FRONTMAN
ภูมิ วิภูริศ หนุ่มน้อย Lover Boyกับความสำเร็จระดับอินเตอร์
ไปรู้จักศิลปินมากความสามารถคนนี้ให้มากขึ้นกัน

ท่ามกลางกระแสศิลปินหน้าใหม่ที่ลุกขึ้นมาอวดฝีมือและความคิดสร้างสรรค์กันอย่างนับไม่ถ้วน หนุ่มน้อยหุ่นสูงโปร่งที่มีกีต้าร์และเสียงหวานๆเป็นเอกลักษณ์อย่าง ภูมิ วิภูริศ เจ้าของเพลงฮิต Lover Boy กลับมีเส้นทางที่แตกต่างและโดดเด่นกว่าคนอื่น เขาคือหนึ่งในไม่กี่ศิลปินที่มีโชว์ระดับ Sold Out มาแล้วในหลากหลายประเทศทั่วโลกบนวัยเพียง 22 ปี และแฟนๆที่เสียเงินเข้ามาชมนั้นก็ไม่ได้มีเพียงแค่คนไทย แต่คือแฟนๆจากต่างประเทศที่หลงใหลในน้ำเสียงและเนื้อเพลงที่มีเนื้อหาลึกล้ำเกินวัย 

เสื้อเชิ้ตพิมพ์ลาย กางเกงขาสั้นผ้าฝ้ายผสม และ ถุงเท้าทั้งหมดจาก Prada รองเท้าหนังจาก Etro

อะไรคือกุญแจสู่ความสำเร็จระดับอินเตอร์ของศิลปินเจ้าของเพลง Lover Boy คนนี้และแรงผลักดันรวมถึงแรงบันดาลใจทางด้านดนตรีของเค้าคืออะไร ถึงได้หล่อหลอมออกมาเป็นศิลปินหนุ่มใบหน้าสดใสแต่ฝีมือร้ายกาจคนนี้ วันนี้ Elle Men Thailand จะพาคุณไปหาคำตอบและรู้จักเขาให้มากขึ้น 

EM:         อะไรเป็นแรงผลักดันให้เริ่มเล่นดนตรีครับ

Phum:             ภูมิโตขึ้นมากับดนตรีครับ แม่ชอบเปิดซีดีเก่า ให้ฟังตอนเด็ก แล้วก็พี่ชายเป็นนักร้อง แม่ก็เคยเป็นนักร้อง เราโตมาด้วยกัน ดูทีวี ฟังเพลงบ่อย ตอนประมาณ 13-14 ขวบ ก็เริ่มสนใจในการอยากลองเล่นกีต้าร์ อยากตีกลอง (ภูมิเริ่มจากการตีกลองก่อน ไม่ใช่กีต้าร์แบบที่เราเห็นทุกวันนี้) แล้วก็ทำมาเรื่อย ทำ cover ลง YouTube ตอนอายุ 16-17 แล้วก็ 18 ก็เริ่ม เฮ้ย ! ทำไมเราไม่ลองแต่งเพลงของตัวเองดู ภูมิไม่แน่ใจว่ามันมีจุดไหนที่ทำให้เราชอบเพราะตั้งแต่เราเกิดมาก็ได้ฟังดนตรีแล้วมันเพลินมาโดยตลอด ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้น

เสื้อยึดสีขาวพิมพ์ลาย จาก Painkiller Atelier หูฟังสีขาว จาก Marshall

EM:             จากที่โตมากับการฟังเพลงหลายแนว มีศิลปินคนไหนบ้างที่เป็นแรงบันดาลใจครับ 

Phum:   แรงบัลดาลใจของภูมิคงเป็น Mac DeMarco ครับ (นักร้องนักแต่งเพลงชาวแคนาดา เจ้าของเพลงฮิต My Kind of Woman ที่สามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลาย)

