iPad Pro 10.5 นิ้วไฉไลกว่าเดิม(เยอะเลย)
GADGET
iPad Pro 10.5 นิ้วไฉไลกว่าเดิม(เยอะเลย)
หน้าจอใหม่ กล้องแจ๋วและเทคโนโลยีจัดเต็มเหมาะกับการทำงานกราฟฟิกและเสพความบันเทิง

หลังจากทิม คุกเปิดตัว iPad Pro 10.5 นิ้วใหม่ในงานแถลงข่าว WWDC ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนว่าหลายคนที่กำลังมองหาแท็บเล็ตรอการมาถึงของไอแพดรุ่นนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ สาเหตุสำคัญมาจากการยกระดับสเป็กมากมาย ไล่ตั้งแต่หน้าจอที่กว้างขึ้นเลยไปถึงหน่วยประมวลผลใหม่ ความจุและอะไรต่อมิอะไรอีกจิปาถะมากมาย ว่าแต่ว่า ไอแพดรุ่นนี้ดีจริงอย่างที่เคลมไว้บนเวทีดังกล่าวรึเปล่า เรามาทดสอบกัน

Design

การเปลี่ยนแปลงใหญ่สุดของไอแพดรุ่นใหม่คือ หน้าจอที่ถูกขยายพื้นที่จาก 9.7 นิ้วมาเป็น 10.5 นิ้ว หรือเพิ่มขึ้นราวๆ 20% ส่งผลให้ขนาดของเครื่องขยายมาเป็น 250.6 มม. x 174.1มม. น้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและขอบของหน้าจอด้านข้างแคบจนเหลือเพียง 5 มม. แต่ทว่าความหนายังคงเท่าเดิมที่ 6.1มม. เท่านั้น แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ทำให้เราไม่สามารถใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเคส หรือ smart keyboard ของไอแพดรุ่น 9.7 นิ้วได้เลย จำเป็นจะต้องซื้อของใหม่ที่มาพร้อมขนาดใหม่ไปโดยปริยาย สำหรับด้านหน้ายังเปลี่ยน Touch ID รุ่นใหม่ซึ่งตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น 20% และช่วยให้ผู้ใช้มีวิธีที่ทั้งง่ายและปลอดภัยในการปลดล็อคเครื่อง อีกทั้งรองรับการซื้อสินค้าและบริการภายในแอพหรือบนเว็บไซต์ใน Safari ก็ง่ายยิ่งกว่าที่เคย แถมร้านค้าจะนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการรับชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในร้านรวงกันขนานใหญ่อย่างแน่นอน

เมื่อพลิกด้านหลังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของกล้องถ่ายภาพอย่างชัดเจน เพราะรุ่นนี้ติดตั้งกล้องตัวเดียวกับไอโฟน 7 เพื่อยกระดับคุณภาพของการถ่ายภาพและวิดีโฮให้ดีขึ้น แต่ด้วยรูปร่างนูนขึ้นมาจากฝาหลังค่อนข้างมากไปเสียหน่อย จึงทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการกระแทกหรือขูดกับพื้นผิวต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย รุ่นนี้มีสีใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งสี นั่นคือ Rose Gold จากแต่เดิมมีเพียง Silver, Gold และ Space Grey

Performance

ไม่เพียงหน้าจอขนาดใหม่เท่านั้น แต่แอปเปิ้ลยังติดตั้งหน้าจอ Retina รุ่นใหม่ที่มีความละเอียด 2224 x 1668  ที่ 264 พิกเซลต่อนิ้ว (ppi) เคียงคู่มากับเทคโนโลยี ProMotion ซึ่งจะเพิ่มอัตราการรีเฟรชสูงถึง 120Hz  ถ่ายทอดสีด้วยสมจริงด้วยขอบเขตสีกว้าง (P3) แถมยังมีเทคโนโลยีแสดงแบบ True Tone ช่วยจับคู่สีของหน้าจอกับแสงโดยรอบในห้องด้วย

แค่ฟังก็เคลิ้มแล้วใช่ไหมล่ะ เราทดสอบด้วยการท่องเว็บไซต์ เล่นภาพยนตร์จาก Netflix เลยไปถึงแต่งภาพด้วยแอพ Adobe Photoshop Mix วาดภาพด้วยแอพ Sketches Pro หรือแม้แต่อ่านหนังสือผ่าน iPad Pro พบว่าหน้าจอสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจเหลือเกิน ทั้งการแสดงสีสัน ความคมชัดและการไล่เฉดสี ที่สำคัญ ProMotion ยังปรับอัตรารีเฟรชหน้าจอตรงกับการเคลื่อนไหวของคอนเทนต์ในมือโดยอัตโนมัติ เราจึงไม่พบปัญหาการตอบสนองใดๆ ทุกอย่างลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ อะไรจะฉลาดล้ำปานนั้น แต่ที่ชอบไม่แพ้กันคือ True Tone เพราะช่วยทำให้การมองหน้าจอในสภาพแสงต่างๆ สมดุลและสบายตาอย่างเหลือเชื่อ

