ามาเพื่ออยากจะตอกย้ำให้เห็นว่า ทางเลียบน้ำที่ดีจะต้องไม่เป็นสิ่งก่อสร้างที่แยกตัวออกไปจากวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ รวมถึงการใช้ชีวิตของคนภายนอกจริงๆ ไม่ใช่สักแต่ว่าจะสร้างแบบผักชีโรยหน้าไปงั้นๆ เพราะหากไม่มีการสร้าง ปรับเปลี่ยน และเปลี่ยนแปลงทางเลียบแม่น้ำให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้คนแล้วละก็ ทางเลียบแม่น้ำจะต่างอะไรกับสิ่งก่อสร้างไร้ประโยชน์ ที่สนองความต้องการของรัฐ เป็นหน้าเป็นตาให้ผู้สร้าง แต่พอจะใช้งานกลับใช้ประโยชน์ไม่ได้จริงสักอย่าง

ซ้ำร้ายที่สุดไม่ใช่แค่เราจ่ายเงินค่าก่อสร้างก้อนโต แต่ยังต้องจ่ายเงินสำหรับบำรุงรักษาและระบบรักษาความปลอดภัยอีกไม่น้อย นี่ไม่นับรวมว่าการออกแบบห่วยๆ จะก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาไม่รู้จบอีกนะ ถ้าคิดจะสร้างทั้งทีแล้วคิดได้แค่นี้ สู้เก็บเงินไว้เฉยๆ ยังจะดีเสียกว่า

เรื่อง : ปัญญา ลีลาสุนทรกุล
ภาพ : cyclingbrisbane.com.au,shutter stock
you may also like
LIFE
แฟชั่นกับวงการแพทย์ เกี่ยวข้องกันยังไง
LIFE
อะไรคือรางวัลของการต่อสู้กับเวลาของคนทุกวันนี้?
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/07/พรอำพหๆ.jpg