FRONTMAN
The Adventurous Mind
การกลับมาของอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮมพร้อมบทเรียนจากการเดินทางและจิตวิญญาณของนักผจญภัย

มันเป็นวันครึ้มฟ้าครึ้มฝนในเดือนพฤษภาคม แสงแดดส่องลอดลงมาภายในห้องพักของโรงแรมเก่าแก่ในย่านสุขุมวิท  ‘อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม’ นั่งเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียง พร้อมแสดงบทบาทตามการกำกับของช่างภาพรุ่นใหญ่ที่กำลังช่วยไกด์อารมณ์
แม้จะเคยได้ยินมาหนาหูถึงเรื่อง ‘โลกส่วนตัว’  ที่ค่อนข้างสูง แต่ก็ดูเหมือนว่า โดยปกติเขาสามารถเข้ากับคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี บางคนที่พอสนิท-สนม จะเรียกเขาว่า ‘จ่อย’ ชื่อเล่นจริงๆ ของอนันดาที่คนทั่วไปอาจไม่รู้ หรือไม่ก็ลืมไปแล้ว

ในวันที่อายุย่าง 34 ปี เขาเป็นทั้งซูเปอร์สตาร์ เจ้าของกิจการ และเพิ่งได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนไทยคนแรกของ Seiko แบรนด์นาฬิกาหรูชื่อดังระดับโลก

เมื่อไซโกนึกจะยกตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับนักแสดงหนุ่มชาวไทยสักคน ตามคอนเซ็ปต์ของนาฬิกาดำน้ำรุ่น Prospex Zimbe Limited  Edition ซึ่งเลือก ‘ปลาฉลามวาฬ’ (Jinbei Zame ในภาษาญี่ปุ่น) จิตวิญญาณแห่งท้องทะเลที่ว่ายน้ำท่องไปทั่วโลก โดยทั้งชีวิตของสัตว์ชนิดนี้ไม่เคยหยุดว่ายน้ำ มาสื่อถึงสัญลักษณ์ของการผจญภัย

ก็ไม่มีใครจะเหมาะกับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้เท่ากับชายหนุ่มที่มีจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยเช่นเขาคนนี้อีกแล้ว

 

WP EL(04)-0759+++++

ELLEMEN : คุณหายหน้าไปไหน ทำอะไรอยู่ตั้ง 2 ปี ทำไมจึงไม่รับงานแสดงเลย
จะใช้คำว่า ‘เบื่อ’ ก็ดูจะแรงไปหน่อยครับ แต่อย่างหนึ่งก็คือ ผมยังไม่เจอโปรเจ็กต์ไหนที่ ‘โดน’ จริงๆ แล้วอีกอย่าง ผมก็ทำตรงนี้มานานหลายสิบปี จนนึกอยากจะหยุดเพื่อดูว่าเรายังสนใจ และยังทำอย่างอื่นได้อีกบ้างหรือเปล่า ก็เลยลองหยุดงานแสดงเพื่อดูแลงานของออฟฟิศ (บริษัท เฮโล โปรดักชั่น จำกัด) ซึ่งทำทั้งโปรดักชั่น ละครซีรี่ส์ และโฆษณา เมื่อได้หยุดอยู่ตรงนั้นไปจนเต็มที่ เมื่อสัก 2 เดือนที่แล้วก็เริ่มออกอาการ ‘คัน’ และคิดถึงการแสดงขึ้นมา ผมก็เลยไปหาอะไรทำ เดือนหน้าจะมีการเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง

ELLEMEN : อย่างที่คุณเองบอกว่าพยายามจะเลือกทำแต่โปรเจ็กต์ที่ ‘โดน’ จริงๆ เท่านั้น แล้ว ขุนพันธ์ มีความน่าสนใจอย่างไร
อย่างหนึ่งก็คือบทบาท ‘ขุนพันธรักษ์ราชเดช’ ที่ผมเล่นนั้นเป็นนายตำรวจที่มีตัวตนอยู่จริงๆ ครับ สำหรับผมในฐานะนักแสดงเราค่อนข้างจะภูมิใจ…ไม่ใช่สิ…รู้สึกเป็นเกียรติและโชคดีมากกว่า ที่ได้แสดงในบทที่เป็นชีวิตของคนอื่น ทั้งยังเป็นนาย-ตำรวจ ซึ่งเป็นที่เคารพของคนไทยอีกด้วย ส่วนความน่าสนใจอีกอย่างคือ ภาพยนตร์ เรื่องนี้เป็นหนังแอ็กชั่น ซึ่งผู้สร้างมีจุดประสงค์อยากจะทำหนังผจญภัยสไตล์ ‘James Bond’ หรือ ‘Sherlock Holmes’ ซึ่งมีภาคต่อหลายภาค และก็ไม่ได้เอาประวัติของขุนพันธ์มานำเสนอแบบหนังสารคดีหรือชีวประวัตินะครับ แต่หยิบเอาตำนานมาเป็นแรงบันดาลใจเป็นเรื่องของนายตำรวจคนหนึ่งที่มีอาคม คู่ปรับของผมแสดงโดยพี่น้อย เป็นโจรที่มีชื่อว่า ‘อัลฮา-วียะลู’ ความน่าตื่นเต้นคือให้ลองนึกถึงศัตรู 2 คน ที่มีอาคมพอๆ กัน และฆ่าก็ไม่ตาย แล้วจะชนะกันได้อย่างไร ในจุดนี้ก็ต้องต่อสู้กันด้วยทั้งอาคม ความรุนแรง และจิตวิทยา

