FRONTMAN
An American In Paris
ครั้งแรกกับ Brad Kroenig มิวส์ของ Karl Lagerfeld บนปก Elle Men Thailand

new-kral4

Brad Kroenig นายแบบชาวอเมริกันวัย 37 ปี จากเมืองเซนต์หลุยส์ (St. Louis) มลรัฐมิสซูรี (Missouri) แบรดเข้าสู่วงการแฟชั่นด้วยการถ่ายโฆษณาให้กับแบรนด์ Abercrombie & Fitch กับช่างภาพระดับแถวหน้าของโลก Bruce Weber ก่อนที่เขาจะย้ายไปนิวยอร์ก (New York) ในปี 2001 ด้วยความสูง 183 เซนติเมตร ผมสีบลอนด์เข้ม และใบหน้าหล่อคม เขาเซ็นสัญญากับเอเจนซี่ชั้นนำ IMG และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นสู่การเป็นนายแบบแถวหน้า ไม่ว่าจะเดินบนรันเวย์ให้กับ Dolce & Gabbana และ Roberto Cavalli ขึ้นปกนิตยสาร L’Uomo Vogue และ Interview แต่เขาไม่เคยนึก มาก่อนว่าการบินไปถ่ายแบบให้นิตยสาร VMAN ที่เบียร์ริตซ์ (Biarritz) เมืองตากอากาศทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสในปี 2013 จะทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป ช่างภาพที่เขาร่วมงานด้วยคือ Karl Lagerfeld และสุดยอดดีไซเนอร์ระดับตำนาน ที่รู้สึกประทับใจในตัวแบรด จากนั้นเป็นต้นมาแบรดกลายเป็นแรงบันดาลใจ หรือมิวส์ (muse) ให้กับคาร์ล ทั้งเดินแบบและปรากฏบนแคมเปญแบรนด์ Chanel และ Fendi ที่เขาคุมตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์อยู่ แต่สิ่งน่าจะตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองเห็นจะเป็นผลงานรวมภาพถ่ายที่คาร์ลบันทึกภาพแบรดผ่านเลนส์ในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะเดิน นั่ง นอน กิน ออกกำลัง อาบน้ำ ที่มีมากกว่า 500 รูป ไว้ในหนังสือสี่เล่มภายใต้ชื่อ Metamorphoses of an American

หลายคนอาจจะบอกว่าการเป็นนายแบบเป็นเรื่องง่าย ใครๆ ก็เป็นได้หากหน้าตาหล่อ เท่ และหุ่นดี แต่สำหรับนายแบบที่ตัวเลขอายุข้างหน้าเกินเลขสาม มันเป็นเรื่องลำบากไม่น้อยที่จะต้องแข่งกับนายแบบรุ่นน้องอีกมากมาย เพราะเสื้อผ้าที่แบรนด์ให้สื่อยืมถ่ายแบบมีไซซ์ที่จำกัดเพียงไซซ์เดียว การบริหารร่างกายของแบรดจึงมีมากกว่าการรักษาหุ่น นอกจากจะออกกำลังกายอย่างวิ่งและวิดพื้นแล้ว เขายังต้องควบคุมอาหาร กินวิตามินเสริมอาหาร และบำรุงเส้นผมอีกด้วย นอกจากความตั้งใจในการทำงานที่ทำให้เขาถูกยกขึ้นหิ้งเป็นหนึ่งในสุดยอดนายแบบของโลกจากสื่อหลายสำนักแล้ว เขามองว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายแบบกับดีไซเนอร์สามารถช่วยต่ออายุในวงการแฟชั่นได้เหมือนกัน แบรดเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร The New York Times ว่าหากเขาไม่ได้เจอคาร์ล เขาคงไม่ได้เป็นนายแบบจนถึงทุกวันนี้

new-kral1

เขากล่าวถึงคาร์ลในฐานะเพื่อนและคนใกล้ชิดของครอบครัวโครนิก ซึ่งประกอบไปด้วย Nicole ภรรยาของเขา และลูกชายคนโต Hudson วัยเจ็ดขวบ กับลูกคนเล็ก Jameson วัยสี่ขวบ ซึ่งทั้งสองมีคาร์ล ลาเกอร์เฟลเป็นพ่อทูนหัว

ชีวิตของแบรดหลังจากฮัดสันลืมตาดูโลกในปี 2008 เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน จากที่เคยติดตามคาร์ลไปไหนมาไหนด้วยทุกที่ พร้อมด้วยนายแบบคนสนิทของคาร์ลอย่าง Baptiste Giabi-coni และ Jake Davies ครอบครัวโครนิกปักหลักอยู่ในนิวเจอร์ซีย์ (New Jersey) มีเพื่อนบ้านเป็นทนายความหรือนักการเงิน อย่างไรก็ดีชีวิตของแบรดดูเหมือนจะอยู่ในโลกแห่งความฝันที่ดูฟู่ฟ่า สวยหรู คู่ขนานไปกับชีวิตคุณพ่อย่านชานเมืองที่จัดปาร์ตี้บาร์บีคิวในสวนหลังบ้านช่วงฤดูร้อน

แบรดกลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้งบนรันเวย์ชาเนล เมื่อเขาเดินออกมาพร้อมกับลูกชายวัยสามขวบในตอนนั้น ทั้งคู่ใส่แจ็กเกตผ้าทวีตเหมือนกัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฮัดสันก็เดินตามรอยคุณพ่อคือกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคาร์ล พร้อมกับถ่ายแบบลงนิตยสารและแคมเปญแบรนด์ดัง แต่กระนั้นแบรดก็ไม่ได้กดดันให้ลูกเป็นนายแบบตามตัวเอง เขามองว่าการเดินทางการได้พบผู้คนใหม่ ทำงานกับคนที่เป็นมืออาชีพจะช่วยฮัดสันเรียนรู้อะไรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือเกี่ยวกับประเทศที่จะไป หรือเรียนภาษาฝรั่งเศสเพื่อจะได้ฝึกคุยกับลุงคาร์ล ในขณะที่เจเมอสันดูจะชอบเป็นแบบให้ถ่ายภาพเหมือนพ่อถ่ายโฆษณาให้แบรนด์ดังอย่าง Tiffany’s ฮัดสัน ดูจะได้รับอิทธิพลจากพ่อทูนหัวของเขาไม่น้อยยามว่างสามพ่อลูกจะจัดแฟชั่นโชว์ โดยที่ฮัดสันเป็นคนเลือกเสื้อผ้าและถ่ายรูป พ่อกับน้องชายก็รับบทเป็นนายแบบ แบรดในฐานะคุณพ่อลูกวัยกำลังซนดูจะชอบชีวิตเรียบง่ายในชานเมืองไม่น้อย ในขณะที่สามวันก่อนเขากับลูกอาจจะอยู่คิวบาเพื่อร่วมโชว์ชาเนล ครูซ 2017 วันรุ่งขึ้นเขาตื่นนอนที่บ้าน ส่งลูกๆ ไปโรงเรียน ปลูกต้นไม้ พาลูกไปเล่นกีฬา หรือว่าพูดแหย่บรรดาแม่ๆ ที่โปรยเสน่ห์ให้เขาในงานโรงเรียน

อาจจะเป็นเพราะการที่เขาเติบโตมาในแถบภาคตะวันตกตอนกลางของอเมริกา ที่หลายคนมองว่าคนแถบนี้เป็นคนซื่อ และเรียบง่าย การมองโลกและวิถีของแบรดจึงดูธรรมดามาก หากเทียบกับบรรดาซูเปอร์โมเดลรุ่นราวคราวเดียวกัน เขาเข้าใจสัจธรรมในวงการแฟชั่นที่วันหนึ่งเขาคงถึงจุดที่ไม่สามารถจองงานได้ แต่เขาก็คิดว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องราวดีๆประสบการณ์ดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่อย่างว่าแหละเราคงได้เห็นแบรดไปอีกนาน เพราะนอกจากจะมีเพื่อนอย่างคาร์ล
ลาเกอร์เฟลแล้ว ไม่แน่อาจจะได้เห็นภาพแบรดในนิตยสารผ่านเลนส์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน หรือไม่อีกอย่างเขาอาจจะผันตัวเองเป็นแดดเนเจอร์ (dadnager) เป็นทั้งพ่อและผู้จัดการให้ลูกชายทั้งสองที่ตั้งเค้าความหล่อตั้งแต่เด็ก ที่แน่ๆ เขาคงจะกลับไปเล่นทีมแชร์บอลกับบรรดาพ่อๆ ในเมือง หลังจากที่เขาต้องถอนตัวออกจากทีมเพราะกลัวบาดแผลจะไม่คุ้มกับหน้าและตัวหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา งานนี้กองเชียร์คงแน่นอัฒจันทร์แน่นอน

new-kral2

new-kral3

ติดตามแฟชั่นเซตเพิ่มเติมได้ที่นิตยสารแอลเมนฉบับมีนาคม

Photographer: Alan Gelati @ ASG PARIS
Stylist: Steven Doan
Creative Direction: Kristoffer Svensson
Cover Story: Thus Noumong
Model: Brad Kroenig @ Success Models
Hair & Make-up: Tomas Lorenz @ ASG PARIS
Casting Director: Seona Taylor Bell
Photographer Assistant: Virgil Biechy
Stylist Assistant: Yaya

Special Thanks to The Peninsula Paris
19 Avenue Kléber, 75116 Paris, France
+33 1 5812 2888 / paris.peninsula.com
IG: @thepeninsulaparis

you may also like
FRONTMAN
โรงเรียนประจำ ศิลปะ ความสัมพันธ์ และความขบถทุกองศาของ กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา
FRONTMAN
รักซ้อน รักในวัยรุ่น รักในแบบ ป๊อด โมเดิร์นด็อก ทั้งหมดถูกเผยจากปาก ธนชัย อุชชิน
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/03/open-kral.jpg