อะไรคือรางวัลของการต่อสู้กับเวลาของคนทุกวันนี้?
LIFE
อะไรคือรางวัลของการต่อสู้กับเวลาของคนทุกวันนี้?
เดิมพันของเกียรติยศและการงานในการต่อสู้ระหว่างคนกับเวลา

ในยุคสมัยที่คนเราต้องต่อสู้กับเวลาด้วยการมีหน้าที่การงานและเกียรติยศเป็นสิ่งเดิมพัน

คนเราต้องวิ่งแข่ง เบียดเบียน และเหยียบย่ำบนอะไรไปบ้างเพื่อให้ได้สิ่งที่เรียกว่า ‘ความสำเร็จ’ความสำเร็จนั้นมีความหมายและรูปร่างที่ต่างกันไป แน่นอนว่าทุกคนต้องการความสำเร็จในสิ่งที่ทำ ซึ่งสิ่งที่ทำก็มักมีเวลากำหนด ทว่าเวลาก็คือสิ่งที่พวกเราต่างกำหนดขึ้นเอง เช่นว่าจะส่งงานเมื่อไหร่ นัดกันกี่โมง ซึ่งแม้จะล่วงหน้าหรือกระชั้นชิด บางคน (ขอยกมือรับผิด) ก็ยังไม่สามารถ ‘รักษา’เวลาไว้ได้

ผมว่าคนในยุคนี้ต้องต่อสู้กับเวลาด้วยกันทั้งหมด โดยเฉพาะมนุษย์ฟรีแลนซ์ (ขอยกมืออีกครั้ง) ที่บางทีก็เหลือเฟือทางด้านเวลา เพราะว่างงาน แต่ในบางที แค่เวลานอนกลับแทบหาไม่ได้ เพราะต้องปั่นงานด่วนของลูกค้าสามเจ้าที่เข้ามาพร้อมกัน ความสมดุลมันอยู่ที่ไหนครับ อย่างเช่นการคิดคอลัมน์นี้ ก็ต้องถูกคิดแบบเผาๆ เพราะผมไม่มีเวลาอยู่กับมัน เพราะมันมีอีกสองงานที่ต้องจัดการ แต่ผมมีเวลาไม่พอ ในจุดนี้จึงนึกขึ้นมาว่า ‘ช่างมัน’ (ไม่ใช่กับบทความนี้นะ) แต่กับงานอื่นที่รออยู่ เออ ช่างมัน ผมจะให้เวลากับท็อปปิกนี้ ‘เวลา’ สำหรับคนเรามันคืออะไร

เช้านั้น ผมไม่ได้เร่งกินข้าวให้เสร็จเพื่อรีบออกไปข้างนอก ผมออกมาหน้าบ้าน รถติดยาวเหยียดไปสุดสายตา แต่ผมไม่แคร์ เพราะไม่ได้รีบไปไหน ผมแคนเซิลทุกอย่างที่ตั้งใจจะทำ แล้วออกเดินทางไปอย่างไม่มีจุดหมาย ผมนั่งแช่อยู่ในแท็กซี่ มองท้องฟ้าสีเทาครึ้ม ชวนพี่แท็กซี่คุยเรื่องดินฟ้าอากาศ คุยไปคุยมา ผมเห็นป้ายไอดีของเขา แล้วก็เหลือบมองที่หน้าเขา ระหว่างตัวจริงกับรูปถ่าย เวลามันผ่านไปนานโข ผมถามเขาว่าขับแท็กซี่มากี่ปีแล้ว เขาบอกว่าเกือบสิบปีแล้ว จะว่าไปอาชีพเราสองคนก็คล้ายๆ กันตรงที่เราต้องนั่งทำงานทั้งวัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมตะลึงก็ออกมาจากปากเขา “เมื่อก่อนผมเคยเขียนบทให้ละครทีวี”

เขาเล่าต่อว่ายี่สิบกว่าปีที่แล้วเขาเคยเขียนบทหนัง บทละคร แล้วทำไมเขามาขับแท็กซี่ ผมไม่ได้ถาม แต่เขาตอบ ว่าอาชีพมันไม่มั่นคง เขียนๆ อยู่งานดันล่ม วันๆ ก็ไม่รู้ว่างานจะเข้าเมื่อไหร่…ในใจผมก็คิดว่าพี่เขาอินกับอาชีพเขียนบทจริงๆ หรือเปล่า หรือทำเพื่อเงินอย่างเดียว ผมสงสัยว่าถ้าพี่เขาได้สัมผัสกับความสำเร็จแล้วเขายังจะเปลี่ยนอาชีพมาขับแท็กซี่หรือเปล่า แต่ขับแท็กซี่มันก็ไม่ต้องมานั่งเอาใจลูกค้าเนอะ