ELLEMEN : เห็นในอินสตาแกรมของคุณว่าเดินทางไปที่ประเทศลาวเพื่อถ่ายทำหนังสั้นให้กับ UN World Food Program ด้วย นั่นคืองานอะไรครับ
ออฟฟิศผมทำหนังสั้นให้กับโครงการอาหารโลกของ UN ครับ คือเรามักจะได้รับงานพวกหนังสั้น วิดีโอ ทำนองนี้อยู่บ่อยๆ ซึ่งทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลกับสังคมว่ามีปัญหาแบบนี้อยู่ในโลกใบนี้ อย่างตัวล่าสุดที่ถามมาก็พูดถึงเด็กที่ขาดสาร-อาหารในประเทศลาว ซึ่งเราก็ต้องขึ้นไปถ่ายทำแคมเปญ
ผมไม่ค่อยได้พูดถึงหรือออกตัวว่าเป็นแอมบาสเดอร์ในเรื่องพวกนี้ เพราะผมไม่ค่อยถนัดที่จะขึ้นเวทีเพื่อไปพูดสร้างแรงบันดาลใจ หรือชวนให้คนเขามาบริจาคกัน เมื่อทางยูเอ็นจะทำโครงการนี้ขึ้นมา ผมก็คิดว่าตัวเองเหมาะที่จะช่วยทำในเชิงรูปธรรมเสียมากกว่า การได้ไปอยู่และลงมือทำในภาคพื้นดินมันน่าจะเหมาะกับผมมากกว่า ผมก็เลยไม่ค่อยได้ออกตัวหรือเล่าให้ใครฟังว่าเรามาทำอะไรตรงนี้
นั่นก็เป็นวิธีหนึ่งที่ผมจะคืนให้กับสังคม เพราะอาชีพนักแสดงอย่างผม เราได้รับอะไรมาจากสังคมเยอะมาก
ดังนั้นเมื่อมีโอกาสก็อยากจะคืนกลับไปบ้าง

WP EL(03)-0408+++++

 ELLEMEN : เวลานึกอยากจะผจญภัยหรือใช้ชีวิตสิ่งที่คุณชอบทำคืออะไร
การใช้ชีวิตหรือการผจญภัยของผมก็ไม่ได้เป็นอะไรที่จะต้องคิดลึกมากมายนักหรอกครับ ไม่ต้องวางแผนว่าเราจะลุยอย่างนั้นหรืออย่างนี้ คือเรารู้สึกว่ามันก็เกิดขึ้นมาเอง ด้วยสปิริตของเราเอง ซึ่งสำหรับแต่ละคนก็คงแตกต่างกันออกไป อย่างบางคนเดินเข้าห้างไปช็อปปิ้งแล้วรู้สึกแบบว่าแฮปปี้มีความสุขมาก ในขณะที่บางคนชอบไปเดินอยู่กลางป่ากลางเขาคนเดียวจนเหนื่อยลากเลือด แล้วรู้สึกโคตรมีความสุข มันก็วัดกันยากนะ
ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันฟรีสไตล์มาก และอยากจะรู้สึกเหมือนกับว่าเราได้อยู่ในทุกวินาที ทุกเฮือกของลมหายใจ ซึ่งจริงๆ แล้วก็สามารถที่จะรู้สึกแบบนั้นได้ไม่ว่าจะกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ ปีนเขา ดำน้ำ หรือเวลาที่อยู่ในกองถ่าย ฯลฯ

WP EL(02)-0122+

ELLEMEN : วัยย่าง 34 มีความหมายอะไรสำหรับคุณ
ผมมีความรู้สึกว่าเมื่อยิ่งโตเราก็มีความติงต๊องมากขึ้นไปด้วย คือสมัยก่อนผมเป็นคนเครียดกับงาน
ตามประสาอย่างที่คนอื่นเขาก็มักจะเป็นกัน ถ้าบอกว่าตอนนี้รู้จัก ‘ปล่อยวาง’ ก็คงจะฟังดูว่าปลงไป คือผมอาจจะเพิ่งรู้จักกับคำคำนี้ เมื่อได้ทำงานและใช้ชีวิตมามากๆ เข้า ก็เลยเข้าใจว่าทุกอย่างมันไม่ใช่หน้าที่ของเรา บางอย่างมันอยู่
นอกเหนือการควบคุมของเราก็ต้องรู้จักปล่อยบ้าง “เออ…ช่างมัน ให้คนอื่นให้เขาทำไป เราอยู่เฉยๆ
อย่างนี้ก็ได้” เมื่อเริ่มปล่อยวางได้มากขึ้น ก็ยิ้มได้ง่ายขึ้น สมัยช่วงต้นถึง 20 กลางๆ นี่ ชีวิตผมกำลังพีก
เลย กูรู้หมดทุกอย่าง อ่านอะไรมา รู้อะไรมาก็อยากจะนำไปใช้เลย แต่วิสัยทัศน์อาจจะแคบจึงมองเห็นเฉพาะสิ่งตรงหน้า ตอนนี้เมื่อได้ถอยออก มาก็เลยเข้าใจว่าเราก็เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งนะ โลกมันไม่ได้หมุนรอบตัวเรา อะไรแบบนี้ เมื่อเราไม่ได้เป็นศูนย์กลางจักรวาล ดังนั้นเราจึงไร้สาระได้บ้าง เป็นบางเวลา

 

ตามอ่านบทสัมภาษณ์เต็มๆ ได้ในนิตยสาร ElleMenThailand ฉบับกรกฎาคมนี้

เรื่อง : วรัญญู อินทรกำแหง
ภาพ : สุรัตน์ จริยวัฒน
you may also like
FRONTMAN
โรงเรียนประจำ ศิลปะ ความสัมพันธ์ และความขบถทุกองศาของ กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา
FRONTMAN
ครั้งแรกกับ Brad Kroenig มิวส์ของ Karl Lagerfeld บนปก Elle Men Thailand
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2016/07/TN-ananda.jpg