ที่สุดของกรุงเทพฯ ใจกลางเมือง
LIFE
ที่สุดของกรุงเทพฯ ใจกลางเมือง
Welcome to Park Hyatt Bangkok

new-life1

ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามามากกว่า 21 ล้านคน ทำให้กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรของเรานี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีผู้คนแวะมาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกจาก Mastercard Global Destination Cities Index in 2016 และด้วยความที่มีผู้คนมากมายมาใช้ช่วงเวลาวันหยุดของพวกเขากันที่นี่ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรมีการให้บริการที่พักที่เพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน

สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนอาจแค่เพียงมองหาโฮสเทลราคาประหยัด แต่บางคนก็ขอกลางๆ ประมาณว่า ‘อยากได้ที่พักดีๆ สำหรับนอน’ ในขณะที่บางคนก็มีเงินมากพอและเต็มใจใช้จ่ายไปกับโรงแรมหรูระดับห้าดาว ซึ่งประเทศไทยก็มีโรงแรมหลากแบบหลายสไตล์เพื่อตอบสนองความต้องการและการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

เพราะใครๆ ก็สามารถสรรหาเตียงนอนและห้องน้ำมาให้กับคุณ แล้วเรียกมันว่าโรงแรมได้ มันถึงได้เกิด Airbnb ขึ้นไง แต่สำหรับ Park Hyatt Bangkok แห่งใหม่นี้เรียกว่ามีดีและเล่นใหญ่ไปไกลกว่านั้น กับคอนเซ็ปต์การให้บริการที่พักหรูหราแบบ private residence พนักงานก็ไม่ใช่แค่พนักงานแต่เป็นสมือน ‘โฮสต์ หรือเจ้าของบ้าน’ ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนอย่างยอดเยี่ยม โดยบ้านมีด้วยกันถึง 222 ห้องพัก พร้อมบัตเลอร์ส่วนตัว ห้องอาหารไฮเอนด์ สระน้ำเกลือเอาต์ดอร์ขนาดยาวถึง 40 เมตร

แต่ไม่ใช่เพียงเพราะสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้หรอกที่ทำให้การเข้าพักที่ Park Hyatt Bangkok พิเศษขึ้นมา ที่พิเศษจริงๆ ก็คือ คนที่เป็นโฮสต์ หรือเจ้าของบ้านต่างหากล่ะ

new-life2

Making Friends

หิมะแรกของปีเพิ่งตกที่เมืองโซล กระนั้น Michael Golden ก็ไม่ได้ตื่นเต้นกับบรรยากาศของความหนาวเย็นรอบๆ ตัวสักเท่าใดนัก เพราะคุณไมเคิล ผู้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการโรงแรมประจำ Park Hyatt Bangkok เคยประจำอยู่ที่ไฮแอทนิวซีแลนด์และไฮแอทที่ญี่ปุ่นมาก่อน เขาจึงชินกับอากาศหนาวอยู่แล้ว

“คุณต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงในเจ็ดวัน แล้วแรงกดดันก็สูงพอๆ กับความคาดหวังของลูกค้า ซึ่งเราไม่ได้ทำแค่ให้ตรงตามความคาดหวังของลูกค้านะ แต่เราต้องทำให้เกินความคาดหวังของลูกค้าไปอีก” คุณไมเคิลกล่าวระหว่างที่กำลังจะรับประทานซุปกิมจิที่ร้าน Cornerstone ณ Park Hyatt Seoul ซึ่งคุณไมเคิลได้แชร์ให้สื่อฟังว่าแขกที่มาพักจะได้รับประสบการณ์อะไรบ้างจาก Park Hyatt โดยที่ที่คุณจะได้รับประสบการณ์จาก Park Hyatt ที่ดีที่สุดก็คือจากที่โซลนั่นเอง

“ลูกค้าของเราส่วนใหญ่มองหาสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถหาซื้อได้ ซึ่งก็คือประสบการณ์นั่นเอง ตอนที่ผมทำงานที่โตเกียว (ตอนนั้นคุณไมเคิลเป็นผู้จัดการดูแลทุกอย่างในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Lost in Translation) มีเซเล็บชื่อดังท่านหนึ่ง (ด้วยจรรยาบรรณและนโยบายที่เคร่งครัดของทางโรงแรม จึงไม่สามารถเปิดเผยชื่อแขกที่เข้าพักได้) มาพักกับเราที่โรงแรม ตารางของเขาแน่นมาก แถมยังต้องเดินทางจากสนามบินอีกห้าชั่วโมง เมื่อเขามาถึง เขาต้องรีบเข้างานแถลงข่าวและยังต้องเซ็นสัญญาโน่นนี่ ผมก็ช่วยเขาเต็มที่ ซึ่งดูเหมือนเขาเหนื่อยมาก แต่เขาชวนผมนั่งดื่มเบียร์ แล้วเราก็คุยกัน คุยกันแบบจริงจัง เหมือนเพื่อนเก่าที่กลับมาเจอกัน”

คุณไมเคิลยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า งานโรงแรมไม่ใช่แค่ให้บริการกับพวกเซเล็บเท่านั้น แต่ยังต้องให้บริการอย่างเต็มที่และอย่างเข้าใจกับแขกทุกคนด้วย ซึ่งมันเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เป็นการเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า และเป็นการสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าในการเข้าพักทุกๆ ครั้ง

