ลอนดอนบาร์ที่ต้องจอด หลังลุยสามร้านสนีกเกอร์สุดพิเศษ
LIFE
ลอนดอนบาร์ที่ต้องจอด หลังลุยสามร้านสนีกเกอร์สุดพิเศษ
3 Cities in 23 Days (EP.1)

ถ้าคุณเคยคิดว่าเก็บเงินให้มากแล้วเที่ยวรอบโลกช่วงแก่ อยากให้หยุดคิด แล้วรีบลุยรอบทวีปในตอนที่คุณยังไม่เหนื่อยง่าย และเข่าคุณยังไม่เสื่อม ผม เทมส์ กิตติชัย อายุเหยียบเลขสาม บรรณาธิการฝ่ายดิจิทัล จะพาคุณพุ่งทะยานข้ามประเทศ เที่ยวกวาดรวบทุกซีกโลก โดยเริ่มต้นที่เมืองผู้ดี ลอนดอน ประเทศอังกฤษ กับ “LONDON bars ที่ต้องจอด! หลังช็อปปิ้ง 3 ร้านสนีกเกอร์สุดเอ็กซ์คลูชีฟ ใจกลางกรุงลอนดอน” 

ก่อนเติมพลังหาร้านกินดื่มน่านั่ง เดินทางเหยียบลอนดอนเมืองแหล่งช็อปปิ้งทั้งทีโดยเฉพาะสนีกเกอร์ ทำไมต้องไม่ช็อปครับ ยอมรับว่าลอนดอนอาจแตกต่างจากญี่ปุ่นถ้าจะช็อปปิ้งในเรื่องของสนีกเกอร์ เพราะที่ญี่ปุ่นจะมี (โครต) เอ็กซ์คลูซีฟสนีกเกอร์ที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับประเทศของเขาขึ้นมามากมาย ซึ่งก็เท่ด้วยไง ประเด็น แล้วก็มีให้เลือกมากมาย หลายแบบเท่ๆ มันๆ สะใจคอสตรีต คือญี่ปุ่นถ้าคิดจะช็อปสนีกเกอร์ มันกว่าเยอะ แต่ไม่เคยถอดใจครับ เยือนลอนดอนทั้งทีก็มีร้านสนีกเกอร์ที่มีแต่ของเอ็กซ์คลูชีฟ บวกเป็นร้านที่ชอบคัดของพิเศษ ของหายาก หรืออาจจะสต็อกไว้เยอะ เพราะบางรุ่นที่ฮิตๆ ไซส์รองเท้ามักจะหมด แต่ที่นี่มีครบ ทุกรุ่น ทุกไซส์ คือเข้าไป เจอแน่นอน อยู่ที่การคำนวนน้ำหนักกระเป๋า ว่าถ้าซื้อเยอะจะต้องจ่ายค่าน้ำหนักเพิ่มไหม แต่อย่ากังวลครับทุกอย่างมีทางออก เพียงแค่เจอแล้วรีบคว้าไว้ก่อน อาจกัดฟันโยนกล่องทิ้ง ก็แค่นั้น

“3 ร้านสนีกเกอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางกรุงลอนดอน (มีแถมอีกหนึ่ง!)”

new-shop

new-shop2
FOOTPATROL

เริ่มที่ร้านแรก Footpatrol ร้านนี้มีมายาวนาน เป็นร้านที่เด็กวัยรุ่นคอสตรีตทุกคนต้องแวะจอดทุกอาทิตย์ คอยเช็คคอลเล็กชั่นใหม่ๆ เป็นประจำ หรือก็อาจสามารถเช็คได้ที่ www.footpatrol.com แต่ส่วนใหญ่ของจะมาที่ร้านก่อน บางรุ่นก็ไม่ค่อยโชว์ในเวป ร้านนี้จะมีคอลเล็กชั่นที่ทำเฉพาะร้านเช่นกัน เช่น Vans X Footpatrol หรือเสื้อคอลเล็กชั่นประจำแบรนด์ของร้าน รวมถึงการนำของคูลๆ เข้ามาเป็นที่แรกๆ เช่น แว่นกันแดดรูปทรงแปลกใหม่ต่างๆ แนวๆ

