LIFE
ปิดบางอย่าง เพื่อเปิดบางสิ่ง
Turn Off Your Phone, Turn On Your Life

new-joe
Panya Leelasoontornkul (Lifestyle Editor)

คุณเคยคิดจะ log out ออกจากเฟซบุ๊กบ้างไหม?

ก่อนจะตอบคำถาม ผมอยากเล่าอะไรให้คุณฟังสักหน่อย เมื่อไม่นานมานี้ ผมรู้สึกว่าชีวิตของผมวุ่นวายอยู่กับเครือข่ายสังคมออนไลน์มากเกินความจำเป็น แน่นอนว่าความจำเป็นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนมองว่าขลุกอยู่ในนั้นวันละ 3-4 ชั่วโมงอาจเป็นสิ่งจำเป็น หรือบางคนอาจไม่รู้สึกอะไร แม้จะหมดเปลืองเวลาอยู่ในนั้นทั้งวันทั้งคืนก็ตาม แต่สำหรับผมผมตระหนักกับเรื่องนี้จริงๆ จังๆ ก็ตอนเหลือบมองดูนาฬิกาแล้วพบว่า เราใช้เวลาคลิกและเลื่อนนิ้วบนหน้าจอสมาร์ตโฟนไปมาเกือบครึ่งชั่วโมงเข้าแล้ว

new-fb

แค่ครึ่งชั่วโมงเอง! หลายคนอาจจะคิดแบบนี้ ตอนแรกๆ ผมก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่ทำไปทำมาโลกออนไลน์ได้แย่งเวลาผมไปวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละครึ่งชั่วโมง พอเอามารวมๆ กันแล้วเท่ากับเวลาที่หายไปมากทีเดียว มิหนำซ้ำกว่าเราจะรู้ตัวก็ตอนเราทำอะไรต่อมิอะไรไม่ทันสักอย่าง

เมื่อเป็นแบบนี้ ผมจึงหันกลับมาทบทวนการใช้จ่ายเวลาของตัวเองว่าหมดไปกับอะไรบ้าง และแล้วก็พบว่าเฟซบุ๊กดูดเวลาไปมากที่สุด ซ้ำร้ายเวลาที่เสียไปก็ยังหมดไปกับเรื่องของคนอื่นๆ ตลอดจนข้อมูลท่วมท้นจากสารพัดเพจและเว็บไซต์ต่างๆ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เรื่องของเราจริงๆ เหลืออยู่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์หรอก

ว่าแล้วผมจึงทดลองล็อกเอาต์จากโลกเสมือนนั้น ช่วงแรกๆ ผมรู้สึกไม่ต่างจากคนเพิ่งเลิกสูบบุหรี่หรือเลิกยาเลยก็ว่าได้ เกิดอาการคันไม้คันมือตลอดเวลา อยากจะเปิดดูเรื่องราวบนโลกออนไลน์ทุกครั้งที่จับสมาร์ตโฟน นับเป็นช่วงเวลาที่ผมเข้าใจความรู้สึกของคนที่เสพติดอะไรสักอย่างจนงอมแงม แต่พอเวลาผ่านไปอีกพักนึง ผมได้พบว่าความรู้สึกและอาการเหล่านั้นก็ทุเลาลงจนไม่เหลือความกระเสือกกระสนอยากเล่นอีกต่อไป

เมื่อผมหยุดโต้คลื่นข้อมูลลูกยักษ์ที่ถาโถมเข้ามา ผมก็ได้เวลาที่สูญเสียไปกลับคืนมา ผมมีเวลาทำสิ่งละอันพันละน้อยในชีวิตมากขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็ออกไปวิ่งตอนเช้าก่อนไปทำงานแทนที่จะตื่นมาแล้วสนอกสนใจกับเรื่องชาวบ้านชาวช่อง หรือแม้แต่นั่งคิดอะไรเงียบๆ ระหว่างเดินทางแทนที่จะกดไลก์กดเลิฟ หรือแม้แต่กดแชร์เรื่องที่เราไม่เคยแม้แต่จะเปิดเข้าไปอ่านเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ ผมยังพบข้อดีอีกอย่างคือ ผมไม่รู้สึกวุ่นวายเหมือนเมื่อก่อน เหมือนกับว่ามีความสงบเกิดขึ้นมาในตัวเอง โดยที่เราไม่ต้องไปอยู่ท่ามกลางสถานที่เงียบสงัดอย่างการเดินเข้าป่า มุดอยู่ในถ้ำ หรือออกไปล่องเรือกลางมหาสมุทรเลย 

ฟังดูเหมือนคนแก่ใช่ไหม แต่ถ้าคุณอยู่ในช่วงวัย 30 หรืออายุอานามกำลังจะ 30 ในอีกไม่กี่ปี คุณจะเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นวัยที่ต้องก้าวผ่านเรื่องราวมากมายและเผชิญหน้ากับอะไรต่อมิอะไรอีกไม่น้อย เคยมีคนบอกกับผมว่า ช่วงอายุ 30-40 เป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปเร็วอีกช่วงหนึ่งของชีวิต พูดง่ายๆ ว่า เงยหน้ามาอีกทีอายุก็จะปาเข้าไป 40 ปีเสียแล้ว 

ดังนั้นถ้าเราจะเทเวลาของเราให้กับอะไรสักอย่าง ผมว่าไม่ควรหมดไปกับการขลุกอยู่กับโลกเสมือนมากเกินไปนัก ไปจนถึงเรื่องอะไรที่เราคิดว่าเข้ามาแย่งและกลืนกินชีวิตของเรา เราก็ควรล็อกเอาต์ออกจากมันไปด้วย เพื่อเปิดทางให้โฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกับตัวเราจริงๆ หรืออย่างน้อยก็ไม่ต้องว้าวุ่นหรือฟุ้งซ่านกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีกต่อไป แน่นอนว่า คนเราไม่สามารถปลดเปลื้องตัวเองออกไปได้ตลอดเวลาหรอกครับ ในบางจังหวะเราอาจกลับไปติดหล่มเหมือนที่เคยเป็นมาอีกครั้ง แต่เมื่อเคยหลุดออกมาได้ เราจะรู้ตัวและดึงตัวเองออกมาได้ หรือไม่ก็จมปลักอยู่กับมันไม่นานอีกต่อไปแน่นอน

ถึงตรงนี้คุณอยากลองล็อกเอาต์บ้างแล้วหรือยัง?

you may also like
LIFE
แฟชั่นกับวงการแพทย์ เกี่ยวข้องกันยังไง
LIFE
อะไรคือรางวัลของการต่อสู้กับเวลาของคนทุกวันนี้?
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/05/open-fb.jpg