ถึงแม้ว่าคุณไมเคิลจะบอกว่าการได้ทำงานใกล้ชิดกับบรรดาแขกไฮโพรไฟล์ทั้งหลายนั้นจะเป็น ‘แค่วันธรรมดาวันหนึ่งในออฟฟิศ’ แต่ถ้าคุณเคยดูหนังหรือเคยดูทีวีซีรี่ส์ที่เกี่ยวกับโรงแรม มันดูน่าตื่นเต้นทีเดียว ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ช่อง BBC ประสบความสำเร็จไปกับทีวีซีรี่ส์ยอดฮิตเรื่อง The Night Manager ซึ่งซีรี่ส์เรื่องนี้ทำให้การทำงานในโรงแรมดูเหมือนเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น มีการวางแผน มีการจารกรรมเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง “มันไม่อันตรายหรอก” คุณไมเคิลอุทาน “แต่มันอาจจะเซนสิทีฟมากกว่า”

“มันเคยมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกับแขกท่านหนึ่งที่ไฮโพรไฟล์มากๆ ผมต้องดูแลสมาชิกของราชวงศ์ทางแถบยุโรปท่านหนึ่ง ซึ่งท่านบอกว่าท่านจะต้องมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตใช้ทันทีที่ท่านก้าวเท้าเข้ามาในโรงแรม แล้วเชื่อหรือไม่ว่ามันก็เกิดปัญหาขึ้นจริงๆ แต่มาจากแล็ปท็อปของท่านนะ ไม่ได้มาจากระบบอินเทอร์เน็ตของเรา คือเราเกือบจะบีบคอกันแล้ว แต่เอาเป็นว่าเล่าแบบสรุปสั้นๆ เลยก็คือ โชคดีที่เราแก้ปัญหากันได้ แล้วผมก็ต้องแปลกใจเมื่อท่านเชิญให้ผมไปเข้าร่วมประชุมกับท่านระหว่างทริปด้วย แถมท่านยังแวะมาเยี่ยมผมด้วย แล้วไม่ใช่แค่นั้นนะ ท่านยังชอบมาแกล้งผมอีก”

new-life3

Grand Beginnings

ประสบการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้คุณไมเคิลระลึกอยู่เสมอว่าการเป็นแบรนด์ Park Hyatt คืออะไร ซึ่งในขณะที่เขาควรจะได้พักผ่อนหย่อนใจที่โรงแรมในเครือ ณ กรุงโซลอย่างสบายใจ คุณไมเคิลก็ยังต้องคอยเช็กอยู่ตลอดว่าโฮสต์จะไม่ทำงานผิดพลาดหรือบกพร่อง ขนาดผู้จัดการโรงแรมยังดูกลัวคุณไมเคิลเลย

ด้วยคุณลักษณะนี้เอง เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าคุณไมเคิลทุ่มเทแรงกายและแรงใจแค่ไหนเพื่อที่จะทำให้แบรนด์ Park Hyatt ประสบความสำเร็จในกรุงเทพฯ ซึ่งที่นี่ แบรนด์ไฮแอทเองก็มีประวัติยาวนาน เพราะมีแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ที่ตั้งสง่าเป็นแลนด์มาร์กประจำกรุงเทพฯ ตั้งแต่ในปี 1987 ดังนั้นเป็นธรรมดาที่จะต้องมีแรงกดดันมากพอสมควรที่จะทำให้สถานที่ใหม่แห่งนี้โดดเด่นและแตกต่างไปจากโรงแรมอื่นๆ แต่ทั้งนี้ ด้วยที่ตั้งของ Park Hyatt Bangkok ที่อยู่บน Central Embassy ซึ่งกำลังปรับปรุงอยู่นั้น อาจเป็นโอกาสที่ดีที่เอื้อต่อความสำเร็จของ Park Hyatt Bangkok ก็เป็นได้

แต่คำถามสำคัญก็คือ คุณไมเคิลจะมีโอกาสได้พบปะกับบรรดาเซเล็บที่ Park Hyatt Bangkok หรือไม่ แล้วกรุงเทพฯ จะได้ต้อนรับดาราฮอลลีวู้ดมากขึ้นหลังจากที่กรุงเทพฯ มีโรงแรมให้พวกเขาพักหรือไม่ ใครจะไปรู้ เพราะคุณไมเคิลมีเพื่อนในลิสต์เยอะ ซึ่งเขาอาจจะเชิญมาพักที่นี่ก็ได้

“ถอดรหัสความแตกต่างที่ลงตัว”

เยี่ยมชม Park Hyatt Seoul

Get In:
สายการบินไทย บริการเที่ยวบิน เส้นทางกรุงเทพฯ-กรุงโซล
ไป-กลับ ทุกวัน วันละสี่เที่ยวบิน จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

Do:
1. ลองชิม Korean Temple Cuisine ณ ร้าน Cornerstone
2. เยี่ยมชมรูปปั้น Gangnam Style ห่างออกไปเพียง 500 เมตร จากโรงแรม

เยี่ยมชม Park Hyatt Bangkok

Get In:
โรงแรมเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2560
สถานีรถไฟฟ้าใกล้ที่สุดคือ สถานีชิดลม/เพลินจิต

Do:
1. พักที่ President Suite ขนาด 381 ตร.ม. พร้อมฟิตเนสส่วนตัว และสปา
2. ชิมอาหารที่ Penhouse Bar & Grill ที่มองเห็นวิวพาโนรามารอบเมือง

เรื่อง: อากฤษฎ์ บุญใหญ่
ภาพ: Courtesy of The Park Hyatt

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/05/new-open.jpg