LIFE
Challenging the Status Quo: Building A Food Page
ทำไมต้อง ‘แดก’?

new-dak

ทุกวันนี้มีการสร้างเพจใหม่ๆ ขึ้นบนเฟซบุ๊กเป็นรายวัน บางคนทำเล่นๆบางคนอยากดัง และบางคนอยากทำเพื่อเป็นงานอดิเรกที่หาเงินได้อย่างไรก็ตาม ไม่มีสูตรตายตัวว่าทำอย่างไรถึงจะ ‘ปัง’ เหมือนกับเพจ ‘แดก’ เพจรีวิวอาหารยอดนิยมที่มาพร้อมภาพลักษณ์และการใช้ภาษาเข้า ข่ายรุนแรง แต่ทำไมเพจนี้ถึงดังขึ้นเรื่อยๆ แบบออร์แกนิก ปราศจากการบูสต์โพสต์ใดๆ ทั้งสิ้น? Elle Men Thailand มีโอกาสมาพูดคุยกับเจ้าของเพจแดก และทำความเข้าใจว่าเพจนี้สะท้อนอะไรต่อในสังคมไทยยุคปัจจุบัน

ELLE MEN: เราเชื่อว่าการที่เพจคุณมีความเป็นตัวเองสูงและแตกต่างการเริ่มต้นต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

ไม่เคยคิดจริงๆ ว่าจะทำเพจรีวิวของกินบ้าๆ บอๆ จะมีคนติดตามเป็นหลักแสน โดยเริ่มจากศูนย์ และเพิ่มมาอยู่ที่ประมาณ 30 คน ความตั้งใจแรกคืออยากจะหาพื้นที่ออนไลน์ไว้พล่ามบ่นเรื่องวัฒนธรรมอาหารเท่านั้น เนื่องจากเป็นคนที่ขายวิญญาณให้กับการตามล่าอาหารอร่อย ตามล่าคาเฟ่สวยๆ โดนคนรอบข้างมองว่าเป็นผีบ้าตลอดเวลาที่ยอมเดินทาง 20 กิโลฯ เพื่อไปซดน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวนัวๆ หนึ่งถ้วย คือเราไม่ได้กะจะทำให้มันกลายเป็นธุรกิจ แต่มันกำเนิดจากความรักใน
อาหารจริงๆ

ELLE MEN: จุดชนวนที่ทำให้เริ่มเป็นที่รู้จัก

ก็ลงคอนเทนต์ร้านอาหารมาเรื่อยๆ ประมาณหนึ่งปี ทีนี้มีอยู่วันหนึ่งอยากกินเค้กมาก จึงไปสั่งทำเค้กแบบเฉพาะกิจที่ร้านดิษยามหาสารคาม ซึ่งเราอยากให้มันวิจิตรพิสดารเพราะจะได้ถ่ายรูปเล่นลงเฟซบุ๊กส่วนตัวแบบขำๆ โดยเค้กนั้นมี ห หีบ สระ อี ตัวใหญ่มากอยู่ตรงกลาง ปรากฏว่าพอเพจของทางร้านดิษยานำรูปนี้ลงเพจ ก็มีคนนำไปแชร์ต่อเป็นไวรัลแบบถล่มทลาย มันก็ลิงก์มาสู่เพจของเราในที่สุด คนก็เลยรู้ว่าอ๋อนางนี้เองหรือคือคนสั่ง ช่างวิปริตเสียนี่กระไร ยอดถูกใจจึงเพิ่มมาเป็นหลักหมื่น

ELLE MEN: แต่การใช้ภาษาก็ถือว่าเข้าข่ายรุนแรงสำหรับหลายๆ คนคุณว่าไหม

ขอสาบานด้วยความสัตย์จริงว่าไม่ได้ต้องการให้เพจเรามีชื่อเสียงเพราะความหยาบคาย เราไม่ได้อยากทำตัวฉาวโฉ่โห่ทะเลให้ชาวบ้านชาวช่องเขาเกลียดชังจนกลายเป็นกระแส เพราะมันเป็นสไตล์การพูดที่เราใช้กับคนสนิท เราอยากรีวิวของกินเหมือนวิจารณ์ให้เพื่อนฟัง เราไม่ชอบแพตเทิร์นเดิมๆ ไม่ชอบกรอบของการแสดงความคิดว่าต้องพูดแบบนี้นะ ต้องเขียนอย่างนี้ ต่อด้วยประโยคแบบนี้ ความขบถจึงเหวี่ยงเราออกมาในรูปแบบที่ไม่ใช่ว่าคนในกระแสหลักของสังคมจะคุ้นเคยสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อ ณ จุดนั้นมันถูกตีพิมพ์ออกไปในที่แจ้ง แน่นอนว่าเราก็ต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้

