FRONTMAN
โทนี่ รากแก่นนักแสดงผู้โดดเด่นทั้งสไตล์และแนวทางการใช้ชีวิต
สุภาพบุรุษรักสนุกกับความจัดจ้านในทุกองศาของชีวิต

ท่ามกลางเหล่าสุภาพบุรุษหรือเด็กวัยรุ่นชายที่ลุกขึ้นมาแต่งตัวและสนุกกับแฟชั่น มีบุคคลจำนวนไม่มากที่ทำได้โดดเด่นเป็นที่ยอมรับและกล่าวถึงเป็นวงกว้าง โทนี่ รากแก่น นักแสดง เจ้าบทบาท คือหนึ่งในนั้น ภายนอกที่ปกคลุมและปกปิดด้วยไอเท็มแฟชั่นจากหลากหลายสไตล์ ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วด้วยหัวใจแสนขบถที่ไม่เคยหยุดนิ่ง วันนี้เราจะพาผู้อ่านไปรู้จักกับ ภายในทั้งแนวคิดและมุมมองของผู้ชายรักสนุกคนนี้ เพื่อไขข้อสงสัยว่าทำไม ผู้ชายคนนี้ถึงเป็นที่กล่าวขานว่าเค้าคือ “ผู้ชายแต่งตัวเป็น”

เสื้อนิต จาก Salvatore Ferragamo อันเดอร์แวร์ จาก Supreme กางเกง กระเป๋าคาดเอว และรองเท้าหนัง ทั้งหมดจาก Gucci

EM : จุดเริ่มต้นของการแต่งตัวคืออะไร ?

โทนี่ :  ก็ตั้งแต่อายุประมาณ 12 เราไปเรียนที่เมลเบิร์นแล้วโรงเรียนมันไม่มียูนิฟอร์ม พอไม่มียูนิฟอร์มมันทำให้เราต้องหาชุดใส่ ช่วงนั้นเด็กที่นู่นเป็นแนวแบบ กางเกงตัวใหญ่ ๆ แล้วก็เสื้อแบบพอดีตัวบ้างโคร่งบ้าง เราก็เริ่มสังเกตจากคนรอบข้าง จากเพื่อนในโรงเรียนว่าเค้าแต่งตัวกันยังไงแล้วก็ไปหาซื้อของที่มันใกล้เคียงกับเค้า ไม่ได้แปลกจากคนอื่น อยาก blend-in จนหลัง ๆ พอเราย้ายโรงเรียนบ่อยๆ การย้ายโรงเรียนแต่ละครั้งก็จะต้องเจอกลุ่มเพื่อนใหม่ ๆ กลุ่มเพื่อนคนเอเชียคนญี่ปุ่นที่แต่งตัวจัดกันมาก เราก็สนุกไปกับเค้า ทั้งทำสีผมทั้งนู่นนี่นั่น ใครที่เราคลุกคลีอยู่ด้วยตอนนั้นเราก็จะเป็นคล้าย ๆ แบบนั้น อย่างพอกลับมาไทยใหม่ ๆ ก่อนหน้าที่เราจะกลับมาเราชอบสไตล์ Emo ก็คือ กางเกงขาด ๆ ขาลีบ ๆ รองเท้า Dr. Marten เสื้อโคร่ง ๆ ผมแบบ ยาว ๆ เละ ๆ ก็เป็นแบบนั้นมาสักพักนึง จนเราไปเจอโลกของวินเทจ คือตอนนั้นไปรู้จักกับพลอย หอวังแล้วพลอยหอพาไปเจอกับพี่แป๊ะ Bangklyn (ชายผู้ถือเป็นอาจารย์เลยล่ะในโลกของเสื้อผ้าและของวินเทจ)

เสื้อและกางเกงผ้าพลีต ทั้งหมดจาก Homme Plisse’ Issey Miyake รองเท้าหนังแก้ว จาก Christian Loubutin

EM: มีไอเท็มที่พิเศษหรือมีมูลค่าทางใจมาก ๆ มั้ย ?

