HANGOUT
ถอดรหัสเมนูจากผู้เป็นตำนาน
Breakfast of Champions

อาหารไม่ได้เชื่อมโยงผู้คนทั้งโลกไว้เพียงแค่ความอร่อย หากยังเป็นหนึ่งในตัวละครที่สะท้อนเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความก้าวไกลของเทคโนโลยีในแต่ละยุค เช่นเดียวกับอาหารของเหล่าฮีโร่และบุคคลในตำนานที่แม้จะเป็นเพียงจานเล็กๆ แต่ก็อาจสะเทือนต่อผู้คนทั้งโลก

โต๊ะอาหารของ The Beatles

แม้วงสี่เต่าทอง เดอะ บีเทิลส์ จะเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางดนตรีระดับโลก แต่ถ้ามองลึกลงไป สี่หนุ่มถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลในแทบจะทุกวงการ ทั้งเรื่องแฟชั่น ทรงผม งานศิลปะ การถ่ายภาพ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องอาหารที่แฟนเดอะ บีเทิลส์ทั่วโลกต่างก็ช่วยกันค้นคว้าตีความ เหตุก็ด้วยเพลงของเดอะ บีเทิลส์ นั้นมักจะมีเรื่องราวของอาหารและวัตถุดิบจากทั่วโลกสอดแทรกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น Meat City, Beef Jerky, Flaming Pie, Cold Cuts และ Cook of House เป็นต้น ไม่เพียงเท่านั้น แฟนพันธุ์แท้ทั้งหลายต่างก็ช่วยกันค้นคว้าว่าสมาชิกวงแต่ละคนนั้นมีอะไรเป็นอาหารจานโปรดและเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ เช่น ดาราตลกชื่อดัง Martin Lewis ที่ลุกขึ้นมาศึกษาว่าอาหารอะไรบ้างที่มีผลต่อการสร้างสรรค์ผลงานเพลงอันโด่งดัง และเขาก็ค้นพบว่า Cuppa หรือชานม ไม่ได้เป็นเครื่องดื่มประจำวงอีกต่อไป น้ำผึ้งต่างหากที่เป็นเครื่องดื่มที่สี่หนุ่มชื่นชอบ

ไม่เพียงเท่านั้น หนึ่งในแฟนคลับของสี่หนุ่มยังได้เขียนเว็บไซต์ Eatthebeatles.net เพื่อสร้างสรรค์สูตรจากเพลงดังในตำนาน และเมนูที่ขึ้นท็อปชาร์ตก็คือ Octopus’s Garden จากอัลบั้ม Abbey Road โดย Ringo Starr ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาพักผ่อนที่เกาะซาร์ดิเนีย (Sardiana) ในเมดิเตอร์เรเนียน กัปตันเรือในขณะนั้นไม่ได้สอนแค่เทคนิคการตกหมึกให้กับหนุ่มริงโก้ แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของฝูงหมึก ซึ่งภายหลังได้กลายมาเป็นหนังสือนิทานเด็กในชื่อเดียวกัน และสำหรับใครที่ฟังเพลงแล้วอยากลิ้มรสความอร่อยของหมึกยักษ์ Octopus ที่ร้านอาหารปิ้งย่าง Il Fumo มีเมนูหนวดหมึกยักษ์จากสเปน เคี้ยวหนึบนุ่มลิ้นให้ได้ลิ้มลอง พร้อมซอสรสจัดจ้านสไตล์โปรตุเกส เพิ่มความหอมด้วยถ่านไม้อัลมอนด์นำเข้าจากอิตาลี เปิด Octopus’s Garden คลอไปพลางยิ่งทำให้โลกใต้ทะเลทวีความสดชื่นเป็นเท่าตัว

