อัศจรรย์โลกมาดากัสการ์
LIFE
อัศจรรย์โลกมาดากัสการ์
I Like to Move It, Move It...

new-mada

ผมรู้สึกว่า ผมน่าจะเอื้อมไปสัมผัสขนสีสวยของตัวลีเมอร์ (lemur) ที่ห้อยตัวอยู่บนกิ่งไม้ใกล้ๆ เพียงต้องเขย่งเท้า และยื่นมือออกไปเท่านั้น… แต่ที่มากกว่านั้น คือความตื่นเต้นเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เมื่อได้สัมผัสความอัศจรรย์ของป่าและสัตว์บนเกาะมาดากัสการ์ที่หาดูได้ที่นี่ที่เดียว เหมือนอยู่คนละโลก ด้วยนโยบายของภาครัฐที่ต้องการอนุรักษ์ผืนป่าบนเกาะ พร้อมกับความหลากหลายของสัตว์นานาชนิดที่ไม่ว่าใครก็ต้องอ้าปากค้าง แต่โลกนี้ของดีๆ ไม่ได้หาดูง่ายๆ ถ้าพร้อมจะเดินทางแบบไม่หวั่นกับเส้นทางป่าเขาที่ขรุขระ หรือพบกับความไม่สะดวกสบายระหว่างการเดินทาง แต่ได้เปิดโลกและเห็นอะไรใหม่ๆ ‘มาดากัสการ์’ คือที่จุดหมายที่เพอร์เฟ็กต์สำหรับคุณ!

new-mada2

new-mada3

คนไทยอาจเคยได้รู้จักมาดากัสการ์ในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่นจาก Disney แต่ที่จริงแล้ว มาดากัสการ์คือชื่อประเทศที่เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก ใช่ครับมันใหญ่มาก ที่นี่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในมหาสมุทรอินเดีย และเป็นส่วนหนึ่งของทวีปแอฟริกา โมซัมบิก (Mozambique) เป็นประเทศบนแผ่นดินใหญ่ที่ใกล้สุด แต่เดี๋ยว… คนส่วนมากบนเกาะแห่งนี้ไม่เหมือนคนแอฟริกันทั่วไป ชาวมาลากาซี (Malagasy) มีบรรพบุรุษร่วมกับชาวอินโดนีเซีย แถบบอร์เนียวที่เดินทางมาถึงเกาะแห่งนี้ด้วยเรือแคนูตั้งแต่เมื่อพันปีก่อน

เมืองหลวงของมาดากัสการ์ชื่ออันตานานาริโว (Antananarivo) (พูดทีน้ำลายกระเซ็น) เป็นเมือง-หลวงที่ตั้งอยู่บนเขา อากาศดีค่อนออกไปทางหนาวในช่วงกลางปี แต่ผมไปต้นปี กำลังสบายครับ นอกจากนี้ภายในตัวเมืองก็ค่อนข้างพลุกพล่าน เพราะกำลังเจริญ มีการลงทุน โดยเฉพาะด้านท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหลัก

