LIFE
สี่วิธีใช้เวลาน้อย แต่ได้งานมาก
How to organize your time wisely

เพราะทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ใช้ไม่เท่ากัน นี่คือสี่วิธีที่กลั่นจากอุปนิสัยและการใช้เวลาในแต่ละวันของเอกบุรุษที่จะทำให้คุณหยุดอ้างว่า ‘ไม่มีเวลา’ เสียที

1. บอกลาชีวิต nine to five
นั่นคือมรดกจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม คุณเมินมันได้ครับ เพราะใช่ว่าทุกคนจะโปรดักทีฟในช่วงเวลานั้น จริงๆ แล้วการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเยอะ ขอให้คุณรู้ว่าช่วงเวลาไหนที่มีสมาธิและหัวแล่นที่สุด บุรุษผู้เปลี่ยนโลกเข้าใจจังหวะชีวิตของตัวเองดี ลองดู Frank Lloyd Wright เป็นตัวอย่าง เจ้าพ่อสถาปัตยกรรมแนวออร์แกนิกชาว อเมริกันคนนี้มีช่วงเวลาที่โปรดักทีฟที่สุดอยู่ระหว่างตีสี่ถึงเจ็ดโมงเช้า เขาจะไม่ลงมือสเกตช์หากในหัวยังมองไม่เห็นภาพรวมของทั้งโปรเจ็กต์ หรือจนกว่าไฟจะลนตูดจนไหม้เกรียม อย่างผลงานบ้านน้ำตกสุดไอคอนิกแห่งศตวรรษที่ 20 อย่าง Fallingwater นั่นคือกรณีศึกษาชั้นดีที่ไรต์ดองไว้จนได้ที่ และเพิ่งเริ่มร่างแบบเมื่อลูกค้าบอกว่ากำลังบึ่งรถมาประชุมในอีกสองชั่วโมง ที่น่าทึ่งกว่าคือ ไรต์ไม่ล่ก แต่กลับสเกตช์อย่างชิล ถ้าเข้าใจจังหวะการทำงานของตัวเอง รู้ว่าช่วงเวลาไหนที่จะทำให้โปรดักทีฟ แค่สองชั่วโมงก็เหลือเฟือแล้ว

2. มัวรอแรงบันดาลใจ ไม่ทันกิน
ศิลปินไส้แห้งเท่านั้นแหละครับที่นั่งรอแรงบันดาลใจ ศิลปินมืออาชีพยึดวินัยเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย W.H. Auden กวีชาวอังกฤษเคยกล่าวไว้ว่า “สำหรับบุรุษผู้ชาญฉลาด กิจวัตรคือสัญญาณของความทะเยอทะยาน” แทนที่จะเสียเวลาไปกับการรอคอยแรงบันดาลใจ ลองเดินไปหามันด้วยการสร้างกิจวัตรประจำวันที่เหมาะสมกับงานที่ทำ และอย่าประนีประนอม George Gershwin ผู้จับแจ๊ซมาชนกับคลาสสิกได้อย่างกลมกล่อม เจ้าของเพลงฮิตอย่าง Summertime คงหากินด้วยการเป็นนักแต่งเพลงไม่ได้ หากเขาไม่ทำงานหนักถึงวันละ 12 ชั่วโมง ต่อให้เมาปลิ้นกลับมาจากปาร์ตี้ก็จะยังลากสังขารมาแต่งเพลงหน้าเปียโนจนถึงเช้า “ถ้าผมมัวแต่รอมิวส์ คงแต่งได้สามเพลงต่อปี นักแต่งเพลงก็เหมือนนักมวยอาชีพนั่นแหละครับ มันต้องฝึกปรืออย่างสม่ำเสมอเช่นกัน”

3. กายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้
บ้างานจนมองข้ามสุขภาพนั้นไม่ใช่วิถีของคนฉลาด กิจวัตรของ Haruki Murakami ขึ้นชื่อเรื่องไลฟ์สไตล์แบบออร์-แกนิก เขาตื่นตีสี่ เขียนงานหกชั่วโมงรวด ช่วงบ่ายเขาจะวิ่งหรือว่ายน้ำ (หรือทำทั้งสองอย่าง) เข้านอนสามทุ่มตรง ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจเป็นนักเขียนเต็มเวลา เขาเปลี่ยนอุปนิสัยใหม่หมด หักดิบบุหรี่ (ทั้งที่เมื่อก่อน สมัยทำบาร์แจ๊ซ ก่อนจะมาเป็นนักเขียน เขาคือสิงห์อมควันที่สูบจัดถึง 60 มวนต่อวัน) ย้ายมาอยู่ชานเมือง เน้นทานผักและปลา ดื่มและเข้าสังคมน้อยลง อยู่กับตัวเองมากขึ้น ทำแบบนี้ทุกวัน “การทำซ้ำๆ คือการทำสมาธิ เหมือนเป็นการสะกดจิตให้ผมเข้าถึงส่วนลึกของความคิดและจิตใจได้” ที่สำคัญคือ อย่ามองข้ามการดูแลร่างกาย แบ่งเวลามาออกกำลังกายบ้าง เพราะจิตใจที่แข็งแกร่งต้องอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น

4. เพี้ยนจนได้ดี
นักสร้างสรรค์ระดับโลกมักมาพร้อมอุปนิสัยสุดเพี้ยนที่ทำให้พวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (โดยใช้เวลาน้อยและคุ้มค่า) หาอุปนิสัยส่วนตัวที่ทำให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพให้เจอครับ เช่น Truman Capote ต้องนอนเขียน หัวจึงจะแล่น ขณะที่ Earnest Hemingway ต้องยืนเขียนจึงจะลื่น นักเขียนรัสเซีย  Vladimir Nabokov เจ้าของผลงาน Lolita ต้องเขียนต้นฉบับร่างแรกลงบนกระดาษขนาดเท่านามบัตร วิธีนี้ทำให้เขาเขียนได้โดยไม่เรียงลำดับเรื่อง และสลับ sequence ได้อย่างอิสระ ขณะที่นักเขียนไทยอย่างยาขอบจะใช้หมึกสีน้ำเงินเขียนลงบนกระดาษสีชมพูเท่านั้น ลองดูฝั่งผู้กำกับกันบ้าง David Lynch ผู้สร้าง Twin Peaks เคยไปนั่งที่ร้าน Bob’s Big Boy กว่าเจ็ดปี ดื่มช็อกโกแลตเชกตามด้วยกาแฟหวานเจี๊ยบสัก 4-7 แก้ว มันทำให้หัวแล่นจนจดไอเดียลงบนกระดาษเช็ดปากแทบไม่ทัน หากไม่อยากเป็นเบาหวาน ลองทำตาม Woody Allen เขาคิดพล็อตหนังขณะยืนอาบน้ำร้อนใต้ฝักบัวนาน 45 นาที เรียกได้ว่าไม่เกรงใจการประปานครหลวง จริงอยู่ เราไม่สนับสนุนการสร้างเงื่อนไข (และการใช้ยาเสพติด) เพราะคุณควรจะทำงานได้ในทุกกรณี แต่ถ้าเงื่อนไขเหล่านั้นทำให้คุณใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เดือดร้อนใคร
ก็อย่าไปปฏิเสธมันเลยครับ

เรื่อง : กรกฎ อุ่นพาณิชย์
ภาพ : Bloodyhell Bighead
you may also like
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/08/iStock_000010576389Small.jpg