FEMME
UNMASKING HER
ในวันที่แพร์ จิราธิวัฒน์ สลัดคราบคุณหนู แอตติจูดของเธอจะบอกให้รู้ว่า เธอไม่ใช่อย่างที่คุณคิด

new-pear0

ก่อนสัมภาษณ์ แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ ผมถามตัวเองอย่างจริงใจ
ผมอยากรู้อะไรจากผู้หญิงคนนี้?
เพราะแค่เห็นนามสกุลก็รู้ว่าเธอคือทายาทของห้างดังที่แม้แต่คนไม่ชอบเดินห้างยังต้องเคยไปสักครั้งในชีวิต ยิ่งถ้าแฟนคุณคือขาช็อปออนไลน์ก็จะทราบทันทีว่าแพร์กำลังปลุกปั้นสองธุรกิจควบคู่กันไป นั่นคือ เครื่องสำอาง Boyfriend Cosmetic ที่มีตัวชูโรงคือลิปสติกลุคเปรี้ยวซ่าน่ารัก แต่ไม่หลุดโลก กับอีกหนึ่งธุรกิจคือ Girlsnation แบรนด์ activewear ที่สาวๆ ผู้รักการออกกำลังกายต้องมีไว้ในตู้เสื้อผ้า หลายคนกังขาในใจ บางคนถึงขั้นดูถูกว่าเธอก็แค่ลูกคนรวยที่เอาเงินพ่อแม่มาถลุงเล่น อะไรทำให้เธอแตกต่างจากคนพวกนั้น?

แพร์จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาออกแบบภายใน แน่นอนว่าเธอไม่เคยเทคคอร์สเรียนวิชาธุรกิจในห้องเรียน แต่เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง โดยนำแนวคิดแบบสถาปัตยกรรมมาประยุกต์ใช้

“สถาปัตย์คือศิลปะมาเจอกับวิทยาศาสตร์ มันสอนให้เราทำงานและคิดอย่างเป็นระบบ ต้องมีเหตุผลเสมอ เพราะหัวใจสำคัญที่สุดในการออกแบบคือ ต้องตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด เหมือนเราจะสร้างบ้านให้ใครสักคน ต้องสร้างตามใจผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่ตามใจเรา”

ด้วยการต่อยอดจากแนวคิดดังกล่าว ทำให้ทั้งบอยเฟรนด์คอสเมติกและเกิร์ลเนชั่นนั้นมีกระบวนการที่เข้าตำราการสร้างธุรกิจสมัยใหม่ นั่นคือเธอเห็นปัญหาที่ไม่มีใครแก้ไข จึงแก้ไขให้ตรงจุดด้วยตนเองเสียเลย

“บอยเฟรนด์คอสเมติกเริ่มจากความชอบ เราชอบซื้อเครื่องสำอาง แพร์รู้สึกว่าลิปสติกเป็นสิ่งที่เปลี่ยนลุคคนได้ง่ายที่สุด เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะแต่งหน้าเก่งเหมือนช่างแต่งหน้า แต่ปัญหาคือ เรายังหาลิปแบบที่ให้ลุคอย่างที่เราต้องการไม่ได้ในท้องตลาด เราอยากให้มีคนมา educate การใช้ลิปสติกแบบนี้ จึงเริ่มทำเอง

ส่วนเกิร์ลเนชั่นนั้นเริ่มขึ้นเพราะความชอบออก-กำลังกาย และเราเห็นโอกาสที่มันจะทำเงินได้ อย่างตัวแพร์เองเล่นพิลาทิสมาเกือบสามปี กลายเป็นว่าที่ผ่านมา เราซื้อชุดออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง ไปเที่ยวต่างประเทศก็ซื้อมามากกว่าเสื้อผ้าปกติเสียอีก ช็อปปิ้งออนไลน์ก็ซื้อแต่ชุดออกกำลังกาย นี่คือสิ่งที่เราเสียเงินเยอะที่สุดในตอนนี้ พอมองย้อนมาดูตลาดในเมืองไทยกลับพบว่าตัวเลือกมีจำกัดมาก ส่วนมากชุดออกกำลังกายที่มีขายในไทยมักจะเน้นฟังก์ชัน ไม่ค่อยแฟชั่น จะเป็นลายพริ้นต์จัดๆ ใช้สีสะท้อนแสง ซึ่งของแบบนั้นใส่ไปไม่กี่ครั้งทั้งคลาสก็จำได้แล้ว เราเล่นพิลาทิสซึ่งมีท่าที่สวยงามมากก็อยากใส่เสื้อผ้าสวยๆ เรารู้สึกว่า mood แบบสีเรียบๆ แต่มีดีเทลยังไม่ค่อยเห็น จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ basic but not so basic คือใส่ได้ตั้งแต่ studio to street และสมัยนี้คนลงทุนกับชุดออกกำลังกายมากขึ้น เพราะเทรนด์การดูแลสุขภาพมาแรง อีกอย่างคือ ลองสังเกตดูสิว่าเกือบทุกคนที่ไปยิมต้องถ่ายรูป ใช่ไหม?”

new-pear1

new-pear2

ติดตามเพิ่มเติมได้ในนิตยสารแอลเมนฉบับมกราคม

เรื่อง: กรกฎ อุ่นพาณิชย์
ภาพ: ก้อง พันธุมจินดา
บรรณาธิการแฟชั่น: ณภัทร สุทธิธน
แต่งหน้าและทำผม: บัณฑิต บุญมี
ผู้ช่วยช่างภาพ: ณฐพล เขนย
ผู้ช่วยสไตลิสต์: โสภณ หมวดรุ่ง
รีทัช: ณัชชา ปาจรีย์

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/01/Open-Pear.jpg