โทนี่: ไม่มีเลย เราเป็นคนที่ไม่เข้าใจตัวเองอย่างนึงก็คือเรื่องของการครอบครอง ก็คือไม่ว่าอะไรก็ตามที่มันแปลกใหม่ เราจะให้ความสำคัญกับมันมาก เราจะรู้สึกว่าโหยหามาก แต่พอเราได้มาปุ๊ปเราก็จะหาสิ่งอื่นต่อแล้ว นี่คือข้อเสียของเราที่เราเพิ่งค้นพบตัวเองว่าจริงๆแล้วความสวยที่เราชอบมันในตอนแรก มันไม่ใช่ความสวยที่แท้จริง แต่เมื่อไหร่ที่เราแบบ ได้รู้จักสตอรี่ ได้รู้รายละเอียดของมัน นั่นมันจะทำให้สิ่งนั้นสวยได้นานขึ้นสำหรับเรา ก็เลยไม่มีชิ้นไหนเป็นพิเศษ

EM: มีแบรนด์ไหนที่ช่วงนี้ติดใส่บ่อย ๆ มั้ย ? 

โทนี่: ชอบของ Smileclub Custom (@smileclubcustom) นี่แหละ เหมือนหนึ่งคือมันเป็นแบรนด์ของ Smile Club เองด้วย สองคือมันเป็นแบรนด์ที่เราเชื่อในวิสัยทัศน์ของพี่ซันอะ คือไม่ว่าเค้าจะทำอะไร เค้าเป็นคนที่ละเอียดอ่อนมาก เค้าคิดมาเยอะมาก แล้วเค้าไม่ได้เป็นสายลอกเลียนด้วย เค้าเป็นสายที่สร้างสรรค์ แล้วเราก็จะมีแรงบันดาลใจแล้วก็มาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

เสื้อเชิ้ตและกางเกงผ้าไนลอน ทั้งหมดจาก Prada หมวก จาก 99%IS ไฟแช็ค จาก Supreme

EM : คิดยังไงกับการแต่งตัวประโคมแบรนด์ทั้งตัวแบบไม่ได้ใส่ความเป็นส่วนตัวลงไปท่ีหลาย ๆ คนทำทุกวันนี้ ?

โทนี่: ก็ทำไปแหละ ผมว่าจุดเริ่มต้นของการแต่งตัวหรือคนชอบแต่งตัวก็คงไม่พ้นการที่ต้องประโคม พอทำไปเรื่อย ๆ ก็จะเจอความพอดีของตัวเอง ผมรู้สึกว่าดีด้วยซ้ำที่คุณ respect ดีไซเนอร์ด้วยการไม่เอาของก๊อปมาใช้ แล้วก็ขอแค่ให้ได้เรียนรู้อะไรไปในระหว่างที่เราทำสิ่งนี้ ไม่งั้นจะกลายเป็นฟุ่มเฟือยเปล่าๆ

เสื้อผ้าโปร่งตกแต่งมุก แจ็กเก็ต ทั้งหมดจาก Heidi’s Secret แว่นกันแดด จาก 99%IS อันเดอร์แวร์ จาก Supreme กางเกง จาก Hermes 

EM: มีเคล็ดลับมั้ยครับหรือคำแนะนำในเรื่องของการ mix & match การเลือกของ การแต่งตัว

โทนี่: ก็ แล้วแต่วันอะ บางวันเราเลือกสี ก่อนที่จะออกจากบ้าน แบบอยากใส่สีนี้อยากโมโนโทน หรือว่าอยากยีนส์ อะไรก็ตาม มันเป็นความอยากของแต่ละวัน มันมีหลายปัจจัย หนึ่งคืออากาศ สองคือเรื่องของกาละเทศะ บางทีเราก็แหกนิดนึงแล้วแต่ที่ แล้วแต่โอกาส ด้วยโพซิชั่นของเราในบางทีมันอาจจะได้เปรียบหน่อยตรงที่ว่าคนอาจจะเชื่อว่ามันคิดมาแล้ว (หัวเราะ) เช่นบางทีเค้าอาจจะบอกว่ามันเป็นงานที่แบบ เนี้ยบ ๆ หน่อยนึง เราก็แอบอยากบิดมันนิดนึง เคล็ดลับมันน่าจะเป็นความสนุกด้วย ความสนุกที่บางทีเราต้องฟังเสียงตัวเองบ้างไม่ใช่ว่าแบบ ฟังคนอื่น ว่าคนอื่นเค้าชอบเราแบบไหน คนอื่นอยากเห็นเราแบบไหน

เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้าย จาก Gucci

EM ที่ต้องฟังเสียงตัวเองเยอะๆ นี่มันเกี่ยวกับงานการแสดงด้วยมั้ยครับ

โทนี่: ใช่ครับ คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นในหลายๆครั้งที่เราทำตัวเพี้ยน ๆ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ที่เราต้องเป็นคาแรกเตอร์ตัวละครจนเราแบบ เมื่อก่อนจากที่เราเป็นช่างทำผมอย่างเดียวแล้วเราเปลี่ยนทรงผมแทบทุกอาทิตย์ แต่พอเราเป็นตัวละครมันต้อง continue พอถ่ายหลายๆเรื่องพร้อมกัน เรื่องนี้จบปุ๊ป ต่อเรื่องนี้ มันต้องผมทรงเดิม อะไรอย่างเนี้ย เราเกิดความอึดอัดในตัวเอง เพราะว่าเราเป็นคนที่ชอบทำอะไรพวกอะไรเพี้ยน ๆ มัน ๆ พอวันนึงเราได้ว่าง เราแม่งก็ ปฏิวัติตัวเองเลย ไม่ได้สนใจคำพูดคนอื่นว่าแบบ คุณแม่งต้องแบบวางภาพลักษณ์พระเอกนะ คุณต้องมีภาพแบบนี้นะ ก็เราก็อยากออกแบบตัวเองอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเรื่องงานไม่สำคัญ เรื่องงานก็สำคัญ เพราะว่าเราอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะงานพวกนี้แหละ

เสื้อผ้าโปร่งตกแต่งมุก แจ็กเก็ต ทั้งหมดจาก Heidi’s Secret แว่นกันแดด จาก 99%IS อันเดอร์แวร์ จาก Supreme กางเกง จาก Hermes รองเท้าผ้าใบจาก Prada

EM: ช่วงนี้มีโปรเจกต์หรือกำลังทำอะไรอยู่บ้าง ? ติดตามผลงานได้ที่ไหนบ้าง ? 

โทนี่: ก็มี Smile club นะครับ ทั้งสองสาขา (สยามและเวิ้งโบราณเอกมัย) แล้วก็อาจจะมีเพิ่ม เป็นเร็ว ๆ นี้ แบบ Pop-Up ครับ ก็ฝากติดตามอยู่เรื่อยๆละกัน Smile club มันเหมือนไม่ใช่งาน มันเหมือนเป็นพื้นที่ให้พวกเรา ไม่ว่าจะเป็นพี่ซัน บุตร ผม แล้วก็ น้องๆได้มีพื้นที่ในสังคมที่เรารู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์ เราไม่ใช่นักธุรกิจอะ เราทำธุรกิจไม่เป็น แต่เราเหมือนเติบโตมากับสิ่งเนี้ย แล้วก็เรียนรู้ไปพร้อมๆกับการเติบโตของมันแล้วการเรียนรู้อันเนี้ยมันก็แค่เลี้ยงดูเราได้ แต่ว่าในขณะเดียวกันเราพยายามสร้างสรรค์ สิ่งต่างๆออกมา เพราะฉะนั้นผมรู้สึกว่ามันมีความสนุกอยู่ในนี้อยู่ที่อยากจะให้คนเข้ามาสัมผัสแล้วก็เรียนรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกัน

แล้วก็ก็มีซีรีส์เรื่อง Wolf เกมล่าเธอ ครับ ที่น่าจะใกล้ถ่ายเสร็จเร็วๆนี้แล้วก็น่าจะใกล้ออนแอร์เร็ว ๆ นี้แล้วครับช่วงธันวาคม ของ Gmm Tv ครับ ก็เป็นซีรี่ส์ที่ไปถ่ายหลายประเทศเหมือนกัน (ในโซนเอเชีย) แล้วก็เป็นซีรี่ส์อีกเรื่องนึงที่แปลกใหม่นะเราว่า คือสมัยนี้ผมชอบนะที่หนังหรือว่าซีรี่ส์ต่าง ๆ เริ่มหลุดกรอบจากแค่ความรัก เกมล่าเธอ มันเป็นแบบ คล้าย ๆ เรียลลิตี้โชว์นิดๆ (ในเพล็อตรื่อง) เล่าถึงแบบว่า เราเป็นหนึ่งในคาแร็กเตอร์ที่ถูกชวนมา ให้เล่นเกมเพื่อรางวัล 10 ล้าน แต่เราต้องผ่านภารกิจทั้ง 5 ภารกิจ ใน 5 ประเทศ  มันก็เป็นอะไรที่สนุก รอติดตามกันได้ แล้วก็ไอจีผม (@tonirakkaen) ด้วย (หัวเราะ)  หวังว่าคนที่ตามเราในช่วงนี้ก็จะ ได้เห็นเราพัฒนา ไปพร้อมกับเรา เพราะว่าเราก็เพิ่งเริ่มต้นจริง ๆ ในการทำมันอย่างจริงจัง แบบโอเคเห็นมุมมองนี้ จะถ่ายออกมายังไงวะให้สวย แต่งแบบไหนให้มันแบบยิ่งว้าว ให้มันอิ่ม เราก็กลับไป ย้อนกลับไปดู 2-3 เดือนที่แล้วมันก็มีการพัฒนาการอยู่เรื่อยๆ พอเราเริ่มเข้าใจ โปรแกรม การใช้แอพในการแต่งรูปมากขึ้น เริ่มเข้าใจมุมมองภาพมากขึ้น เริ่มแบบไม่สัพเพเหระมากขึ้น ก็ ใจเย็นไปกับเราหน่อย เราก็ค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ละกันครับ