 Il Fumo ตั้งอยู่บนถนนพระรามสี่ สาทร โทร. 02-286-8833

เบื้องหลัง Vincent Van Gogh มีเมรัยสีมรกต

ภาพเขียนสีน้ำมัน Still Life with Absinthe ของวินเซนต์ แวน โก๊ะ เป็นหลักฐานที่บ่งบอกได้อย่างดีว่านางฟ้าสีเขียวที่ใครๆ ต่างก็ให้ฉายาว่าสุราปีศาจ ‘Absinthe’ มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ของศิลปินระดับโลกอย่างแวน โก๊ะมากแค่ไหน และแม้ความแรงถึงขั้นสร้างภาพหลอนของระดับแอลกอฮอล์ในแอบซินธ์จะกลายเป็นความนิยมในกลุ่มนักเขียน ศิลปิน และเหล่าโบฮีเมียนช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ทว่าหลังจากที่แวน โก๊ะเฉือนติ่งหูตัวเองหลังจากการติดแอบซินธ์อย่างหนักก็ทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้มาถึงยุคตกต่ำกระทั่งถูกห้ามขายในหลายประเทศ ว่ากันว่าสีสันอันงงงวยในภาพ Starry Night ก็ได้อิทธิพลมาจากอาการเมาแอบซินธ์เช่นกัน

กลิ่นสมุนไพรอันเป็นเอกลักษณ์และการปรับดีกรีให้น้อยลงทำให้แอบซินธ์กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง สำหรับในเมืองไทยนั้นแม้จะไม่มีบาร์เฉพาะสำหรับจิบแอบซินธ์แบบดั้งเดิมที่ต้องค่อยๆ หยดน้ำเย็นผ่านความหวานของก้อนน้ำตาลลงมาผสมกับแอบซินธ์ ทว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ได้กลายมาเป็นซิกเนเจอร์ของบาร์ลับอย่าง Rabbit Hole ซึ่งนิยมใช้แอบซินธ์เป็นทั้งเบสของค็อกเทลและเป็นตัวโมดิไฟเออร์ช่วยปรับแต่งกลิ่นรส โดยมี Purple Fairy เป็นเครื่องดื่มจากแอบซินธ์ยอดฮิตที่หอมช็อกโกแลตดื่มง่ายและละมุน ด้าน Mad Hatter เป็นการปะทะกันระหว่างยินและแอบซินธ์ Spotless Mind เป็นสามประสานระหว่างคอนญัก รัม และแอบซินธ์ ซึ่งเมื่อได้ลิ้มรสก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่าทำไมใครต่อใครต่างก็หลงใหลในเมรัยสีมรกตอย่างแอบซินธ์

ตามไปชิมได้ที่ร้าน Rabbit Hole สุขุมวิท 55 โทร. 09-8969-1335

ครัวอเมริกันแบบฉบับแชมป์โลกชาวมุสลิม

ครั้งหนึ่งแชมป์มวยระดับโลก หรือผู้กล้าเผชิญกับการต่อต้านสีผิวและศาสนาในอเมริกา ‘Muhammad Ali’ ให้สัมภาษณ์กับ Oprah Winfrey ไว้ว่า การสั่ง-สอนอบรมที่ดี หนังสือที่ดี และอาหารที่ดี คือสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขหลังเดินลงจากเวทีมวย และสองเมนูอาหารที่มูฮัมหมัด อาลีกล่าวถึงมาโดยตลอดคือ ไก่อบ และแม็กแอนด์ชีส ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นอเมริกันชนในตัวเขา แต่อีกนัยอาจกล่าวได้ว่าไก่อบนั้นเป็นเมนูที่มาจากเหตุผลทางศาสนา เพราะเขาตัดสินใจเปลี่ยนศาสนาจากคริสต์ออร์โธดอกซ์มาเป็นอิสลามนิกายซุนนี พร้อมยึดถือการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด กระทั่งปฏิเสธการเข้าเกณฑ์ทหารเพื่อไปรับใช้ชาติในสงครามเวียดนาม และเข้าสู่การเป็นวีรบุรุษต้านสงครามในกาลต่อมา

