HANGOUT
3 Places You Should be Sharing Your Food
สามร้านดังที่คุณควรแชร์ก่อนกิน

เมื่อภาพอาหารกลายมาเป็นภาษาใหม่ในการสื่อสารกับคนทั้งโลก จึงไม่แปลกที่ใครต่อใครจะลั่นชัตเตอร์ก่อนตักอาหารเข้าปากเสมอ แถมวัฒนธรรมใหม่นี้กระตุ้นให้เราแสวงหาอาหารจานสวยตลอดเวลา แต่แทนที่จะเสียเวลาหาด้วยตนเอง ลองตามลายแทงจานเด็ดของเราต่อไปนี้ การันตีว่าอิ่มหมีพีมันทั้งไลก์และรสชาติแน่นอน

new-res-roman

new-res-roman2

1. Le Salon de L’Atelier de Joël Robuchon

แค่ชื่อห้อยท้ายก็ไม่ต้องบรรยายอะไรมาก หลังจากประสบความสำเร็จกับสาขาแรกที่ตึกมหานครก็ขยับขยายสาขาสองมาพร้อมรูปแบบ all-day dining โดยนำเสนออาหารเบาๆ ที่สามารถกินได้ตลอดทั้งวันแม้ว่าการนำเสนออาหารรูปแบบนี้เป็นครั้งแรกของของแบรนด์ แต่การรังสรรค์ตลอดจนคุณภาพยังคงเจริญรอยตามมาตรฐานของร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อดังระดับโลกที่ก่อตั้งโดย Joël Robuchon ผู้ได้ชื่อว่าเป็นเชฟที่ครอบครองมิชลินสตาร์มากที่สุดในโลก สำหรับเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ Le Caviar Impérial de Sologne เพราะผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอนตามแบบฉบับเชฟฝรั่งเศสขนานแท้ จนออกมาเป็นอย่างที่เห็น คุณจะได้สัมผัสความลงตัวของไข่ปลาคาเวียร์ เนื้อปู king crab และซุปล็อบสเตอร์ จึงไม่แปลกใจที่เมนูนี้จะได้รับการแฮชแท็กมากที่สุด ส่วนเมนูที่เปรียบได้กับงานศิลปะชั้นสูงยกให้ Pour Commencer เพราะบรรจงปรุงตับห่านใส่ไว้ตรงกลางประกบด้วยพอร์ตไวน์และโฟมพาร์เมซานอันเข้มข้น อีกจานที่สะกดทุกสายตาได้ไม่แพ้กันคือ Mini-sandwiches ดูเผินๆ อาจคิดว่าเป็นแซนด์วิชธรรมดา แต่กลับซ่อนความพิเศษเอาไว้ด้วยการสอดไส้เนื้อกุ้งมังกร แซลมอน และปูยักษ์ พร้อมทั้งประดับประดาอะโวคาโด ซาวร์ครีม และควินัว ผลลัพธ์ที่ได้คือรสชาติลงตัวและหน้าตาโดนใจ

ตั้งอยู่ที่ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

new-res-ro4

new-res-ro5

2. The Cured Chamber

จากวัฒนธรรมการกินอาหารที่ผ่านการถนอมอาหารด้วยกรรมวิธีต่างๆ หรือเรียกว่า cured food ของคนในศตวรรษที่ 19 กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับร้านอาหารแนวใหม่ที่สร้างสรรค์อาหารให้แตกต่างออกไป คือเน้นใช้วิธีแบบดั้งเดิมและคงศาสตร์แห่งการถนอมอาหารซึ่งหารับประทานได้ยาก หรือหาได้ก็ปรุงออกมาไม่กลมกล่อม ดังนั้นที่นี่จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบที่ผ่านการให้การรมควันหรือ smoking และการหมักเกลือ หรือ salt curing ซึ่งมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์มาเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูต่างๆ หนึ่งในเมนูที่เหมาะกับการถ่ายภาพอวดเพื่อนคือ Rigatoni Iberico Ham แม้ดูเป็นเมนูง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วต้องอาศัยประสบการณ์ในการปรุงรสไม่ให้รสชาติแฮมและอาหารกลบกันและกัน ไหนจะการเลือกแฮมที่ผ่านการหมักเกลืออย่างประณีตเพื่อได้รสชาติอย่างที่ต้องการ อีกเมนูน่ากินไม่แพ้กันคือ แซนด์วิชเปิดหน้า ของชาวยุโรปยุคกลางอย่าง Smoked Salmon on Rye Bread ที่โดดเด่นด้วยแซลมอนรมควัน และขนมปังไรย์อีกทั้งการเสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์และสลัด ล้วนเรียกน้ำย่อยเพื่อนทะลุภาพ เช่นเดียวกับจานหลัก Asian Marinade Char Grilled Lamb Cutlets ความนุ่มละมุนและหอมหวานของเนื้อแกะประกอบกับการตกแต่งด้วยทรัฟเฟิลดัสต์ตลอดจนเบอร์รี่ซอสและมิ้นต์เจลลี่ซอสเหมาะกับการถ่ายภาพก่อนลงมือกินเสียเหลือเกิน

