GADGET
The Messaging Wars
iMessage จะเป็นอาวุธลับของ Apple ได้จริงหรือไม่?

เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนที่เป็นสาวกของแอปเปิ้ลได้อัพเดทระบบปฏิบัติการ iOS 10 เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าเราคงตื่นเต้นกับเปลี่ยนโฉมใหม่ของฟังก์ชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกรูปใน Photo ชนิดละเอียดยิบซึ่งง่ายต่อการค้นหา แผนที่ Apple Map ที่สามารถค้นหาสถานที่และแนะนำเส้นทางได้ดีกว่าเดิม ไหนจะการทำงานของ Siri ที่หลากหลายยิ่งกว่าเก่า ตลอดจน Apple Music ก็มาพร้อมกับหน้าตาสดใสแถมเพิ่มการแสดงเนื้อเพลง (สักทีเถอะ) ให้เราเข้าใจแต่ละเพลงได้ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งหมดนั้นก็ยังไม่น่าสนใจเท่ากับ iMessage ที่ได้รับการเพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษมากมาย ไม่ใช่แค่เพิ่มความสะดวกในการใช้งานเท่านั้น แต่แอปเปิ้ลคาดหวังจะดึงดูดให้คนหนมาใช้บริการส่งข้อความผ่าน iMessage กันมากขึ้นด้วย

Facebook-Messenger-Video-Calling

การส่งข้อความกลายมาเป็นการติดต่อสื่อสารยอดฮิตของคนทั้งโลกตั้งแต่สมาร์ทโฟน BlackBerry ออกวางจำหน่ายไปทั่วโลก เพราะในเครื่องได้รับการติดตั้งบริการรับส่งข้อความหรือ BlackBerry Messager มาให้ใช้ฟรีๆ จึงทำให้ผู้ใช้ส่งข้อความ ภาพและ Emoji หากันกันขนานใหญ่จนกลายไปเป็นวัฒนธรรมการสื่อสารรูปแบบใหม่ หลังจากนั้นสมาร์ทโฟนได้รับการพัฒนาจนสามารถติดตั้งซอฟท์แวร์ในรูปแบบแอพลิเคชั่น พลอยทำให้นักพัฒนาโปรแกรมและนายทุนเปิดตัวแอพลิเคชั่นสำหรับการส่งข้อความโดยเฉพาะ ไม่ว่จะเป็น WhatsApp, WeChat, Line, Facebook Messenger รวมถึง iMessage ที่เปิดให้ใช้บริการตั้งแต่ระบบปฎิบัติการ iOS 5 หรือในปีค.ศ. 2011 จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามแม้บริการรับส่งข้อความของแต่ละรายจะเปิดตัวในเวลาใกล้เคียง แต่ดูเหมือน Whatsapp, Facebook Messenger และ Line จะครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า ว่ากันว่า Facebook Messenger สามารถโกยรายได้จากการให้บริการส่งข้อความในปี 2014 มากถึง 19 พันล้านดอลล่าร์และมีผู้ใช้งานมากถึง 700 ล้านคนในแต่ละเดือน ขณะที่ Whatsapp ได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้งานสูงเฉลี่ย 1.37 พันล้านคนในแต่ละเดือน ในขณะที่ Line ทำกำไรทั้งจากการขายสติ๊กเกอร์และบริการอื่นๆ ในสองไตรมาสแรกของปีนี้ไปแล้วว่า 24.3 พันล้านดอลล่าร์ ส่วน WeChat ครองตลาดในจีนกับผู้ใช้กว่า 700 ล้านคน ที่สำคัญจากการเก็บข้อมูลยังพบว่าผู้ใช้งานได้รับและส่งข้อความมากถึง 30 พันล้านข้อความต่อวัน หรือเฉลี่ยคนละ  40 ข้อความต่อวัน แถมยังพบอีกว่าส่วนใหญ่ของผู้ใช้บริการรับส่งข้อความจะใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนในมือของพวกเขาทั้งสิ้น

Screen Shot 2559-09-18 at 5.30.53 PM

จากตัวเลขผู้ใช้งานและเม็ดเงินที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นเหตุให้ Apple ลุกขึ้นมาเอาจริงเอาจังกับ iMessage อีกครั้ง ด้วยการเพิ่มเติมฟังก์ชั่นต่างๆ เข้ามามากมาย ตั้งแต่การส่งข้อความลายมือ, อะนิเมชั่นพิเศษสำหรับการพิมพ์คำว่า Happy Birthday หรือ Congratulation, ฟังก์ชั่น Tapback สำหรับแสดงสติ๊กเกอร์ตอบรับข้อความในรูปแบบต่างๆ, การส่งข้อความแบบ personal touch ท้ังรอยจูบ หัวใจ ลูกบอลในลักษณะเดียวกับ Apple Watch, การส่งสติ๊กเกอร์คู่ไปกับข้อความ นอกจากนั้นยังผนวกแอพพลิเคชั่นต่างๆ และฟังก์ชั่นอื่นๆ เข้ามาไว้ใน iMessage ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดเวลาและลดขั้นตอนการใช้งานได้มากทีเดียว นอกจากนั้นยังเพิ่มสีสันและลูกเล่นอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการสื่อสารหลากหลายรูปแบบของคนรุ่นใหม่อีกด้วย

Screen Shot 2559-09-10 at 11.05.30 AM

แต่ไม่ว่าจะเพิ่มเติมฟังก์ชั่นพิเศษลงมามากแค่ไหน iMessage ก็ยังเสียเปรียบคู่แข่งตรงที่บริการฟรีสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์แอปเปิ้ลด้วยกัน แต่เมื่อเราส่งข้อความข้ามแพลตฟอร์มเมื่อไหร่ ข้อความเหล่านั้นจะถูกแปลกเป็น SMS โดยอัตโนมัติ เท่ากับว่าผู้ส่งจะเสียค่าบริการส่งข้อความดังกล่าวโดยปริยาย ทว่าการปรับโฉมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าแอปเปิ้ลไม่ได้คาดว่าบริการรับส่งข้อความเวอร์ชั่นใหม่จะเพิ่มยอดขาย iPhone แต่ต้องการให้ผู้ใช้ iPhone กว่า 1,000 ล้านเครื่องทั่วโลกกลับมาใช้การรับส่งข้อความผ่าน iMessage มากกว่าไปใช้บริการของคู่แข่ง (หรือจะใช้คู่กันไปก็ไม่ว่ากัน) หลังจากนี้คงต้องรอดูว่า iMessage จะพิฆาตคู่แข่งได้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่ ดังนั้นจากนี้ไปเราคงจะได้เห็นขับเขี้ยวระหว่างแอปเปิ้ลกับคู่แข่งอย่างดุเดือดอย่างแน่นอน

 

you may also like
GADGET
หน้าจอใหม่ กล้องแจ๋วและเทคโนโลยีจัดเต็มเหมาะกับการทำงานกราฟฟิกและเสพความบันเทิง
GADGET
ถือว่า WWDC ครั้งนี้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เอี่ยมอ่องออกมามากมายจนสาวกตามไม่ทัน ถึงเวลาทบทวนกันอีกรอบ!
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2016/09/14393408_10205380958602101_748806554_o.jpg