LIFE
เมื่อแขกไม่กล้าขึ้นรถไฟฟ้า!!!
LAND OF 'UN' SMILE

new-kc

มีคนทักผมหลายครั้งว่าทำไมถึงไม่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้งที่สะดวกรวดเร็วกว่าขับรถในช่วงชั่วโมงรถติดกว่าเป็นไหนๆ ผมมักจะหาข้ออ้างไปเรื่อย บางทีก็อ้างว่ากลัวรถไฟฟ้าตกรางบ้าง ไม่ชอบที่คนอัดกันเหมือนปลากระป๋อง หรืออย่างไรก็ต้องต่อรถอยู่ดีไม่รู้จะใช้รถไฟฟ้าไปเพื่ออะไร แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีเรื่องที่ค่อนข้างจะฝังใจผม เรื่องเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อนในคืนคริสต์มาสอีฟพี่ผมและแฟนนั่งบีทีเอสไปดูไฟหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ด้วยกัน

จู่ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า “ไอ้แขกแม่งเหม็นว่ะ” ผมมองไปรอบๆ ก็เห็นว่ากูเป็นแขกแค่คนเดียวเลยนี่หว่า ตอนนั้นทั้งรู้สึกเสียหน้า รู้สึกอาย แล้วก็โกรธสุดๆ

บนรถไฟฟ้านั้นมีกลิ่นตัวเหม็นๆ ของใครสักคนโชยอยู่ก็จริง แต่มันไม่ใช่กลิ่นจากผม พี่คนที่ตะโกนก็คงคิดว่าผมฟังภาษาไทยไม่เข้าใจ พอผมหันไปถามแฟนผมว่าไอ้เวรนี่มันด่ากูหรอ คุณพี่คนนั้นแทบจะมุดไปกับฝูงชนที่อัดกันจนแทบหายใจไม่ได้ ผมที่กำลังอึ้งๆ ว่าจะทำอะไรต่อดี ก็ถูกแฟนลากออกจากรถไฟฟ้า

ที่แน่ๆ แทบทุกคนในขบวนนั้นมองผมด้วยสายที่รู้สึกรังเกียจ และคงตัดสินไปแล้วว่า ‘ไอ้แขกตัวเหม็น’

และยังมีเหตุการณ์คล้ายกันตอนผมขึ้นรถไฟฟ้าแล้วมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ทุกสายตาก็เริ่มจับมาทางผม และด้วยเพราะคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าผมไม่ใช่คนไทย การนินทาระยะเผาขนก็เป็นอีกเรื่องที่ผมต้องทนรับ

เชื่อผมเถอะครับ ผมที่เป็นชายไทย-อินเดีย และต้องอยู่กับการโดนหยอกล้อเรื่องกลิ่นกาย ทั้งๆ ที่ผมดูแลรักษาความสะอาดร่างกายอย่างมากกก… และบอกได้ว่ากลิ่นเหม็นบนรถไฟฟ้านั้นไม่ใช่กลิ่นจากผมอย่างแน่นอน (รีบออกตัวฮ่าๆๆ)

ประเด็น racism หรือการเหยียดสีผิวและเชื้อชาติยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในบ้านเรา เพราะหนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการของไทยอนุมัติเองนั้นยังสอนว่าเจองู กับเจอแขก ให้ตีแขกก่อนเลย

เพื่อนผมที่เป็นชาวต่างชาติ ลูกครึ่งทั้งฝรั่ง ญี่ปุ่น และจีน ยังบ่นเรื่องประเด็นที่คนไทยไม่มีความเข้าใจถึงประเด็น racism สิ่งที่ไม่ควรพูด และ political correctness ที่นานาประเทศเขาสอนเด็กๆ กันตั้งแต่ยังเล็ก

ฟังๆ ดูแล้วคุณอาจคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่กระทบอะไรกับคุณ แต่หากผมบอกว่าการที่คนไทยเหยียดเชื้อชาตินั้นกำลังทำให้เศรษฐกิจของประเทศเสียหายอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศขั้นรุนแรงล่ะ?

จากการรายงานของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าประเทศไทยกำลังสูญเสียนักท่องเที่ยวจากอินเดียอย่างรวดเร็ว แม้ว่านักท่องเที่ยวจากอินเดียเป็นผู้เข้ามาใช้เงินเป็นอันดับสองของนักท่องเที่ยวทั้งหมดก็ตาม โดยหากย้อนไปสักไม่กี่ปีจะพบว่านักท่องเที่ยวอินเดียทะลักเข้าประเทศไทยจำนวนมากด้วยความนิยมช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่ราคาถูกกว่าอินเดียถึง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบัน สิงคโปร์และฮ่องกงกำลังแซงหน้าขึ้นมา โดยรายงานระบุว่านักท่องเที่ยวอินเดียมักต้องเผชิญกับการแสดงออกในเชิงลบจากพนักงานต้อนรับของโรงแรม ร้านค้าทั่วไปตามสถานที่ท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งคนเดินถนน ทำให้พวกเขารู้สึกไม่ได้รับการต้อนรับจาก Land of Smile

ลูกพี่ลูกน้องของผมที่เคยเลือกเดินทางมาเมืองไทยบ่อยๆ ระยะหลังๆ ก็เริ่มหันไปเวเคชั่นที่อื่นๆ… ด้วยสาเหตุที่คล้ายๆ กัน ตัวผมเองที่อยู่เมืองไทยก็รู้สึกเซ็งบ่อยๆ เมื่อเดินเข้าไปในร้านอาหารแล้วถูกพนักงานโบกมือไล่ “No halal, no halal” หรือแฟนที่เป็นสาวไทย-จีนของผม ก็จะถูกมองว่าคบผมที่เงิน ก็ตลกดีเพราะใครๆ ก็รู้ว่านักเขียนจนจะตาย

เอ… หรือที่จริงแล้ว ผมอาจจะผิด ผมตัวเหม็นจริงๆ ตามข้อกล่าวหาแล้วเป็นไปได้ว่าจมูกผมพัง

และกูตัวเหม็นโดยไม่รู้ตัว?!?

Story by Nopnan Ariyawongmanee (Features Editor)

you may also like
LIFE
แฟชั่นกับวงการแพทย์ เกี่ยวข้องกันยังไง
LIFE
อะไรคือรางวัลของการต่อสู้กับเวลาของคนทุกวันนี้?
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/04/open-kc.jpg