GADGET
iPhone 7 Plus คือสุดยอดสมาร์ทโฟนจริงหรือ?
รีวิวฉบับเต็มที่ทำให้คุณค้นพบคำตอบว่าไอโฟนยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช่สำหรับทุกคน

หลังจากได้เห็น iPhone 7 Plus ใน Apple Event ของผู้บริหารแอปเปิ้ลในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมบอกเลยว่าทึ้งกับการเปลี่ยนโฉมไอโฟนใหม่อยู่ไม่น้อย พูดให้เห็นภาพคือเปลี่ยนขนานใหญ่เลยทีเดียว ไล่ตั้งแต่ดีไซน์ สี กล้องถ่ายภาพ ลำโพง ปุ่ม Home ตลอดจนประสิทธิภาพต่างๆ แต่การได้เห็นก็ไม่สู้การทดสอบของจริงเลยสักนิด จนกระทั้งได้ทดลองใช้จริงๆ จึงรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดสร้างประสบการณ์การใช้งานเปลี่ยนไปมากด้วยเช่นกัน

Design

 

gallery_h024

Jony Ive Chief Design Officer ยังคงสานต่อแนวคิดไอโฟนที่มีดีไซน์เรียบหรูและประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนเพียงไม่กี่ชิ้นได้เป็นอย่างดี เพียงแต่คราวนี้พิเศษขึ้นเพราะเขาคิดค้นกระบวนการผลิตพื้นผิวใหม่จึงทำให้ iPhone 7 Plus เกิดสีดำความเงางามราวกับกระจกหรือเรียกว่า ‘สีดำเจ็ทแบล็ค’  ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหราและพรีเมียมมากยิ่งกว่าเดิม นอกจากนั้นยังมีสีดำใหม่ซึ่งผิวสัมผัสด้านกว่าสีอื่นๆ และสีมาตรฐานอย่างสีเงิน สีทองและสีโรสโกลด์

gallery_h023

ไม่เพียงเท่านั้นยังยกเลิกช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. แล้วเปลี่ยนมาเป็นหูฟังแบบ EarPods พร้อมหัวต่อ Lightning ซึ่งอุปกรณ์นี้มีอยู่ในกล่องเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นในกล่องยังมีอุปกรณ์ Lightning Conector ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ที่มีพอร์ต Lightning และพอร์ตสำหรับหูฟังแบบ 3.5 มม. เผื่อในกรณีเราอยากใช้หูฟังแบบเดิม 

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจสร้างความยุ่งยากในการใช้งานบ้าง แม้ส่วนหนึ่งของการยกเลิกอาจเป็นเพราะหูฟังรุ่นใหม่ๆ ทุกวันนี้ก้าวไปสู่การเชื่อมต่อแบบบูลทูธแล้วก็ตาม แต่อีกเหตุผลคือการไร้ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ยังเชื่อมโยงกับการออกแบบและประกอบเครื่องแบบ Unibody อันไร้รอยต่อ จนทำให้ iPhone 7 Plus สามารถป้องกันน้ำกระเซ็นหรือหกได้อย่างสมบรูณ์แบบ นับว่ารุ่นนี้เป็นไอโฟนรุ่นแรกที่สามารถทนน้ำได้

อีกจุดหนึ่งที่แอปเปิ้ลเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือ ปุ่ม Home และหน้าจอไปเป็นแบบ Taptic Engine ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับ Trackpads ของ Macbook ดังนั้นจึงเป็นปุ่ม Home ที่ตอบสนองแรงกดและการสแกนนิ้วเพื่อปลดล็อกเครื่องได้อย่างว่องไวกว่าเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปแล้วผมชอบมากคือจอภาพ Retina HD ไม่เพียงให้สีสันดีสมจริงและสว่างขึ้นถึง 50% เท่านั้น แต่มาพร้อม 3D Touch ซึ่งจะตอบสนองด้วยการสั่นเบาๆ เท่ากับว่าเราจะรู้สึกถึงการใช้งานหรือเล่นเกมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างหลังได้ช่วยเพิ่มอรรถรสเยี่ยงเดียวกับการสั่นเบาๆ ของ joystick เลยทีเดียว

แต่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกเท่านั้น แม้แต่การฟังก็ได้รับการยกระดับลำโพงมาเป็นลำโพงสเตอริโอซึ่งติดตั้งอยู่ด้านบนและด้านล่างของเครื่อง ว่ากันว่าความดังกระจ่างใสของเสียงมากกว่า iPhone 6S ถึงสองเท่า หลังจากทดลองแล้วรู้เลยว่าประสบการณ์เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจนลืมลำโพงไร้สายที่บ้านไปได้เลย

Camera   

 

iphone7plus-jetblk-34br-leanforward-ob_pr-print

ไม่ว่าใครที่ได้ดูการพรีเซนต์ iPhone 7 Plus ของ Phil Schiller ใน Apple Event เป็นต้องปลื้มกล้องถ่ายภาพที่สุด เพราะรุ่นนี้ติดตั้งกล้องถ่ายภาพที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวไอโฟน 4s ในปี 2011  โดยกล้องตัวนี้มาพร้อมความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว่า F1.8 รับแสงได้มากขึ้น 50% และเลนส์ 6 ชิ้นใหม่ที่ช่วยเพิ่มระดับชัดตื้นชัดลึกของภาพให้สมจริง แต่เมื่อผสานเข้ากับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอลซึ่งช่วยให้เราถ่ายภาพกลางคืนหรือที่มีแสงน้อยได้ง่ายดาย