ถ้าจะแวะมาร้านนี้ หาได้ไม่ยาก ถ้าคุณต้องแวะร้าน Supreme อยู่แล้ว เพียงแค่เพลินๆ กับบ้านหลังที่สองนี้ แล้วเดินขึ้นไป เลี้ยวขวาตรงแยกแรก เดินตรงไปซักพัก คุณจะเห็นบูติก Oliver Spencer นั้นเลย คุณเดินมาถูกทางแล้ว เพราะ Footpatrol อยู่ติดกับร้านนี้ แต่แนะนำให้กะเวลาให้ดี เพราะ Supreme คิวยาว และปิดเร็วกว่า ส่วน Accessory ในบูติก Oliver Spencer ของก็แนวจี๊ดใจ อาจต้องใช้เวลาลองซักพัก

new-supreme

new-supreme2

new-supreme5
SUPREME

อย่างที่บอกไป จากเมื่อก่อนก็คิว (โครต) ยาว พอ Mr.Kim Jones ปล่อยพลังเปิดตัวคอลเล็กชั่น LV X Supreme ปัจจุบันเรื่องคิวก็ไม่ต้องพูดถึงครับ เป็นที่รู้ดีสำหรับคนที่กำลังอ่านคอลัมล์นี้อยู่ นั้นหมายถึงคุณต้องมีใจ หรืออย่างน้อยก็แอบกิ๊กให้กับแฟชั่นแนวสตรีต แน่นอนว่าทุกๆ คอลเล็กชั่นของ Supreme ที่ถูกค่อยๆ ปล่อยทุกอาทิตย์ในแต่ละสาขา ก็ขายหมดเกลี้ยงในทุกๆ สไตล์และไซส์ โดยเฉพาะเมื่อมีการ collaboration ร่วมมือกันกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง คุณจำเป็นต้องมาต่อคิวตั้งแต่ 8 โมงเช้า แน่นอนนอกจากคอลเล็กชั่นแนวๆ ที่เข้าถึงยากในบางซีซั่น ที่นี่ยังมีสนีกเกอร์ที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะของทาง Supreme หรือ Nike แนวสเก็ตเก๋าๆ ก็จะเห็นได้จากที่นี่เท่านั้น

สำหรับใครที่คลั่งไคล้ในแบรนด์นี้ การจะได้สินค้า ไม่มีทางลัดใดๆ ทั้งนั้น นอกจาก 1. ตีซี้กับคนขาย 2. ต้องอยู่อาศัยที่ลอนดอน 3.เข้าร่วมคิวในช่วงเช้าของวันที่ปล่อยคอลเล็กชั่น

new-shop-adi

new-shop-adi2

new-shop-adi3

new-shop-adi5
Adidas Originals

ร้านนี้อาจไม่ได้รวมอยู่ในลิสต์ร้านเอ็กซ์คลูซีฟสนีกเกอร์ แต่เป็นร้านที่เมื่อไปลอนดอนก็ต้องเช็คอิน เพราะเป็นร้านที่มีสนีกเกอร์ ครบ ทุกรุ่น ทุกไซส์ ทุกคอลเล็กชั่นทั้งหมดของแบรนด์ Adidas Originals มีที่นี่ทั้งหมด เข้าไปได้แน่ๆ แค่ลุ้นอย่างเดียวก็เรื่องไซส์ที่พอดีกับเราจริงๆ เช่น 41.5 หรือ 42.5 ซึ่งทั่วไป ไซส์ครึ่งไม่ค่อยปรากฎ

ร้านนี้ตั้งอยู่ใน Carnaby Street เป็นซอยช็อปปิ้งแนวๆ แอบๆ อยู่ในถนนที่หักจากมุมซอยของถนนสายช็อปปิ้งหลักอย่าง Regent Street แต่ไปซักพักอาจคิดว่าอยู่ China Town เนื่องจากคนจีนเยอะเกินไป

new-size

new-size2
SIZE?