อายุก็เป็นอีกอย่างที่พิสูจน์เรื่องเวลา เราเก่งขึ้นหรือเราแค่แก่ลง? ผมไม่รู้แต่ผมตัดสินใจลงเพราะเราจอดคาอยู่หน้าทางเข้าบิ๊กซีพอดี แล้วอยู่ดีๆ ผมก็อยากซื้อไส้ปากกาขึ้นมา (มันเป็นวันที่ปล่อยจิตไหล) ผมเข้าไปในบีทูเอสแล้วไปเดินดูนิตยสารต่างๆ ปกส่วนใหญ่ก็จะเอาคนดังๆ คนที่กำลังมา คนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่ง Elle Men Thailand ก็คือหนึ่งในนั้นที่ทำ ผมซื้อนิตยสารมาตั้งนึง ซึ่งรวม Elle Men Thailand ด้วย ผมออกมาแล้วไม่รู้จะไปนั่งที่ไหน ผมจึงไปนั่งที่ฟู้ดคอร์ต ที่ที่ไม่เหมาะที่สุดในการอ่านหนังสือ ผมอยากรู้ว่าผมจะใช้เวลานานเท่าไหร่ที่จะอ่านนิตยสารเหล่านี้ให้หมด แต่สิ่งที่ผมรู้สึกหลังจากอ่านเล่มที่สาม (ซึ่ง Elle Men Thailand ก็คือหนึ่งในนั้น) คือผมรู้สึกว่าผมอยากเป็นใครสักคน เหมือนคนในนิตยสารเหล่านี้ เอ๊ะ หรือว่าเราอยากลงนิตยสาร อ๋อ ไม่ๆ เราอยากดัง

แต่จะดังมันก็ต้องหมายความว่าเราได้ประสบความสำเร็จแล้ว แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ผมคิด เราก็อายุมากขึ้นแล้ว เราจะมีวันนั้นไหมนะ คือไม่ต้องดังก็ได้ แต่เราจะปังในสิ่งที่เราทำไหมหนอ…ผมก็ได้แต่วันเดอร์หนอ แต่ว่าการประสบความสำเร็จมันคืออะไร

ภาพตัดมาผมอยู่ในเซ็นทรัล ลาดพร้าว และยูนิโคล่เซลอีกแล้วจ้ะ ‘To be successful, you have to look successful’ ผมคิดระหว่างลองชุดสูทเซตที่สามในห้องลองของ มันตัดสินใจไม่ได้จะเอาตัวไหนดี ผมเลยเอาหมดทั้งสามชุดเลย ผมใส่เสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อเดินออกมา ในใจก็คิดว่า คนที่เขาแต่งตัวแบบนี้ เขาไปทำอะไรวะ ไม่รู้สิ แต่เขาควรอยู่บ้าน และตั้งใจทำงานหรือเปล่าวะ ไม่ใช่มาถลุงเงินในห้างแบบนี้ เฮ้ย แต่เรากำลังทำการทดลองอยู่นี่หว่า เออแล้วถ้าแต่งตัวฟีลแบบนี้ เราควรไปไหนต่อ ไปดูหนัง?

ภาพตัดมา เห็นผมในชุดสูทเซลสีกรม กำลังยัดป๊อปคอรน์เข้าปากนั่งดู Wonder Woman พยายามกู้โลก แล้วในจุดนั้นผมก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างคนอย่างวันเดอร์ วูแมนต้องรอเป็นร้อยๆ ปี กว่าจะรู้ว่าเกิดมาทำไม เขาต้องฝึกตัวเองตั้งนานกว่าจะเจ๋งได้ขนาดนี้ จะว่าไปแล้วเขาต้องห้ามเปิดเผยความเจ๋งของเขาให้คนรู้ด้วยซ้ำ คือจะปังก็ปังไม่ได้ เขาต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ที่จะมาถึงความ ‘โต’ ตรงนี้ได้

ผมเองก็ไม่รู้นะว่าผมโตพอหรือยัง ผมเห็นคนอื่นที่เขาดังๆ เก่งๆ รวยๆ รวยก่อนสามสิบ เป็นเถ้าแก่น้อย แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถหยุดได้ ไม่เลย เขาคงต้องทำงานหนัก เท่าเดิมต่อไป แต่ตัวผมเองต่างหากที่รักความสบาย…หรือว่าคนเราควรหยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นแล้วไปตามจังหวะและ ‘เวลา’ ที่เราสบายใจ

บนเส้นทางของชีวิตเราทุกคนไม่ได้มีเส้นชัยที่ตั้งอยู่ที่ตำแหน่งเดียวกัน จริงๆ แล้วชีวิตมันไม่ใช่การแข่งขันกับคนอื่นแต่มันเป็นการเอาชนะตัวเอง แล้วสำหรับผม นั่นคือความสำเร็จที่แท้จริง

เรื่อง : พจแมน
ภาพ : Shutterstock, Reuters/Jon Jones
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/08/timesq.jpg