ดังที่กล่าวไว้เบื้องต้น เนื่องจากมาดากัสการ์โดดเดี่ยวจากแผ่นดินใหญ่ ระบบนิเวศจึงไม่ถูกรบกวนมาเป็นเวลานับล้านปี สิ่งมีชีวิต ซึ่งรวมถึงสัตว์ป่าบนเกาะ ที่บางชนิดพบเฉพาะที่เกาะแห่งนี้ เช่น เจ้าลีเมอร์ที่ปรากฏในการ์ตูน ก็ต้องมาดูกันที่นี่เท่านั้น ระหว่างที่ผมดื่มด่ำกับบรรยากาศของป่าที่มีความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ ผมก็ได้พบกับซิฟากา (sifaka) หรือลีเมอร์สีทอง ขนบนร่างกายของเจ้าตัวเล็กนี้ดูเด่นชัดเมื่อต้องกับแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านเข้ามาในป่าทึบ ผมมั่นใจว่าผมสามารถนั่งมองครอบครัวลีเมอร์ พ่อ แม่ ลูกที่กำลังปีนป่ายกิ่งไม้ได้ทั้งวัน ไกด์ท้องถิ่นยืนยันกับผมว่าเจ้าสัตว์ที่รักสงบและนิสัยตลกๆ เหล่านี้ ‘ไม่กัดแน่นอน’ แม้พวกมันจะเล็งกล้วยที่อยู่ในมือของเรา ผมได้สัมผัสตัวลีเมอร์จริงๆ เมื่อมีลีเมอร์สองตัวกระโดดจากกิ่งไม้ลงบนหัวของผมพอดี ตัวหนึ่งใช้ร่างกายของผมเป็นที่ป่ายปีน ส่วนอีกตัวดูเหมือนจะสนุกกับผมบนหัวของผมจนไม่ยอมลง ผมไม่ได้ถืออะไร แอบคิดว่าปีนนานๆ จะจับกลับมาเลี้ยงที่บ้านเสียเลย ไม่ทันไร หลังจากนั้นพวกเราได้ยินเสียงโหยหวนแผดดังมาจากป่าลึก คล้ายๆ กับเสียงวาฬ ซึ่งคนท้องถิ่นบอกว่าเป็นเสียงร้องปกป้องเขตตัวเองของอินดรี (indri) ซึ่งเป็นลีเมอร์พันธุ์ใหญ่ที่สุดบนเกาะ นอกจากนี้ ที่มาดากัสการ์ยังมีต้นไม้ยักษ์ใน Spiny Forest ที่มีอายุยืนยาวนับพันนับหมื่นปี เติบโตในสภาพพื้นที่แห้งแล้งทางตอนใต้… อ้าว บางท่านอาจจะงง ไหนว่าอากาศดี คือที่มาดากัสการ์นั้นมีสภาพอากาศหลากหลายมากครับ เช่น บริเวณชายฝั่งตะวันออกจะอากาศคล้ายภาคใต้บ้านเรา แต่รุนแรงกว่า ในช่วงหน้ามรสุมมีไซโคลน น้ำท่วมเสียหาย ส่วนตอนกลางเป็นภูเขา

new-mada6

สูง อากาศแห้งๆ เย็นๆ ขณะที่ถ้าข้ามไปฝั่งตะวันตกก็จะกลายเป็นพื้นที่แห้งแล้งกึ่งทะเลทราย ด้วยความหลากหลายของสภาพอากาศและระบบนิเวศนี้เองจึงทำให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากยุโรป นิยมมาเที่ยวมาดากัสการ์เป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบนิเวศของมาดากัสการ์เริ่มปั่นป่วน เนื่องมาจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อการส่งออก และการทำไร่เลื่อนลอยตั้งแต่อดีต เป็นสาเหตุให้พื้นที่ป่าฟื้นตัวไม่ทัน ขณะเดียวกันก็ขาดการจัดการจากภาครัฐ ทำให้พื้นที่ป่ายิ่งลดลง นอกจากนี้ ประชากรที่อาศัยอยู่นอกเมืองก็ยากจนและขาดความรู้และทักษะด้านการเกษตรและอาชีพ ทั้งที่ประเทศยังอุดมไปด้วยทรัพยากร เช่น ไทเทเนียม และปิโตรเลียม เป็นต้น

มาดากัสการ์มีอะไรให้สำรวจมากมาย และการค้นพบของแปลกใหม่เกิดขึ้นได้เสมอ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแนวลุยกึ่งค้นคว้าหาความหลากหลายของธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติไอซาโล (Isalo National Park) น่าจะเป็นจุดหมายการเดินทางที่ไม่ทำให้ผิดหวัง ที่นี่มีหุบผาหินทราย ที่เมื่ออาบไล้ด้วยแสงแดดจะปรากฏเป็นหลากสีหลายเฉดน่าอัศจรรย์ใจ ถึงจะดูแห้งแต่ก็มีกลุ่มต้นสนขึ้นสลับต้นหญ้า แถมยังจะได้เห็นลีเมอร์ที่ไม่ตื่นคนมากออกมาโชว์ตัวกันเป็นฝูง ภูเขาที่นี่ชันมาก นักท่องเที่ยวควรใช้ไกด์ โดยเขาจะมีให้เลือกว่าจะเที่ยวนานตั้งแต่ห้าชั่วโมง ถึงเจ็ดวัน แล้วแต่ใจเราเลยครับ ถ้าเลือกน้อยก็ได้เดินแค่บางส่วน ผมเองเลือกห้าชั่วโมงเพราะเวลาไม่พอ เขาบอกมีทะเลสาบหินปูนที่สวยมากแต่ต้องเดินเป็นวันเลย แต่สำหรับผมไว้คราวหน้าดีกว่า เพราะต้องไปที่อื่นอีก