iphone-7-plus-zoom

แต่สิ่งที่เป็นก้าวกระโดดของไอโฟนรุ่นนี้คือ กล้องหลังสองตัว โดยกล้องตัวหนึ่งมาพร้อมชุดเลนส์  f/1.8 28 มม. ซึ่งเก็บภาพมุมกว้าง ส่วนอีกตัวมาพร้อมเลนส์ f/2.8 56 มม. เทียบเท่าเลนส์ telephoto เพื่อเก็บภาพระยะไกล ดังนั้น iPhone 7 Plus สามารถซูมออปติคอล 2 เท่า และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 10 เท่าสำหรับภาพนิ่ง ส่วนวิดีโอซูมได้สูงสุด 6 เท่า ฟังแค่นี้หลายคนอาจคิดว่าต้องใช้งานยุ่งยากแน่ๆ แต่ความจริงแล้วแอปเปิ้ลนำเอาหลักการใช้งานด้วยมือเดียวมาประยุกต์ใช้ด้วยการเพิ่มปุ่มซูมเหนือปุ่มชัตเตอร์ เมื่อเรากดหนึ่งครั้งกล้องจะซูมระดับที่ 2  ทันที ส่วนซูมระดับ 3-10 จะใช้การปาดปุ่มซูมไปทางซ้ายเท่านั้น

ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีทั้งหมดผสานเข้าด้วยกันทำให้ภาพที่ได้มีความสวยสมจริงทั้งในแง่แสง โทนสี ความอิ่มตัวของภาพซึ่งถือว่าดีกว่ารุ่นก่อนมากทีเดียว แถมเร็วๆ นี้แอปเปิ้ลจะเปิดตัวเอฟเฟ็กต์เบลอฉากหลังเป็นโบเก้ แน่ล่ะว่าฟังก์ชั่นทำให้เราถ่ายภาพ protait สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องพกเลนส์ให้พะรุงพะรังอีกต่อไป เอาเป็นว่าใครชอบถ่ายภาพจะยิ่งหลงใหลไอโฟนรุ่นนี้แน่นอน

อีกสองสิ่งที่แอปเปิ้ลเปลี่ยนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นคือแฟลช True Tone แบบ LED 4 ดวง ยิ่งแฟลชสว่างขึ้นกว่าเดิม 50% และไกลกว่าเดิม แต่ที่ชอบที่สุดคือแฟลชจะปรับไปตามอุณหภูมิสีโดยรอบ แปลว่าเราจะไอโฟนตัวนี้จะไม่ปล่อยให้เราหน้าขาววอก แต่จะสร้างสภาพแสงที่สมดุลที่สุดให้กับผู้ใช้แทน อย่างที่สองคือกล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล มาพร้อมระบบป้องภาพสั่นไหว ขอบเขตสีที่ดีขึ้นและยกระดับ Facetime กับความละเอียดระดับ HD แต่สิ่งที่ทำให้ผมอึ้งจริงๆ คงเป็นแฟลชกล้องหน้าที่ใช้โปรแกรมแทนการยิงแสงแฟลชแรงๆ เข้าตา พอลองแล้วแนะนำเลยว่าคนชอบถ่ายภาพ Selfie เลยไปถึง wefie เป็นต้องชอบแน่นอน

Performance

 

gallery_h025

การทำงานทั้งหมดนี้จะไม่สมบูรณ์แบบถ้าขาดหน่วยประมวล A10 fusion แบบ 4 คอร์ที่ประกอบด้วยคอร์ประสิทธิภาพสูง 2 คอร์ และคอร์ประหยัดพลังงานสูงอีก 2 คอร์ จึงแปลกที่การทำงานตั้งแต่การส่ง iMessage ไปจนถึงเล่นเกมกราฟฟิกสูงจะเร็วปรื๊ดกว่า  ถ้าเทียบให้เห็นภาพคือชิพรุ่นใหม่เร็วกว่าชิพ A9 ในไอโฟน 6s ถึง 50 เปอร์เซนต์ แถมเร็วกว่าชิพ A8 ในไอดฟน 6 ถึง 3 เท่า การทำงานลื่นไหลย่อมมีผลดีต่อไอโฟน iPhone 7 Plus ในแง่การรวบรวมและค้นหาข้อมูลจากหน่วยความจำที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตั้งแต่ 32 GB 128 GB และ 256 GB อีกทั้งยังรองรับระบบปฏิบัติการ iOS10 ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยฟังก์ชั่นอัจริยะมากมาย นอกจากนั้นแอปเปิ้ลการันตีว่าแบตเตอร์รี่ของรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาจนใช้งานได้นานกว่ารุ่นก่อนถึง 1 ชั่วโมงอีกด้วย

ส่วนราคาของ iPhone 7 Plus เริ่มต้นที่ 31,500 บาทสำหรับรุ่นที่มีความจุ 32 GB ส่วนรุ่นที่มีความจุ 128 GB ราคาอยู่ที่ 35,500 บาทและรุ่นที่มีความจุ 256 GB ราคาอยู่ที่ 39,500 บาท ทั้งนี้สีดำเจ็ทแบล็คมีให้เลือกแค่รุ่นที่มีความจุ 128 GB และ 256 GB เท่านั้น

ทั้งหมดนี้คงทำให้เห็นแล้วว่า iPhone 7 Plus เป็นสมาร์ทโฟนดีขึ้นกว่าเดิมมากแค่ไหน แล้วทางเดียวที่คุณจะรู้คือ เลือกใช้มันจริงๆ

you may also like
GADGET
หน้าจอใหม่ กล้องแจ๋วและเทคโนโลยีจัดเต็มเหมาะกับการทำงานกราฟฟิกและเสพความบันเทิง
GADGET
ถือว่า WWDC ครั้งนี้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เอี่ยมอ่องออกมามากมายจนสาวกตามไม่ทัน ถึงเวลาทบทวนกันอีกรอบ!
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2016/10/TN-iPhone7Plus-JetBlk-34BR-LeanForward_PR-PRINT.jpg