ขณะที่หัวใจของไอแพดรุ่นนี้ถูกยกระดับมาเป็นหน่วยประมวลผลสุดแรง A10X 64บิต ซึ่งมีประสิทธิภาพการทำงานเร็วกว่า A9X ถึง 30% และตอบสนองเรื่องกราฟฟิกดีกว่าเก่าถึง 40% จึงไม่น่าแปลกใจที่การใช้งานจึงลื่นไหลทั้งงานง่ายๆ อย่างการรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งเลยไปถึงการทำงานกราฟฟิก 3D อันละเอียดยิบ ตรงนี้ถูกทำไว้รองรับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากระบบปฏิบัติการใหม่ iOS11 ทั้งเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ไอแพดรุ่นนี้เป็นมากกว่าอุปกรณ์ไฮเทคเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

มาดูที่กล้องถ่ายภาพกันบ้าง อย่างที่บอกไปว่ารุ่นนี้ติดตั้งกล้องตัวเดียวกับ iPhone 7 ซึ่งมีเซนเซอร์กล้องหลังรูรับแสง f1.8 มาพร้อมความละเอียดชัดถึง 12 ล้านพิกเซลและกล้องหน้าละเอียด 7 ล้านพิกเซล ส่วนวิดีโอสามารถบันทึกระดับ 4K ที่ 30 fps มาพร้อมระบบกันสั่น สภาพแสงน้อย ลดนอยซ์และลูกเล่นอีกจิปาถะ เมื่อทดลองใช้จริงพบว่า กล้องสามารถเก็บรายละเอียดได้ดีไม่แพ้กล้อง แต่ในสภาพแสงน้อยมากๆ กล้องเก็บภาพทำได้ดีขึ้นแต่ไม่ถึงกับคมกริบเสียงเดียว  สิ่งที่น่าทึ่งไม่แพ้กันคือการบันทึกวิดีโอระดับ 4K คมเฉียบและเก็บสีสันต่างๆ ได้ครบถ้วนราวกับตาเห็นเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีเราไม่แนะนำให้ใช้ไอแพดถ่ายภาพคอนเสิร์ตหรืออีเวนท์คนเยอะๆ สักเท่าไหร่ เพราะมันจะบดบังการมองและทำลายอรรถรสของคนอื่นได้ครับ

ในส่วนของระบบปฏิบัติการในเครื่องยังเป็น iOS10 แต่ภายในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ แอปเปิ้ลจะเปิดให้อัพเดท iOS11 ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมไอแพดรุ่นนี้ให้ทรงพลังและใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้น

การใช้งานแบบ Drag&Drop และ Multi-Touch ซึ่งใช้งานได้ทั่วทั้งระบบสำหรับการย้ายข้อความ รูปภาพ และไฟล์จากแอพหนึ่งไปยังอีกแอพหนึ่งตรงส่วนไหนของหน้าจอก็ได้

แอพ Instant Notes ใหม่ช่วยให้เปิดโน้ตจากหน้าจอ Lock Screen แสนรวดเร็วทันใจ

Dock แบบใหม่ที่สามารถปรับแต่งได้ที่ทำให้เข้าถึงแอพและเอกสารที่ใช้งานบ่อยได้อย่างรวดเร็วจากทุกหน้าจอ

การทำงานแบบมัลติทาสก์ที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงแถบสลับแอพที่ออกแบบมาใหม่ที่นำเอา Spaces มาสู่ iOS ทำให้ย้ายไปมาระหว่างแอพหรือใช้งานแอพคู่กันได้ง่ายยิ่งขึ้น

แอพ Files ใหม่ที่เก็บทุกอย่างไว้ในที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ที่เก็บอยู่ในตัวเครื่อง ใน iCloud Drive หรือเก็บไว้กับผู้ให้บริการรายอื่นๆ เช่น Box, Dropbox และอื่นๆ อีกมาก ทำให้เราจัดเก็บและจัดแจงไฟล์ต่างๆ ได้ตามความต้องการของแต่ละคน

ตัวสแกนเอกสารแบบใหม่ในแอพ Notes ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถสแกนเอกสารหน้าเดียวหรือหลายหน้า ลบเงา และใช้ตัวกรองรูปภาพอันทรงพลังเพื่อทำให้อ่านง่ายขึ้นได้ง่ายๆ 

การใช้งานร่วมกับ Apple Pencil ที่ถ่ายทอดความต้องการยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะน้ำหนักมือและการตวัดลายมือแตกต่างเพียงใด ก็สามารถตอบสนองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังมีระบบค้นหาด้วยข้อความหรือตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือได้ง่ายๆ อีกด้วย

Price

iPad Pro 10.5 นิ้วยังคงแบ่งออกเป็น 2 รุ่นหลักได้แก่ WiFi และ WiFi+Cellular โดยแต่ละรุ่นเพิ่มความจุมากขึ้นเริ่มตั้งแต่ 64GB 256GB และ 512GB ส่วนสนนราคาเริ่มต้นของรุ่น WiFi อยู่ที่ 24,500 บาท และรุ่น WiFi+Cellular อยู่ที่ 29,500 บาท

you may also like
GADGET
ถือว่า WWDC ครั้งนี้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เอี่ยมอ่องออกมามากมายจนสาวกตามไม่ทัน ถึงเวลาทบทวนกันอีกรอบ!
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/06/apple-pencil-ipad-pro-notes.jpg