FRONTMAN
Bang Bang BAMBAM 
เด็กวัย 19 ปีคนนี้ ทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด

12

ก่อนที่เราจะเริ่มถ่ายแฟชั่นเซตนี้ เรามีโอกาสนั่งคุยกับคุณแม่ของแบมแบมที่ตามลูกชายมาดูด้วย ก่อนที่เขาจะบินกลับเกาหลีใต้ในคืนเดียวกัน นั่นทำให้เราเห็นมุมมองจากคนที่เป็นแม่ของซูเปอร์สตาร์วัย 19 ปี ที่กำลังโด่งดังอยู่ในเกาหลีใต้ ในฐานะหนึ่งในสมาชิกของวง Got7 วงฮิปฮอปบอยแบนด์ที่ JYP หมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นหัวหอกในวงการ K-Pop ยุคใหม่ คุณแม่เล่าว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ ไม่ง่ายทั้งครอบครัวที่ประสบปัญหาเรื่องธุรกิจช่วงฟองสบู่แตก ทั้งคุณพ่อของแบมแบม ซึ่งเสียชีวิตหลังลูกคนที่ 4 เกิดได้ไม่นาน ณ เวลานั้นแม่ต้องทำหน้าที่ประคับประคองทุกอย่าง การเลี้ยงลูก 4 คนในสภาพเศรษฐกิจเช่นนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และการตัดสินใจส่งลูกชายวัย 13 ปีไปเผชิญโลกใหม่จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความกล้าทั้งของแม่และลูก

วันนี้แบมแบมวัย 19 ปีกลายเป็นชื่อที่คนไทยตามทวิตเตอร์มากที่สุด ปีนี้ Got7 ก็กำลังจะมีเวิลด์ทัวร์ ตั้งแต่อเมริกา ยุโรป ไปจนถึงออสเตรเลีย อย่างที่รู้ว่าการฝ่าฟันจนได้ออกมินิอัลบั้ม Got it?

Got7 มีสมาชิก 7 คน เป็นการรวมตัวของศิลปินวง JJ Project และกับศิลปินฝึกหัดอย่างแบมแบม แจ็กสัน มาร์ค ยูคยอม และยองแจ

และนับเป็นโอกาสดีของเราที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับแบมแบม ไม่แปลกใจเลยว่าการ ‘เข้าค่าย’ (อย่างที่แม่ของแบมแบมบอกเรา) เป็นเวลา 4 ปีของเขาจะทำให้

ELLE MEN: การไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองตั้งแต่อายุ 13 ปีเป็นเรื่องหนักหนาสำหรับคุณไหม 

ไม่มากนะ เอาจริงๆ ผมมาเมืองไทยค่อนข้างบ่อย ยังไม่ทันจะหายคิดถึงก็มาอีกแล้ว แต่ก็คิดถึงบ้านอยู่ตลอดเวลา เวลาอยู่ที่ไทยแล้วสบายใจ

ELLE MEN: ความแตกต่างของวัฒนธรรมไทยกับเกาหลีทำให้คุณอึดอัดไหม ที่ต้องไปใช้ชีวิตที่นั่น แม่คุณถึงกับใช้คำว่าคุณต้องไป ‘เข้าค่าย’ มันให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า 

ถามว่ามันขนาดนั้นไหม มันอาจจะใช่ในบางมุม เพราะว่ามันเหนื่อยนะครับ แต่มันไม่ได้เหนื่อยเรื่องจิตใจสักเท่าไหร่ ช่วงแรกที่ไปอยู่ที่เกาหลีใต้ก็อาจเจอกับเรื่องวัฒนธรรมที่ต่างกันบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับมากจนทนไม่ได้ หลายอย่างก็คล้ายๆ กับเราวัฒนธรรมก็มีความเป็นพี่น้อง ประกอบกับช่วงที่ผมไป ไม่ได้มีแค่คนเกาหลี จะมีเด็กฝึกหัดที่มาจากจีน อเมริกา ผมเลยรู้สึกว่าค่อนข้างสบาย คุยกันได้รู้เรื่อง ไม่รู้สึกเครียดหรือเหงา พูดง่ายๆ ถือว่า 4 ปีในการเป็นศิลปินฝึกหัด เป็นช่วงชีวิตที่ทั้งเหนื่อยและสนุกในเวลาเดียวกัน