EM:         แล้วคนที่อยู่ใน playlist ตอนนี้คือใครครับ ที่ฟังบ่อยๆที่สุด

Phum:              ที่อยู่ใน playlist ตอนนี้เราชอบฟัง อ่า ยากจัง (หัวเราะ) ช่วงนี้ฟัง Bombay Bicycle Club อัลบั้มชุดเก่าเลยครับ สมัย  The Boy I Used to Be and How We Are

เสื้อเชิ้ตพิมพ์ลาย กางเกงพร้อมสายผูก แจ็กเก็ตลายทาง จาก Takeo Kikuchi รองเท้าหนังกลับจาก Converse

EM:          ถ้าให้ภูมิเลือกเพลงหนึ่งเพลงที่ต้องฟังไปทั้งชีวิตคือเพลงอะไร

(หัวเราะ) หนึ่งเพลงที่ต้องฟังในชีวิตเหรอ (หยุดคิด) คงเลือกเพลงชื่อว่า Lights Out, Words Gone ของ Bombay Bicycle Club ครับ ชอบฟัง

เสื้อแจ็กเก็ตปักลาย และ กางเกง จาก Painkiller Atelier

EM:             แล้วถ้าเปลี่ยนมาเป็นเพลงที่ต้องฟังก่อนนอน จะเป็นเพลงอะไร

Phum:              โอ้(ตอบทันที) เพลงที่ต้องฟังก่อนนอนก็ต้องเพลงของ Bombay Bicycle Club เลยครับ ชื่อเพลงว่า how can you swallow so much sleep อันนี้เป็นอีกเพลงจากศิลปินเดียวกัน

EM:            Bombay Bicycle Club นี่เหมือนจะมีอิทธิพลกับภูมิเยอะนะครับ 

Phum:          ใช่ๆ ช่วงนี้เหมือนกับว่าเค้า take a break ครับ ก็เลยวงแตกตัว ต่างคนต่างทำ ไม่รู้คอนเสิร์ตจะยังกลับมารวมตัวกันรึเปล่า แต่ภูมิยังชอบฟังอัลบั้มชุดนี้มาก A Different Kind of Fix ฟังตลอดเวลา

เสื้อเชิ๊ตตกแต่งซิป และชุดสูทลายทาง จาก Takeo Kikuchi

EM:         หลายคนสงสัยว่า ทำไมเนื้อเพลงของภูมิต้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดโดยไม่มีภาษาไทยแทรกเลย

Phum:          สำหรับภูมิเอง ภูมิใช้ภาษาไทยไม่ค่อยเก่ง ก็เลยใช้ภาษาอังกฤษ เพราะว่าภูมิไปอยู่นิวซีแลนด์ตั้งแต่ 9 ขวบ แล้วก็ มันกลายเป็นภาษาที่ 1 ไปตั้งแต่ ภูมิประมาณ 11-12 ขวบ พอรู้ตัวว่า สนใจดนตรีแล้วจะหันมาแต่งเพลงเราก็พบว่าในการที่เราใช้ภาษาไทยไม่ได้คล่องแคล่วมากและไม่เข้าใจในการใช้คำนิยามหรือว่าให้ภาษาออกมาสวยงาม หรือแม้แต่การเรียบเรียง เราเลยเลือกใช้ภาษาอังกฤษที่เราถนัดที่สุดครับ

EM:         เราขอคำนิยามได้มั้ย สำหรับแนวเพลงของภูมิ

Phum:          อัลบั้มชุดแรกที่ทำไปมันค่อนข้าง folk ครับ เพราะเราเล่นกีต้าร์อะคูสติกครับ แต่ว่าจริง แล้วตอนนี้ภูมิว่าภูมิไม่มีแนว strict อะไร เหมือนตอนที่ Lover Boy ออกไปคนก็จะบอกว่าเป็น New Soul เป็น Motown มีความแบบ เป็น Soul Pop ปนๆ ซึ่งมันก็โอเคนะครับ แต่มันไม่ใช่คอนเซ็ปต์ดนตรีที่เราทำอยู่ตอนนี้ทั้งหมด คือภูมิก็ชอบหรือสนใจอะไรก็ลองทำอย่างนั้นครับ