Avenue of the Baobabs คืออีกหนึ่งจุดหมายที่ผมไปเยือน ที่นั่นมีต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แต่ละต้นอายุกว่า 800 ปี เรียงรายริมสองข้างถนนลูกรัง เดิมพื้นที่นี้เคยเป็นป่าดงดิบ แต่เพราะพิษการทำไร่เลื่อนลอย ป่าไม้จึงหายไป เหลือเพียงต้นเบาบับ ที่โค่นยากลำบากเพราะเป็นไม้เปลือกแข็งต้องใช้เลื่อยยนต์เท่านั้น ซึ่งชาวบ้านไม่มี ทำให้ต้นเบาบับอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

new-mada7

new-mada9

วันต่อมา ผมกลับมาที่อันตานานาริโว เมือง-หลวงที่แสนจะวุ่นวาย ผมพบว่าวัฒนธรรมของมาดากัสการ์นั้นมีเอกลักษณ์ไม่แพ้ธรรมชาติของพวกเขา แม้ภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวย แต่ตลาดที่แออัดในเมืองนั้นถูกโอบล้อมไปด้วยนาข้าว บรรยากาศคล้ายเอเชียตะวันออกมากกว่าแอฟริกา ไม่ว่าข้อสันนิษฐานของนักโบราณคดีที่ว่าบรรพบุรุษของชาวมาดากัสการ์นั้นอพยพมาจากอินโดนีเซียจะถูกต้องหรือไม่ แต่มาดากัสการ์ก็ได้รวบรวมและผสมผสานวัฒนธรรมของแอฟริกา อินเดีย และอาหรับไว้อย่างมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนในโลก

เมื่อเดินทางขึ้นไปทางภาคเหนือ สิ่งที่จะพลาดไม่ได้ก็คืออุทยานแห่งชาติอังคารานา (Ankarana National Park) ที่มีพื้นที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทิวทัศน์ตระการตาไปด้วยหินปูนแหลมคมซึ่งเกิดจากการกัดกร่อนนับล้านปี ที่คนในท้องถิ่นเรียกว่า ซิงงี (tsingy) คณะเราเดินสำรวจพื้นที่ และพบกับพืชหน้าตาประหลาดสีสันสดใส แต่มีหนามแหลม และพิษร้ายแรง ดูแล้วน่ากลัวพอๆ กับโขดหินปูนที่พวกมันเกาะอาศัย ไกด์อธิบายว่าภายใต้โขดหินนั้นมีพืชพันธุ์แปลกๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

new-mada0

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดก็คือ การเดินทางด้วยรถไฟ 101 ไมล์จากฟิอานารันต์เซา (Fianarantsoa) ไปสู่เมืองชายหาดมานาการา (Manakara) ซึ่งเป็นเส้นทางที่น่าจดจำที่สุดของผมทีเดียว ทางรถไฟสายนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคโคโลเนียล และแรงงานนับพันต้องจบชีวิตลงที่นี่ ปัจจุบันเส้นทางนี้ใช้สำหรับขนส่งสินค้าต่างๆ เช่น เมล็ดกาแฟ ผลไม้ หรือผลิตผลจากเกษตรกร ตลอดเส้นทางมีอุโมงค์นับสิบ และโค้งอันตรายอีกนับไม่ถ้วน ภายในรถไฟ ไฟฟ้าส่วนมากใช้งานไม่ได้ ห้องน้ำรั่ว เรียกว่า ทั้งสกปรกและไม่ปลอดภัย แต่ถือว่าเป็นสุดยอดของการเดินทาง ที่ต้องมาลองด้วยตัวเอง

มาดากัสการ์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น Zahamena ป่าดิบชื้นที่มีน้ำตกและดงเฟิร์นขนาดใหญ่ ผมเพียงแค่ขับรถผ่าน แต่สัมผัสได้ถึงความสดชื่นของสถานที่แห่งนี้ สำหรับมาดากัสการ์ ยังมีหลายที่ที่ผมไม่ได้ไป ผมจึงตั้งใจว่าต้องหาเวลากลับมาเยือนเพื่อท่องเที่ยวแบบเจาะลึกในแต่ละสถานที่อีกแน่นอนครับ

เพราะโลกนี้ยังมีอะไรที่น่าค้นหาอีกเยอะ…หาเวลาออกไปท่องเที่ยวกันครับ

เรื่อง: นิรันดร์ชัย ตรีปาตี

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/05/open-mada.jpg