ELLE MEN: แต่การแข่งขันระหว่างเพื่อนก็สูงด้วยเช่นกัน 

ใช่ครับ เราจะถูกเรียกว่าเป็นเทรนนี ตอนนั้นถือว่าการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่เราก็สนิทกัน แต่ลึกๆ แล้วทุกคนก็มีเป้าหมายว่าต้องเดบิวต์ให้ได้ การแข่งขันมันจึงเป็นไปโดยอัตโนมัติ แต่เอาเข้าจริงแล้วเราก็เป็นเพื่อนกันทุกคน ถึงจะแข่งขันกันยังไงสุดท้ายทุกคนก็คือเพื่อน ช่วงนั้นที่แข่งขันกันหลายๆ คน บางคนก็ออกไปอยู่กับค่ายอื่น มีบางคนได้เดบิวต์พร้อมๆ กัน แต่หลายคนใน Got7 ที่เริ่มต้นมาพร้อมๆ กัน แข่งกันสู้กันมา สุดท้ายเราก็เดบิวต์ในวงเดียวกัน

ELLE MEN: ความรู้สึกเวลาที่เห็นเพื่อนต้องออกไปจากค่าย รู้สึกอย่างไรบ้าง

เสียดายแทนเขานะครับ เพราะเรารู้ว่ามันไม่ง่ายเลย อุตส่าห์มาถึงจุดนี้แล้ว แต่ก็ทำไม่ได้ แล้วต้องออกจากค่าย ก็เสียใจ แต่ส่วนใหญ่หลังจากที่ออกไป เขาก็ไปอยู่กับค่ายอื่น มีหลายคนที่ได้เดบิวต์กับค่ายใหม่ๆ นะครับ ส่วนใหญ่ก็เจอกันตามเวทีต่างๆ มันไม่ถึงขนาดที่ว่าเราจะไม่ได้เจอกัน

ELLE MEN: อายุแค่ 13 ปีคุณคิดไปไหมว่าเป็นการเริ่มต้นการทำงานที่เร็วไปหน่อย ทำไมถึงตัดสินใจที่จะไปทำงาน 

เอาจริงๆ ตอนนั้นผมไม่คิดถึงขนาดที่ว่าจะไปทำงาน ผมแค่อยากลองอะไรใหม่ๆ แม่ก็ให้อิสระในกาารตัดสินใจกับเรา แม่ผมเลี้ยงลูก 4 คนด้วยคนเดียวมาหลายปี ผมจึงคิดว่าถ้าถ้าเราสามารถทำตรงนี้สำเร็จ เราก็อาจจะช่วยให้คุณแม่หายเหนื่อยไปได้มาก เพราะเลี้ยงลูก 4 คน ด้วยตัวคนเดียว นี่ก็ไม่ง่าย คิดว่าถ้าไปก็คงได้โอกาสใหม่ๆ ถึงไปไม่ถึงจุดหมาย เราก็ยังได้รู้อะไรติดตัวมาบ้าง แล้วลึกๆ ผมเองก็ชอบเต้น ชอบร้อง ก่อนหน้านี้ก็มีแกรมมี่เคยมาติดต่อว่าอยากให้เราเป็นศิลปิน แต่สุดท้ายเราก็เลือกที่จะไปเกาหลี อยากลองดูสักตั้ง คิดแค่นี้แล้วก็ตัดสินใจไป ก็ไม่คิดว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้

ELLE MEN: ไม่รู้สึกกลัว

ไม่กลัวครับ แต่เป็นห่วงมากกว่า เพราะต้องพักเรื่องเรียน ไม่เคยต้องไปอยู่ที่ไหนไกลๆ คนเดียว เรื่องภาษา เรื่องเพื่อน จากที่เคยมีเพื่อนเป็นจำนวนมากที่เมืองไทย ก็ต้องจากเพื่อน

ELLE MEN: แม่คุณเล่าให้ฟังว่าคุณก็มีเบื้องหลังความตั้งใจของตัวเองที่อยากทำให้ประสบความสำเร็จ เหมือนกับว่าตั้งแต่ที่คุณพ่อของแบมแบมเสีย คุณก็เหมือนว่าอยากทำอะไรเพื่อให้ครอบครัวดีขึ้น

อันนั้นเป็นพื้นฐานของครอบครัวผมอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ทั้งพี่ชายทั้ง 2 คนของผมก็เหมือนกัน ครอบครัวต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เรื่องนี้จึงกลายเป็นพื้นฐานใหญ่ ส่วนเรื่องยอมแพ้ ไม่ยอมแพ้ คือเอาจริงนะ คือไปถึงตรงนั้นแล้วผมรู้สึกเสียดาย ถ้าเราจะไม่ได้ เพราะก่อนไปเกาหลีผมโม้กับเพื่อนไว้เยอะ(หัวเราะ) ฉะนั้นพอท้อก็จะคิดว่าถ้าเราท้อแล้วตัดสินใจบินกลับไทย ผมจะเอาหน้าไปไว้ไหนวะ (หัวเราะ) นอกจากนี้ก็มีหลายๆ คนที่คาดหวังในตัวผม ผมถึงบอกตัวเองตลอดเลยว่า ท้อได้ แต่มันก็เลิกไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เครียดนะเพราะผมชอบไง มันเลยโอเค