เสื้อเชิ้ตแขนกุด จาก Leisure Project กางเกงและเข็มขัด ทั้งหมดจาก Heidi’s Secret รองเท้า จาก Salvatore Ferragamo

EM: มีอะไรอีกมั๊ยที่ยังไม่ได้ทำและอยากทำ ถ้าเป็นในเชิงแฟชั่น ?

โทนี่: ตอนเนี้ยเรารู้สึกว่าแฟชั่นมันก็คือเสื้อผ้าที่เราใส่เพื่อไม่โป๊ไปยังที่ต่าง ๆ ด้วยความที่ช่วงนี้เราชอบเดินทาง สิ่งที่เราอยากทำก็คือ จะทำไงให้การเดินทางไปในต่างประเทศของเรา เรายังเฟี้ยวอยู่ แต่ว่า ไม่ต้องแบกของเยอะขนาดนั้นอะ

EM: ช่วงนี้ทำกิจกรรมอะไรอีกบ้าง ?

โทนี่: เราอยากออกไปหาประสบการณ์ชีวิต ขอเท้าความนิดนึงนะ เราได้มีโอกาสสนิทกับเพื่อนรุ่นน้องคนนึงที่เป็นผู้กำกับ เรื่อง SOS (SOS skate ซึม ซ่าส์ ) เนี่ย มันเป็นคนที่แบบ bright มาก มันเป็นคนที่มี balance ในระบบความคิดและทัศนคติสูงมาก ทำให้เราเรียนรู้หลาย ๆ อย่าง หนึ่งคือเราเกิดมาคนเดียวตายคนเดียว สองคือความเป็นจริงที่สุดก็คือ เราเกิดมา แล้วก็ต้องตั้งอยู่และดับไป มันเป็นสัจธรรม สามก็คือ สิ่งที่มันจริงที่สุดสำหรับเราตอนนี้ก็คือประสบการณ์ชีวิต เวลาที่เรารู้สึกว่าได้ประสบการณ์ชีวิตมากที่สุดก็คือการเดินทาง การเดินทางแต่ละครั้งเราจะเจอหลาย ๆ อย่าง เจอปัญหา เจอทั้งทุกข์ทั้งสุข คือทำอะไรหลายๆอย่างที่เราไม่เคยทำ ก็เลยเป็นที่มาที่ไปให้เราแบบ ท่องเที่ยวเดินทาง แล้วก็ inspiration ในการเดินทางของเราก็คือการถ่ายรูปด้วย

เสื้อเชิ้ตแขนกุด จาก Leisure Project กางเกงและเข็มขัด ทั้งหมดจาก Heidi’s Secret รองเท้า จาก Salvatore Ferragamo