ELLE MEN: เรื่องดราม่าล่ะ ดูจากคอมเมนต์แล้วก็ไม่น่าจะน้อย

ตอนที่ภาพเค้กก้อนนั้นถูกแชร์ออกไป เราไม่คุ้นเคยกับการถูกโจมตีในโลกออนไลน์สักเท่าไหร่ ก็มีกระแสตีกลับถึงตัวร้านว่า ทำตัวน่าเกลียดทำไมต้องไปทำออร์เดอร์ตำๆ ให้ลูกค้าตำๆ แบบเรา บ้างก็ว่าร้านเค้กไม่เคารพวิชาชีพ แต่โดยส่วนตัวแล้วเรารู้สึกว่าการเคารพวิชาชีพมันไม่ได้ผูกอยู่กับกายหยาบเพียงอย่างเดียว เราเคารพที่เปลือกนอกซึ่งก็คือภาพลักษณ์ที่แสดงออกให้สังคมเห็นเท่านั้นหรือ หรือเรามองถึงแก่นที่แท้จริงว่าด้วยการกระทำวิชาชีพของเราด้วยตัวเราให้ดีที่สุดกันแน่ อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้สั่งเค้กก้อนนี้ไปถวายเพล เราไม่ได้ส่งไปให้คุณครูสมศรีผู้มีพระคุณรับประทาน แต่อย่างไรก็ดี เราจะไปห้ามไม่ให้ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะบางทีการอธิบายหลายๆ เรื่องให้บุคคลที่มี mindset ต่างกัน มันทำได้ยาก

ELLE MEN: และคุณจัดการอย่างไรกับกระแสดราม่าเหล่านี้ ตอบโต้หรือไม่

เราเข้าใจได้ว่าทำไมเราจึงโดนพิพากษาจากคนทั่วไปแบบนั้นและเป็นสาเหตุที่ทำให้เราไม่เคยโต้ตอบ hate speech เหล่านั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเกลียดเรา เหมือนที่หลายๆ คนเลือกที่จะบริโภคงานของเรา เราเคารพในความคิดต่าง เราเคารพที่เขาเห็นว่าเราเป็น ‘เนื้อร้ายในวงการรีวิวอาหาร’ ซึ่งเป็นคำจำกัดความที่เราเคยได้รับจากนักวิเคราะห์ชื่อดังท่านหนึ่งในโลกออนไลน์ แต่กว่าจะลอยตัวเหนือดราม่าส่วนมากได้ในปัจจุบัน เราก็เคยวิตกจริตถึงขั้นต้องเปลี่ยนอินสตาแกรมมาแล้วหนึ่งครั้ง เพราะถูกคนเข้าไปรุมด่าจนรับไม่ได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้

ELLEMEN: คุณพอใจกับเพจแดกหรือยัง

ปัจจุบันยอดไลก์ต่อหนึ่งโพสต์ขั้นต่ำจะอยู่ที่ 1,000 ไลก์ เมื่อเทียบกับจำนวนยอดผู้ติดตามทั้งหมดเราถือว่าอยู่ในขั้นน่าพอใจ อันไหนปังๆมากก็จะพุ่งไปหมื่นถึงสองหมื่นไลก์ พร้อมยอด reach ประมาณ 3-4 ล้านคนก็มี โดยมากอันที่คนมักจะ ‘อิน’ คือรูปอาหารง่ายๆ เช่น ผัดกะเพราหมูกรอบ ซึ่งกว่าจะรู้ว่าทิศทางของคอนเทนต์ในเพจว่าจะเป็นรูปแบบไหน เราก็ใช้เวลาพิจารณาแอบมองความเปน็ ไปอยู่นานเหมือนกัน

ELLE MEN: คุณมองสังคมทุกวันนี้กับโลกออนไลน์อย่างไร

ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่คนทั่วไปสามารถรังสรรค์สิ่งต่างๆ ขึ้นมาได้ในพื้นที่ออนไลน์ แต่ก็เปรียบเสมือนดาบสองคมที่อาจจะทำให้บุคคลนั้น ‘เกิด’ หรือ ‘ดับแบบตายโหง’ ไปเลยก็เป็นได้ การพิมพ์ประโยคโดยใช้คำพูดพลาดเพียงแค่นิดเดียวอาจทำให้คุณไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดในสังคมอีกเลยคนส่วนมากที่ตัดสินเราคือคนที่แทบจะไม่รู้จักเราเลย จงทำใจและอยู่กับมันให้ได้ หากคุณรู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำอยู่ทุกวันนี้มันเติมเต็มความรู้สึกตนเอง มันทำให้คุณมีความสุข และไม่ได้เบียดเบียนคนอื่นสร้างความเดือดร้อนหรือขาดความรับผิดชอบต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง ‘มากเกินไป’ ความหลากหลาย ความขบถ ความรัก และความเกลียดชัง โลกที่ไม่ได้มีเพียงสีขาวและสีดำ โลกนั้นจะเป็นโลกที่ทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ได้เหมือนบุฟเฟต์อาหารที่อร่อย

ติดตามเพิ่มเติมได้อีกมากมายจริงๆ! ในนิตยสารแอลเมนฉบับเดือนเมษายน

เรื่อง: คริสตอฟเฟอร์ สเวนซัน

you may also like
LIFE
แฟชั่นกับวงการแพทย์ เกี่ยวข้องกันยังไง
LIFE
อะไรคือรางวัลของการต่อสู้กับเวลาของคนทุกวันนี้?
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/04/open-dak.jpg