ELLE MEN: เคยคิดถึงอนาคตไหมว่าคุณจะทำงานต่อไปได้อีกกี่ปี

อันนี้คิดคลอดเวลา (หัวเราะ) เครียดด้วย จึงหาแผนสำรองไว้หลายวิธีเหมือนกัน ตอนนี้ที่คิดอยู่ก็คืออยากเปิดร้านอาหาร หรืออาจลองทำอะไรที่ผมชอบ เช่น ตอนนี้ผมเป็นนักร้อง ส่วนตัวผม ผมก็ชอบการแสดง ถ้าได้เล่นละครบ้าง เล่นหนังบ้าง ก็คงดี

ELLE MEN: คิดว่าชีวิตตอนนี้ของตัวเองถึงจุดสูงสุดหรือยัง คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง

อีกนานเลย อย่างตอนนี้…ใช่! มันอาจจะดูทะลุจากเป้าหมายที่ผมคิดไว้ แต่พอเราโตขึ้น ยอดเขาของเราก็สูงขึ้นตามไปด้วย จุดสูงสุดก็เลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ ผมว่าธรรมชาติของคนเราไม่มีทางพอใจแค่ความสำเร็จตอนอายุ 19 หรอก ตอนนี้คนที่ไม่ได้สนใจ K-Pop ก็อาจไม่รู้จักแบมแบม Got7 เขาอาจแค่รู้จักว่ามีเด็กไทยอีกคนที่ได้ไปอยู่เกาหลี หรืออาจจะรู้จักเด็กไทยที่ชื่อ ‘แบมแบม’ แต่เขาอาจจะไม่เคยเห็นว่าแบมแบมหน้าตาแบบไหน ความสำเร็จผมว่ามันยังอีกไกล เอาง่ายๆ เอาแค่ให้ถึงระดับพี่นิชคุณ (นิชคุณ หรเวชกุล) ก็ยังไม่ง่าย กราฟชีวิตของผมมันอาจจะพุ่งขึ้นตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะพุ่งแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ELLE MEN: คิดว่ายากไหมกว่าจะมาถึงจุดนี้ 

ยากนะครับ แต่คงเป็นเพราะว่าชีวิตผมมันยุ่งกับเป้าหมายของตัวเองทุกวัน จนไม่มีเวลามานั่งคิดว่ามันยากหรือไม่ยาก เราแค่ขยันที่จะทำมันทุกวันมากกว่า พอมีงานเข้ามา ผมก็ต้องมาโฟกัสกับงาน ผมทำงานทุกวัน ซึ่งก็ดีนะครับ เพราะการมีเวลาพักสำหรับพวกเรา อาจดูเป็นเรื่องน่าใจหายมากกว่าจะน่าดีใจ

ELLE MEN: ภูมิใจกับตัวเองมากแค่ไหน

มันก็มีบ้างครับ แต่บางทีก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำได้ดีแล้วหรือยัง ก็คิดว่าถ้าเราขยันเข้าไว้ เดี๋ยวมันก็คงดี

ELLE MEN: กับแฟนคลับล่ะ คุณคิดอย่างไรกับพวกเขา 

ดีใจครับที่มีคนเห็นสิ่งที่เราทำ และคอยสนับสนุนงานของเรา

ELLE MEN: เวลามีชื่อเสียงแน่นอนว่าคุณก็ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น เคยมีครั้งไหนไหมที่รู้สึกว่าเกือบไปแล้ว

ก็บ่อยนะ ไม่ได้หมายความว่าผมพลาดเรื่องไม่ดีนะ สมมติเวลาสัมภาษณ์ บางทีผมก็อาจจะเผลอใช้คำที่ไม่เหมาะสมบ้างก็มี หรืออาจแต่งตัวผิดกาลเทศะ ที่เกาหลีเขาก็จะมีงานโชว์ที่รวมศิลปินทั้งประเทศ อย่างผมจะเซย์ไฮ สวัสดีเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี จะทักทายแบบไฮไฟว์ยังต้องระวังเลย เพราะสังคม K-Pop ค่อนข้างเซนสิทีฟกับเรื่องพวกนี้ มันมีโอกาสบานปลาย เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันได้

มันกลายเป็นว่า ผมอาจจะต้องระวังเรื่องพวกนี้เป็นพิเศษ แม้ว่าเราอาจจะสนิทกับเขา แต่พออยู่บนเวทีเราก็ต้องระวังตัวมากหน่อย

you may also like
FRONTMAN
โรงเรียนประจำ ศิลปะ ความสัมพันธ์ และความขบถทุกองศาของ กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา
FRONTMAN
ครั้งแรกกับ Brad Kroenig มิวส์ของ Karl Lagerfeld บนปก Elle Men Thailand
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2016/05/COVER.jpg