EM: เราก็อยากเก็บพวกประสบการณ์เหล่านั้นโดยการถ่ายรูปเองด้วยใช่มั้ยครับ

โทนี่: ใช่ ก็เราอยากได้ภาพสวย ๆ คืออินสตราแกรมมันก็เหมือนเป็น Photo Gallery ของเรา การที่เราเห็นมันเป็นภาพรวมหลายๆรูปแล้วมันสวย หรือการที่เรากดเข้าไปในรูปใดรูปนึงแล้วมันสวยอะไรอย่างเนี้ย มันก็ทำให้เรามีความสุขว่าแบบเฮ้ยเราได้ไปถ่ายภาพที่มันสวยออกมา ได้แต่งภาพจนมันสวยออกมา ซึ่งก่อนหน้าเนี้ยเราก็แค่ถ่าย ๆ แต่พอเราไปรู้จักกับเพื่อนคนนึง ที่เค้าแบบ ทั้งแต่งภาพและถ่ายภาพ แล้วหาสถานที่อะไรพวกเนี้ยมันก็ inspire เราด้วย ว่าแบบ เชี่ยเราชอบภาพแบบนี้ ภาพที่มันแต่งออกมาแล้วมันดูอิ่ม มันสมบูรณ์ เมื่อก่อนเรา ego นิดนึงนะว่าเราต้องจบหลังกล้องเลย ก็คือถ่ายยังไงก็ลงไปอย่างงั้น แต่การที่เราได้แต่งมันเพิ่มเข้าไปไม่ว่าจะเป็นการที่เราทำเฉดสีมัน การทำให้มันแบบ isolate object ออกมา การที่กล้าแบกกล้องใหญ่ไป เพื่อไปเก็บภาพอะไรพวกเนี้ย มัน เกิดความสมบูรณ์แบบเกิดขึ้นในภาพที่เราถ่าย ก็เลยเป็นอีก drive นึงที่ทำให้เราอยากจะออกเดินทางไปเพื่อไปสถานที่นั้น เก็บภาพนั้นครับ แล้วก็ ทำ เอามาแต่งออกมาให้มันสวยงาม แล้วก็เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นแล้วก็ appreciate มัน แล้วก็แต่งตัวบ้าๆบอๆไปยืนอยู่ในสถานที่นั้นแล้วก็ ถ่ายมันออกมามันก็เลยเป็น drive ในการใช้ชีวิตในช่วงนี้เลย

เสื้อเชิ้ต ชุดสูท และรองเท้า ทั้งหมดจาก Dior Homme

EM: แล้วเดินทางในช่วงนี้ไปมาชอบที่ไหนที่สุด

โทนี่: ก็ล่าสุดเลยก็คือ ดำน้ำที่เกาะเต่าครับ มันเป็นอะไรที่เรากลัวอะ เราก็พยายาม ไปหาความกลัวต่างๆที่เกิดขึ้นในตัวเรา แล้วก็พยายามอยู่กับมันด้วยความเป็นจริงของมัน จากแรก ๆ เรากลัวผีที่สุด ทุกวันนี้มันก็มีแว้บกลัวบ้าง แต่เราก็รู้สึกว่ามัน…มันไม่กลัวก็ได้นะ ไม่เชิงว่าเอาชนะได้แล้ว แต่เราเข้าใจมันมากขึ้นว่าแบบ มันก็ไม่กลัวก็ได้เว้ย เออ มันอยู่ที่เราอะว่าเราจะมองมันมุมไหน เรื่องดำน้ำเหมือนกัน กลัวเยอะมาก กลัวตาย กลัวอันตราย กลัวเรือล่ม กลัวน้ำลึก กลัวความมืดในน้ำ เราก็ไปมันมาหมดเลยอะ night diving (ดำน้ำกลางคืน) กลายเป็นว่า night diving เป็นอะไรที่เราประทับใจที่สุดเลย จากความน่ากลัวนั้นอะ การที่เราลงไปในน้ำทะเลตอนกลางคืน แสงไม่ค่อยมี มีแต่แสงจากเรือกับแสงจากไฟฉาย แล้วครูเขาก็ต้องให้ปิดไฟนะ ในช่วงเวลานึง อยู่ในน้ำเพื่อให้เราได้เรียนรู้การปรับแสง แบบ ปรับตาของเราให้เข้ากับแสงในตอนนั้น การเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ใต้น้ำ การที่แบบมองไม่เห็นอะไรใต้น้ำ ก็มีแว้บความกลัวเกิดขึ้น แต่ในความกลัวนั้นก็เป็นความสวยงามที่แปลกใหม่ ความแปลกใหม่อีกอย่างนึงที่ทำให้เราได้ appreciate มัน ก็เลยรู้สึกว่าทุกครั้งที่มีประสบการณ์ใหม่ๆขึ้นมาเราไม่สามารถไปเปรียบเทียบได้กับประสบการณ์ก่อนหน้านั้นเลยว่าเราชอบอะไรมากกว่ากันอะ เพราะว่ามันใหม่อะ ทุกอย่างมันก็ยังใหม่เพราะเรายังไม่เคยใช้ชีวิตแบบนี้ขนาดนี้ไง

เสื้อและกางเกงผ้าพลีต ทั้งหมดจาก Homme Plisse’ Issey Miyake รองเท้าหนังแก้ว จาก Christian Loubutin

 

STORY : Rhun Na Ranong @rhunrun

PHOTO : Akkapon Kumpusan @akkapon.tuu

MAKEUP ARTIST : Rattanachot Pokum @d_deaw_d

HAIRSTYLIST : Benchaporn Kampab @dnadia5

STYLIST : Pitipong Pongdam @pun_pitipong

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2018/09/65210.png