ตั้งอยู่ที่ซอยเอกมัย 2 ชั้น 1 โรงแรมซัมเมอร์เซ็ท เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30-00.00 น. โทร. 02-381-4381
Instagram: @thecuredchamber.bkk

new-res-ro9

3. Yamazato

ด้วยความที่ซูชิเป็นเมนูยอดนิยมที่ได้รับการแฮชแท็กสูงสุดลำดับต้นๆ เราจึงแนะนำให้ไปห้องอาหารแห่งนี้ ไม่ใช่แค่นำเสนออาหารญี่ปุ่นเท่านั้นแต่อาหารแต่ละเมนูล้วนสานต่อขนบธรรมเนียมอาหารญี่ปุ่นตามแบบต้นตำรับญี่ปุ่นขนานแท้ ด้วยการเสิร์ฟอาหารแบบ kaiseki หรือการเสิร์ฟอาหารหลายๆ คอร์สในมื้อเดียวตามแบบราชสำนักญี่ปุ่นดั้งเดิม ผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของเชฟ Shigeru Hagiwara หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหารนี้ และมาตรฐานการคัดเลือกวัตถุดิบและการปรุงอาหารเยี่ยงเดียวกับห้องอาหารยามาซาโตะในโรงแรมโอกุระประจำกรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เคยได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ในปี 2002 จึงไม่แปลกที่อาหารจะมาพร้อมความอลังการและรสชาติแสนอร่อยชนิดหาที่อื่นไม่ได้ สำหรับใครที่อยากเรียกน้ำย่อย เพื่อนตอนกลางวัน ขอแนะนำเมนู lunch teppan kaiseki โดดเด่นด้วยการปรุงเทปปันยากิที่ปลุกเปลวไฟและเสียงร้องช่าของเนื้อชั้นดีบนกระทะจนคนในโลกโซเชียลของคุณต้องกลืนน้ำลายหลายอึกแน่นอน แต่ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ปลาดิบควรสั่ง otsukuri moriawase 7 kinds เพราะเชฟจะพิถีพิถันคัดสรร แล่ และจัดเรียงสัตว์ทะเลนานาชนิดซึ่งส่วนใหญ่มาจากตลาดปลาซึกิจิในญี่ปุ่น ความสวยงามและสีสันของเมนูนี้จะปลุกความอิจฉาได้อักโข ไหนจะความสด หอมหวานของเนื้อปลาอีกล่ะ รับรองฟินตั้งแต่คำแรกยันคำสุดท้าย แต่สุดยอดเมนูที่สร้างความหิวให้เพื่อนๆ ได้มากที่สุดยกให้ yamazato kaiseki เพราะในเซตมีอาหารมากถึง เจ็ดคอร์ส โดยแต่ละจานผ่านการปรุงและตกแต่งอย่าประณีต พูดอย่างรวบรัดว่า เมนูนี้มีครบทั้งรูป รส กลิ่น เสียง (กรี๊ดจากเพื่อนในโซเชียล)

ตั้งอยู่ที่ชั้น 24 โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ โทร. 02-687-9000 เปิดบริการทุกวันเวลา 11.30-14.30 น. และเวลา 18.00-22.30 น.
Instagram: @okura_prestige_bkk

The Best Chefs to follow on Instagram
สุดยอดเซฟที่คู่ควรแก่การติดตามในไอจี

1. @jamieoliver

เห็นชื่อก็ร้องอ๋อออกมาทันที เพราะเรารู้จักเซเลบริตี้เชฟชาวอังกฤษคนนี้ผ่านรายการทีวีและหนังสืออาหารมากมาย แต่นั่นไม่น่าจดจำเท่ากับลีลาการปรุงอาหารอันรวดเร็ว ล่าสุดร้านอาหาร British-Italian ของเขาเพิ่งเปิดตัวที่ Siam Discovery ไปหมาดๆ

2. @chefludo

ว่ากันว่า Ludo Lefebvre คือเชฟอาหารฝรั่งเศสที่มีอิทธิพลต่อวงการอาหารในลอสแอนเจลีสมากที่สุดเพราะด้วยฝีไม้ลายมือและความรู้ที่อัดแน่นจากฝรั่งเศสนาน 12 ปี ทำให้เขาได้รับรางวัลและมีร้านของตัวเอง ได้แก่ Petittrois, Trois Mec และ LudoBird

3. @iankittichai

ไม่ใช่รายการเชฟกระทะเหล็กที่ทำให้หลายคนรู้จัก พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย หรือเชฟเอียน หากเป็นฝีไม้ลายมือในการปรุงอาหารที่ได้รับการยอมรับจนสามารถเปิดร้านอาหารทั้งในไทย มุมไบ (Mumbai) และนิวยอร์ก (New York) รวมๆ แล้วกว่า 14 สาขา

เรื่อง: ปัญญา ลีลาสุนทรกุล
ภาพ: กิตตินันท์ สังขนิยม, COURTESY OF BRANDS, GETTY IMAGES

you may also like
HANGOUT
บาร์ที่เหมาะกับเมืองในเขตร้อนอย่าง กรุงเทพ เป็นที่สุด
HANGOUT
ร้านที่จะทำให้คุณต้องทบทวนภาพจำเกี่ยวกับเบอร์เกอร์ใหม่เลยล่ะ !
HANGOUT
ปรุงแต่งขึ้นด้วยมาตรฐานชั้นสูงจากยุโรป
HANGOUT
ส่วนผสมระหว่างเทคนิคชั้นครู วัตถุดิบชั้นเลิศ และ อารมณ์ขันที่คมคาย
HANGOUT
ถ้าค็อกเทลบาร์เริ่มจำเจ พันช์บาร์ในบรรยากาศแสนเป็นกันเองก็น่าสนใจไม่น้อยเลย
HANGOUT
เปลี่ยนเสื้อผ้าหลากสีตัวเก่า ให้ขาวสะอาดตาพร้อมมันส์กับเทศกาลดนตรี Sensation
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/02/open-food-share.jpg