FRONTMAN
MAN OF THE HOUR
เจเจ พิบูลสงคราม ความรัก ความคิด และชีวิตของเสือหนุ่ม

new-6-questions-jj

new-j-ler-2

“ดูบอลไหมครับ” ผมถามเจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม ในช็อตที่ช่างภาพให้ผมไปยืนด้านขวาของเฟรมเพื่อเป็นสแตนด์อินของเขา เสมือนว่าเราจะมีเจเจสองคนคุยกันในภาพเดียว ขณะที่กฤษณภูมิตัวจริงนั้นยืนอยู่ฝั่งซ้าย กำลังใช้ไฟแช็กจุดไฟเย็นที่ผมคีบไว้ เลียนแบบท่าคีบบุหรี่ในมือ
“ไม่ดูบอลครับ” เขาหันมาตอบ
ดอกแรก ยังไม่โดน ไม่เป็นไร

“เอางี้ ทุกวันนี้ เที่ยวบ้างไหม” เพื่อไม่ให้การถ่ายภาพเกร็งเกินไป ผมยิงคำถามชุดใหญ่ไปให้เขา
“เที่ยวๆๆ ช่วงนี้ไป… (เอ่ยชื่อสถานบันเทิงชื่อดังย่านทองหล่อ)” เขาตอบขณะกำลังเผาปลายไฟเย็น
นั่นไง เริ่มมันแล้ว

“เที่ยวป่าวครับ?” เขาสานต่อบทสนทนา
“เราไม่ใช่สายผับว่ะ” ผมละลายตาจากสะเก็ดไฟ ไปสบตากฤษณภูมิ
“นั่งชิล? ข้าวสาร?”
“ใช่ๆ แนวนั้นเลย”
เข้าท่า

“แล้วปกติ เสร็จจากผับ ไปต่อมั้ย” ผมถาม
“เที่ยวที่เดียว ผมไม่ค่อยต่อ”
“ไม่ใช่สายชาการิกิ?”
“เคยไป แต่ดึกๆ แล้วคนมันเยอะ”
“แต่ผับนี่คนอย่างเยอะเลยนะ”
“ถ้านั่งชิล ชอบเงียบๆ มากกว่า”
เพียงเท่านี้ ผมก็รู้แล้วว่า เราคุยกันรู้เรื่อง!

new-j-ler-4

EM: ดูจากนามสกุล คุณมีความสัมพันธ์อย่างไรกับจอมพล ป. พิบูลสงคราม

ผมมีศักดิ์เป็นเหลน ค่อนข้างห่างครับ ปีที่ผมเกิดเป็นปีที่คุณปู่เสีย ซึ่งจอมพล ป. เสียไปก่อนหน้านั้นแล้ว คุณปู่ของผมเป็นลูกคนโตของจอมพล ป. ส่วนพ่อของผมเป็นลูกคนกลางของปู่ ในชีวิตจะเจอคนถามเยอะมากว่าเป็นอะไรกับเขา รู้ไหมว่าเขามีบทบาทอย่างไรในเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ เพราะว่าสิ่งที่เราเรียนในตำราก็อย่างหนึ่ง อาจารย์บอกก็อย่างหนึ่ง ที่บ้านบอกก็อย่างหนึ่ง ซึ่งผมรู้สึกว่า เมื่อเวลาผ่านไป เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์จริงๆ ตรงนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ข้อเท็จจริงสามารถบิดเบือนได้ เราจึงเลือกที่จะไม่เชื่ออะไรเลย แต่ผมก็เคารพท่านในฐานะที่ท่านเป็นทวด ไม่ใช่ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่สามของประเทศไทย

EM: ตอนอยู่เชียงใหม่ ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง

สบายมาก ทุกอย่างช้าไปหมด เราสามารถควบคุมเวลาของเราได้ ไม่ต้องเร่งรีบเหมือนตอนนี้ ช่วงแรกๆ ที่ผมเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ผม homesick มาก เพราะที่เชียงใหม่ ผมมีทุกอย่าง มีพ่อแม่ มีเพื่อน ทุกคนอยู่รอบตัวผมตลอด 24 ชั่วโมง พอมาอยู่กรุงเทพฯ ผมอยู่คนเดียวและต้องทำงานด้วย ทำให้จิตตกมากไปช่วงหนึ่งเลย

EM: คุณเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 16 ปี เล่นหนังเรื่องแรกคือเกรียนฟิคชั่นตั้งแต่ตอนที่อยู่ที่เชียงใหม่ จนตอนนี้เป็นนักแสดงในสังกัดนาดาวบางกอก มีผลงานที่คนรู้จักในวงกว้างคือไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรีส์ การเข้ามาใช้ชีวิตและทำงานในกรุงเทพฯ คนเดียวนั้น เปลี่ยนแปลงทัศนคติในการใช้ชีวิตของคุณอย่างไร

ชีวิตผมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับตอนที่อยู่เชียงใหม่เลย เราจะคิดเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว เพราะมีหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบ มันทำให้คนรอบข้างบางคนที่ห่างหายจากเราไประยะหนึ่ง เมื่อเขากลับเข้ามาในชีวิตเราอีกครั้ง เขาจะมองเราเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่เหมือนเดิม

ne-wj-ler1

EM: เป็นคนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์มากไหม

กับคนที่ควรจะได้รับ เช่น เพื่อนสนิท ผมเป็นคนที่ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูงและปิดตัวเองกับคนที่ผมไม่สนิทใจด้วย ถ้าคนไหนไม่ถูกคอ ผมจะปิดเลย แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่จะตัดสินใครภายในครั้งเดียวหรอกครับ ก็ต้องใช้สถานการณ์ต่างๆ กัน ถ้าสมมติว่าเขาให้ใจผม ผมก็ให้ใจเขา

EM: คุณเป็นนักแสดงวัยรุ่นที่กำลังมีชื่อเสียง ไม่แปลกเลยที่จะมีคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้หญิง เคยมีสักเสี้ยววินาทีไหมที่คุณรู้สึกว่าถ้าตอนนี้ไม่มีแฟนก็น่าจะดีกว่า

ไม่มี ผมเป็นคนให้ความสำคัญกับความรักมาก หลายคนข้างนอกที่ไม่รู้จักผมจะมองว่าผมเจ้าชู้ แบดบอย ซึ่งผมไม่ใช่คนอย่างนั้น ผมไม่ใช่คนแบบว่า (นิ่งคิด) …มั่ว หรืออะไรแบบนั้นเลย ผมไม่คุยซ้อนด้วยครับ ไม่เคยเลย

EM: คิดอย่างไรกับ one night stand

ไม่รู้ ผมรู้สึกว่ามันก็ไม่ผิดที่คนเราจะมี one night stand กับใครก็ตามที่รู้สึกดีในคืนนั้น ถ้าเต็มใจทั้งคู่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

EM: เคยไหม

แค่เข้าไปคุยผมยังไม่กล้าเลย ไม่เคยลากผู้หญิงจากผับกลับบ้าน

new-j-ler3

EM: นอกจากการแสดงแล้ว คุณมีความสนใจด้านใดอีกบ้าง

ใกล้ตัวที่สุดก็น่าจะเป็นเพลง ผมชอบฟังเพลง ส่วนใหญ่คือฮิปฮอปแบบคนดำ พวก Drake, Jay-Z, Future, Tyga อยากทำเพลงนะ ยังไม่เคยทำ อีกอย่างที่เพิ่งมาชอบเมื่อปีสองปีหลังนี้คือแฟชั่น เพราะเราเริ่มทำงานและมีรายได้เป็นของตัวเอง

EM: เสียเงินให้กับอะไรเยอะที่สุด

ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยซื้อเสื้อแพง แต่จะไปหมดเยอะกับพวกกางเกง รองเท้า กางเกงน่าจะเยอะที่สุด ก็จะเป็นพวกแบรนด์ Gucci, Saint Laurent แต่อย่างแซงต์ โลรองต์ พอดีไซเนอร์ (Hedi Slimane) ออกก็แปลกๆ ได้ข่าวมาเหมือนกันว่าเขาจะย้ายไป Chanel ถ้าไปจริงคงสู้ไม่ไหว มันแพงมากเลย ผมซื้อไม่ได้ แจ็กเกตตัวละแสน เกินไปหน่อย อีกแบรนด์ที่ชอบคือ Vetements ผมชอบดีไซน์ของมัน

EM: มองอนาคตไว้บ้างไหมว่าอยากจะทำงานตรงนี้ต่อไปอีกนานเท่าไร

ก็คงเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าคิดไปตอนนี้ก็เครียด เรื่องปัจจุบันก็เครียดพอแล้ว ต้องไปคิดอีกว่าในอนาคตจะต้องทำอะไรบ้าง ตอนนี้อยู่กับปัจจุบัน ถ้าผู้ใหญ่หยิบยื่นโอกาสให้ เราก็ไม่อยากปฏิเสธ เพราะทุกงานมีความหมาย ทุกงานสอนเรา ทำให้เราโตขึ้น เรามีความสุขที่เราได้มาอยู่ตรงนี้ จากระยะเวลาที่ทำงานมา ไม่เคยรู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านไปหรือรู้สึกว่าเราเดินผิดก้าวเลย

เสื้อผ้าทั้งหมด HOMME PLISSÉ ISSEY MIYAKE
รองเท้า ISSEY MIYAKE MEN

เรื่อง: กรกฎ อุ่นพาณิชย์
ภาพ: บิณฑ์ บัวหมื่นชล
บรรณาธิการแฟชั่น: ณภัทร สุทธิธน
สไตลิสต์: คริสตอฟเฟอร์ สเวนซัน
แต่งหน้าและทำผม: บัณฑิต บุญมี
หัวหน้าผู้ช่วยสไตลิสต์: นัฐพล กล้าหาญ
ผู้ช่วยสไตลิสต์: วรภัสร์ เทียนหล่อ
Intern: เอกชัย วรคุโณปการ

you may also like
FRONTMAN
โรงเรียนประจำ ศิลปะ ความสัมพันธ์ และความขบถทุกองศาของ กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา
FRONTMAN
ครั้งแรกกับ Brad Kroenig มิวส์ของ Karl Lagerfeld บนปก Elle Men Thailand
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/01/open-jj.jpg