เมื่อพูดถึงเมนูอาหารอเมริกัน หลายต่อหลายคนอาจจะนึกเพียงฟาสต์ฟู้ด ทว่า ที่ White Shuffle ร้านอาหารมอเมริกันรสมือแม่กลับสร้างความต่างด้วยอาหารตำรับอเมริกันที่มีลูกเล่นด้วยเทคนิคการปรุงแต่งอันแพรวพราว แม็ก-แอนด์ชีสของที่นี่ยังคงเข้มข้นรสชาติของชีสในทุกคำ ส่วนไก่อบนั้นทดแทนด้วยไก่ย่าง Chipotle Roasted Chicken พิเศษกับการนำไก่ทั้งตัวไปแช่ในน้ำเกลือ 24 ชั่วโมงให้เนื้อไก่ยังคงความฉ่ำขณะย่าง พร้อมทั้งนำมาหมักกับพริกชิปพอตเล่เพิ่มความจัดจ้านเผ็ดร้อน และถ้าจะให้ครบสูตรอเมริกันตำรับแชมป์โลกก็ต้องไม่ลืมสั่งข้าวมาเคียงคู่ ซึ่งมูฮัมหมัด อาลีมักกินคู่กันเสมอโดยเฉพาะข้าวผัดเนยกระเทียม

White Shuffle ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 Central Festival Eastville โทร. 02-553-6177

 

จากดาวอังคารสู่สำรับอาหารทรงโปรด

หลังจากที่นักบินอวกาศรุ่นแรกๆ ต้องทนกินอาหารรสชาติยอดแย่จากหลอดยาสีฟัน นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถคิดค้นอาหารอุ่นร้อนที่สามารถกินขณะอยู่ในชั้นบรรยากาศได้สำเร็จเมื่อคราวส่งยานอะพอลโล 11 ออกสำรวจอวกาศ โดยมีสตูว์เนื้อเป็นมื้อดินเนอร์ที่ Neil Armstrong นำขึ้นไปเฉลิมฉลองบนดวงจันทร์ ซึ่งความสำเร็จของวงการอาหารในครั้งนี้คือขั้นตอนเอาน้ำออกจากอาหารก่อนแพ็กและอุ่นร้อนพร้อมกินอีกครั้งด้วยปืนน้ำร้อน ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีคนคิดค้นสตูว์เนื้อในซองแบบฉบับนักบินอวกาศออกมาให้แฟนพันธุ์แท้อะพอลโล 11 ได้นำกลับไปอุ่นที่บ้านอย่างน่าตื่นเต้น

สำหรับเมืองไทยสตูว์เนื้อมีให้เลือกทั้งตำรับไทยประยุกต์และสูตรฝรั่งเศสดั้งเดิมที่ชื่อ Pot au Feu ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเมนูสตูว์เนื้อทั้งหลายทั้งมวล แน่นอนว่าร้านอาหารฝรั่งเศสรสคลาสสิก 4 Garçons ต้องมีเมนูนี้จัดเสิร์ฟ ทว่า มีการทวิสต์เรื่องวัตถุดิบด้วยการเปลี่ยนจากเนื้อธรรมดาเป็นเนื้อส่วนแก้มที่นุ่มแทบจะละลายในปาก และความอร่อยของสตูว์เนื้อแบบฉบับ Pot au Feu นี้ก็เป็นหนึ่งในเครื่องเสวยที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดขณะเสด็จประพาสยุโรป หลังจากเสด็จกลับเมืองไทยพระองค์ทรงปรุง Pot au Feu เสวยอยู่บ่อยครั้งด้วยพระองค์เอง พร้อมทั้งพระราชทานให้สุนัขทรงเลี้ยง และเนื่องจากสุนัขชอบ พระองค์จึงทรงเรียกเมนูนี้เสียใหม่ว่า ‘ซุปลูกหมา’

4 Garçons ตั้งอยู่ที่ทองหล่อ 13 ชั้น 1 อาคารชั้น 1 อาคารโอ๊ควูดเรสซิเดนซ์ โทร. 02-713-9547 

 

 

 

เรื่อง : ศรัณยู นกแก้ว
ภาพ : อรรคพล คำภูแสน
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/06/sq-6-1024x1024.jpg