เสื้อแจ็กเก็ตปักลาย และ กางเกง จาก Painkiller Atelier รองเท้าหนังกลับจาก Converse ลำโพงบลูทูธ จาก Marshall

EM:             มาที่เรื่องส่วนตัวนิดนึงเราอยากถามว่า ภูมิเป็นตัวเอง เวอร์ชั่นที่ดีที่สุดในตอนไหน ที่ไหน กับใคร ครับ

Phum:         เป็นตัวเอง (หัวเราะ) อ่า ตอนไหนเนี่ย

Phum’s Manager:   กับแฟน ! (ผู้จัดการของภูมิตะโกนขึ้นมาในทันทีที่เราถามและทุกคนก็หัวเราะ) เพราะว่าภูมิลงไอจีกับแฟนอยู่เรื่อย นะ มันก็โมเม้นที่จริงปะ 

Phum:         (ภูมิเขินอย่างชัดเจน)  จริงๆคงเป็นเวลาอยู่บ้าน น่าจะสบายที่สุด เป็นคนที่ชิลที่สุด แล้วก็ไม่ต้องคิดถึงเรื่องดนตรี เป็นตอนอยู่เฉยๆที่บ้านครับ (หัวเราะ)

EM:         แล้วตอนนี้มีอะไรที่อยู่ใน wish list ที่อยากจะได้หรือว่าอยากจะทำบ้างครับ

Phum:          อยากทำอะไร? … เอ่อ (หยุดคิด) อยากไปทำอะไรดี สิ่งของไม่ค่อยอยากได้เท่าไหร่ แต่อยากไป อยากไปเที่ยวอียิปต์ครับ (หัวเราะ) อยากไปเห็นความสวยของอียิปต์

EM:         ทำไมถึงเป็นอียิปต์ล่ะครับ 

Phum:              ไม่รู้ครับ เหมือนว่าแม่เพิ่งไปมาแล้วถ่ายรูปมา แล้วก็ได้รูปที่สวยมาก มันไม่ได้อันตรายหรือน่ากลัวอย่างที่เราคิดไว้ แล้วก็อยากไปทวีปแอฟริกาด้วยครับเพราะมันเป็นทวีปที่เรารู้สึกว่าไม่เคยคิดที่จะไป explore มันน่าจะแปลกและน่าสนุกดี

EM:             ยังจำครั้งแรกที่ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นหรือสนุกไปกับเพลงของเราได้มั้ย เล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยว่ามันเป็นยังไง

Phum:              จำได้ดีเลย ตอนนั้นที่รู้สึกว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง คือที่ญี่ปุ่นครับ เราไปเล่นคอนเสิร์ตทัวร์เอเชียครั้งแรก ตอนเดือนพฤษภาคม แล้วก็คนญี่ปุ่นเราเองก็ไม่แน่ใจว่าเค้าจะรู้จักเราว่าเป็น ภูมิ วิภูริศ รึเปล่า แต่ตอนไปเล่นครั้งนั้นเค้ามีรีแอคชั่นและอารมณ์ร่วมในทุกท่อนที่เราเล่นและเรียบเรียง เรารู้สึกดีมากเหมือนเค้าตื่นเต้นกับดนตรีที่เราเรียบเรียงมาให้  มันทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมามันมีค่านะ ถึงแม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่เข้าใจเนื้อเพลง ฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอเราไปเจอ audience ที่เข้าใจเราจริง เค้ายอมรับในความเป็นเรา มันเป็น experience ที่ดีมากๆเลยครับ

เสื้อเชิ้ตพิมพ์ลาย กางเกงผ้าวูล แจ็กเก็ตหนังและรองเท้า จาก Etro

EM:         คอนเสิร์ตครั้งนั้นมีคนไปดูเยอะมั้ยครับ

Phum:          ตอนนั้นคนเต็มฮอลล์เลย (อมยิ้ม) ซึ่งเราก็ตกใจ เค้าร้องตามได้เกือบทุกเพลงที่เราเล่น ตื่นเต้นมากๆครับ