อาจปิดท้ายทริปล่าสนีกเกอร์ด้วยร้านนี้ SIZE ตั้งอยู่ในถนน Carnaby เช่นกัน ร้านนี้คือแหล่งรวมสนีกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุด มีตั้งแต่ Vans, Converse, Nike ไปจนถึงรุ่นหายากของ Adidas มีทั้งหมดสองชั้น ด้านล่างให้บริการพวกคอลเล็กชั่นและ Accessory แบรนด์สตรีตต่างๆ Carhatt, Huf รวมไปถึงคอลเล็กชั่นของ Pharrell Williams

“ลอนดอนบาร์ที่ต้องจอด หลังช็อปสนีกเกอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ”

new-coppa

new-coppa2

new-coppa3

new-coppa4

new-coppa5

new-coppa6
COPPA

หลังเดินลุยช็อปสนีกเกอร์มาทั้งวัน ได้เวลาพักขากันที่ร้านแรก Bar and Restaurant ที่นี่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Thames ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของลอนดอน London Bridge ซึ่งถ้าคุณนั่งด้านนอกจะได้เห็นวิวโล่งกว้างสบายตาของแม่น้ำ ตื่นตากับสถาปัตยกรรมของสะพานลอนดอนอย่างใกล้ชิด และหรูหรา ทันสมัยไปด้วยการตกแต่ง จัดสถานที่นั่งด้านนอกแนวใหม่ โดยสร้างโครงเหล็กเป็นโดมเล็กๆ คลุมเป็นพื้นที่ส่วนตัวอยู่ประมาณแปดโดมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งมื้อเช้าถ้าคุณไม่ได้ติดเชื้อฝรั่งชอบอาบแดด อยากให้ลองนั่งด้านในซึ่งตกแต่งได้ทันสมัย เน้นโคมไฟดวงเล็กๆ หลายสี และด้านที่นั่งบาร์ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ด้วยสีทอง เพิ่มความหรูหรา ดึดดูงใจได้ดี

ร้านนี้เป็นที่นิยมและโด่งดังสำหรับช่วงเทศกาลเช่น ปีใหม่ ที่โดมด้านนอกเมื่อตกกลางคืนจะตกแต่งด้วยไฟดวงเล็กๆ รอบโดมส่วนตัว ที่พิเศษสุดคุณจะได้ฟังดนตรีแบบสวนตัวเฉพาะแก้งค์เพื่อนหรือแฟนเท่านั้นอีกด้วย แต่ความฮอตทำให้บริการพิเศษนี้ยิงยาวต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ดังนั้นถ้าคุณโหยหาบริการเหนือชั้นนี้ อยากแนะนำให้มาช่วงกลางคืน และอย่าลืม จองเท่านั้นครับสำหรับร้านนี้ที่ www.coppaclub.co.uk

new-duck

new-duck2

new-duck4

new-duck5

new-duck6
Duck & Waffle

ร้านนี้ตั้งอยู่บนชั้น 40 แค่ขึ้นลิฟต์ก็เสียวแล้ว แน่นอนว่าทุกร้านในลอนดอนต้องจองผ่านทางเวป รวมถึงร้านนี้ www.duckandwaffle.com หรือโทร +44 203 640 7310 บนชั้นสูงเกือบสุดของอาคารบริษัท ในขณะที่นั่งรอ ห้องนั้นจะเป็นบาร์ไว้คอยต้อนรับจิบกาแฟในช่วงมื้อเช้า และเต้นกันขาดใจพร้อมดริงก์รสชาติสุดเข้มในช่วงดึก วิวด้านนอกคุณจะได้เห็นที่หลายคนเรียกว่าตึกจรวดกันแบบชัดๆ ถ้าจะเอาย่อมาเยอะๆ หน่อย แล้วไม่ต้องบินมาที่ลอนดอน ก็เดินทางไปที่สาทรสแควร์ได้ มีตึกดีไซน์คล้ายคลึงกัน

อาหารร้านนี้ก็ตามชื่อ เป็ดกับวาฟเฟิล ในเมนูอาหารทุกจานก็จะบิดไปมาด้วยเป็ดและวาฟเฟิล ถ้าคุณเป็นคนไม่ปลื้มเป็ดก็อาจข้ามร้านนี้ไป หรือตัดไปที่ของหวานแทนเพราะร้านนี้ขึ้นชื่อในเรื่องวาฟเฟิล ที่ใช้ส่วนผสมพิเศษเฉพาะทางร้านเขา

new-sketch

new-sketch2

new-sketch3

new-sketch5

new-sketch6

new-sketch7

new-sketch8
SKETCH

ไฮไลน์อยู่ที่ร้านนี้ Sketch ตั้งอยู่แถว Old Bond Street ถนนสายแฟชั่นแบรนด์ไฮเอนท์ ถ้าคุณเดินผ่านบูติก John Varvatos นั้นหมายถึงคุณเดินมาถูกทาง เพราะร้านอยู่ถัดจากแถวนั้นไป ซึ่งด้านข้างอาจจะเกิดอุปสรรคด้วยการก่อสร้างพื้นที่อยู่ จึงทำให้อาจบังร้านไปนิด แต่หมดกังวลได้ เพราะมีป้ายอาร์ตแผ่นใหญ่คอยชี้ทางอยู่

ร้านนี้แบ่งเป็น section ชัดเจน ตั้งแต่ห้อง The Lecture room & Library อาหารแบบ Michelin Star ที่ตกแต่งอย่างหรูหราสมเกียรติ ถ้าไม่อินอาจไปที่ห้อง The Glade ที่ดีไซน์เหมือนอยู่ในสวนของพระราชวังอังกฤษ ถ้ายังไม่แนว อาจเลือกมาที่ห้อง The Parlour ที่รายล้อมไปด้วยผลงานศิลปะแบบทันสมัย สุดท้ายผมอยากแนะนำที่ห้องไฮไลน์นี้ The Gallery ที่ได้สถาปนิกสุดครีเอทีฟดีไซน์ได้แปลกตาเหนือความคาดหมาย กำแพงถูกประดับตกแต่งจากผลงานศิลปะสุดทะเล้นมากมาย เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งในห้องนี้เน้นไปที่สีชมพู เติมความหรูหราด้วยสีทอง โซฟาดีไซน์โมเดริน์ดูโดดเด่นน่าสนใจ

เมื่อทานอาหารเสร็จที่นี่มีบริการผับบาร์แบบส่วนตัว แปลกใหม่ เห็นแวบแรกแล้วทึ่งกับดีไซน์และการจัดวางในโซนที่ไม่เหมือนใคร ถ้ำขาวๆ เล็กๆ เมื่อคุณเดินเข้าห้องน้ำ คุณสามารถแวะดริงก์ซักแก้วในมุมกลมๆ ก่อนเดินขึ้นไปงงอีกรอบกับดีไซน์สุดมัหศจรรย์ของห้องน้ำแคปซูล ที่สาดสีสันบนเพดานได้ล้ำสมัย เฉียบคม เหนือจินตนาการ เดินเข้าไปให้ลึกจะเจอช่องมึดๆ ดำๆ เดินกลั้นใจ ท้าทายความกล้าเข้าไปให้สุด ไฟอ่อนๆ จะเปิดอัตโนมัติพร้อมสาดน้ำตกไหลลงมาสองข้างทางกำแพงใหญ่ๆ ทั้งหมดที่เล่ามาคือห้องน้ำผู้ชายเพื่อปัสสาวะ! ก็อย่างที่บอก ถ้าคุณไม่ได้มึนจากดริงส์ก็อาจจะงงกับการดีไซน์เหลือล้ำ ที่เข้าถึงยาก แต่ไม่ยากเกินไป สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างสมสาใจจริงๆ

(จองโต๊ะและระบุห้องได้ที่ www.sketch.london)

เรื่องและภาพ: เทมส์ กิตติชัย

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/05/open-london.jpg