EM:         สุดท้ายแล้ว Lover Boy ภูมิพูดถึงอะไรหรือพูดถึงใครครับ

Phum:         Lover Boy จริง มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ journey แบบเป็นเรื่องของความรัก ภูมิแต่งเพลงนี้ตอนปีที่แล้ว เป็นตอนที่ภูมิตัดสินใจนั่งรถไฟไปเชียงใหม่คนเดียว อยู่ดี ก็อยากนั่งรถไฟคนเดียว แล้วก็หายไปอาทิตย์นึง แล้วก็กลับมาด้วยเพลง Lover Boy มันก็เหมือนเป็น journey ของการเดินทางตามหาความรัก อาจจะเจอหรือเปล่า ไม่แน่ใจ ไม่ได้มีใครเป็นพิเศษ แค่เป็นคนที่ต้องการ คนที่โหยหาความรักครับ

เสื้อนิตมีปก แจ็กเก็ตและรองเท้าทอลาย จาก Etro

EM:        ฝากถึงแฟนๆหน่อยครับ ว่าติดตามภูมิได้ที่ไหนบ้าง 

Phum:       ได้ครับ ฝากติดตามภูมิได้ทาง Instagram (@phumviphurit), Facebook (@phumviphurit) YouTube (RatsRecords) และทุกๆที่ครับ และวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ภูมิจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ร่วมกับ Boy Pablo ที่Moonstar Studio ชอบฟังเพลงชิล อยากมาสนุกด้วยกันก็ไปเจอกันได้ ซื้อตั๋วได้แล้ววันนี้ครับ แล้วเจอกันนะครับ

จบบทสนทนาที่เรามีกับภูมิ ตลอดจนถึงช่วงถ่ายแฟชั่นเซทท่ามกลางแสงแดดแสนจ้าในยามบ่าย รอยยิ้ม,เสียงหัวเราะ และ Good Vibe ของหนุ่มคนนี้ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย และมันก็ได้กระจายไปสู่ทีมงานทุกคนรวมถึงเราด้วย บนวัยเพียง 22 ปี เนื้อเพลงหรือไลน์กีต้าร์ของภูมิอาจจะไม่ได้คมคายที่สุด(เราเชื่ออย่างหมดหัวใจว่าเขายังพัฒนาได้อีกเยอะและจะทำมันได้ในเวลาอันสั้นด้วย) แต่ความจริงใจแพชชั่นในการเล่าเรื่องและความพยายามที่จะมอบความสุขให้กับผู้คนรอบข้างของเขานั้นคือของจริง บางทีนี่แหละอาจจะทำเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเข้าไปเป็น Lover Boy ในหัวใจของแฟนเพลงทั่วโลกและใครต่อใครที่มีโอกาสได้พบเจอเขาได้อย่างง่ายดาย 

 

STORY : Rhun Na Ranong @rhunrun

PHOTO : Akkapon Kumpusan @akkapon.tuu

MAKEUP ARTIST : Rattanachot Pokum @d_deaw_d

STYLIST : Pitipong Pongdam @pun_pitipong

DIGITAL EDITOR : Sophana Tanmanatragul @superzona

ขอบคุณสถานที่ : Hippie De Bar

you may also like
FRONTMAN
แพลตฟอร์มที่ศิลปินรุ่นใหม่จากทั่วโลกต้องเคยมาโชว์ฝีมือ
FRONTMAN
ชีวิตที่เปลี่ยนไป และ ความหลงใหลที่พวกเขามีต่อประเทศไทย
FRONTMAN
ด่านทดสอบสุดหินที่พวกเขาต้องก้าวผ่าน
FRONTMAN
สุภาพบุรุษรักสนุกกับความจัดจ้านในทุกองศาของชีวิต
FRONTMAN
ชายหนุ่มผู้มีทั้งสุขภาพกายและใจที่มั่นคง
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2018/11/63210.png