FEMME
IN HER VIEW
เมื่อออม-สุชาร์ มานะยิ่ง ลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์วงการบันเทิงไทย เราจะทำอะไรได้ นอกจากการนั่งฟังเธออย่

batch_s03_0267ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง พูดประโยคนี้ตอนต้นของการสนทนา ฟังครั้งแรกเราก็ได้แต่เกาหัวแกรกๆ จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อภาพที่เราเคยเห็นในโทรทัศน์ทำให้เธอดูเป็นคนแบบนั้น ทั้งรูปร่างหน้าตาแบบฉบับซอง เฮ เคียว น้ำเสียงง้องแง้งคิกขุอาโนเนะ รวมทั้งบทบาทที่เธอได้รับตลอด 5 ปี ไล่ตั้งแต่บทของ ‘พาย’ สาวดี้จาก Yes or No อยากรัก ก็รักเลย มาจนถึงบทของนางเอกละครรีเมกสไตล์เกาหลีที่เธอแทบจะผูกขาด นี่ยังไม่นับเรื่องคู่จิ้นที่ทำเอาแฟนคลับไทยและจีน ‘ฟินเวอร์’ กันไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร

แต่ก็นั่นแหละ บางครั้งสิ่งที่เห็นกับสิ่งที่เป็นก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เราพบว่าเธอมีทัศนคติต่อเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจไม่น้อย เธอไม่ชอบโลกโซเชียลมีเดีย ไม่เชื่อการแต่งงาน ไม่เห็นด้วยกับการนำเสนอข่าวซุบซิบดารา และเอ่อ…ขอโทษแทนแฟนคลับด้วยครับ…เพราะเธอไม่ปลื้มขี้หน้าคู่จิ้นเอาเสียเลย!

batch_s01_0048

Elle Men: ทำไมคุณไม่เคยออกมาพูดเรื่องความรักเลย

ไม่ชอบพูดเรื่องนี้ ไม่ใช่ตัวออมคนเดียวนะที่ไม่ชอบ ทั้งคนรัก ครอบครัว และแฟนคลับก็ไม่ชอบด้วยเช่นกัน ออมไม่อยากให้คนใกล้ชิดไม่มีความเป็นส่วนตัว โดนขุดคุ้ย หรือโดนคนภายนอกตัดสิน มันไม่แฟร์ จริงๆ ก็โดนนักข่าวบันเทิงถามบ่อย แต่ไม่เคยบอกว่าคบกับใคร บางอย่างไม่ต้องพูดก็ได้ค่ะ

Elle Men: เอางี้ดีกว่า เคยมีแฟนไหม

มีสิ! (หัวเราะ) แต่ตอนนี้เลิกไปแล้วค่ะ

Elle Men: สนุกหรือกับการต้องมาปิดบัง

ไม่ได้ปิด แต่แค่ไม่ได้เปิด ออมไม่คิดว่าเรื่องของเราสำคัญกับโลก ไม่เคยคิดอย่างนั้น ออมรู้สึกว่าคนไทยให้ความสำคัญกับวงการบันเทิงมากเกินไป เราไม่ได้สำคัญมากไปกว่าคนอื่น ทุกคนไม่จำเป็นต้องรู้ มันไม่ใช่เรื่องที่ทำให้อะไรดีขึ้นหรือไม่ใช่เรื่องที่จรรโลงอะไรเลย เป็นแค่เรื่องของคนๆ เดียว มันต้องเป็นพื้นที่ของวงการอื่นบ้างสิ เรื่องอื่นที่สำคัญกว่านี้

Elle Men: สมมุติว่าไปเดินห้างกับแฟนแล้วโดนแอบถ่าย คุณจะตอบนักข่าวว่า…

อ๋อ ก็ไปด้วยกัน (นิ่งคิด) แต่อาจจะไม่ได้บอกรายละเอียด บางทีก็รู้สึกว่าเป็นคนชอบแอบ นิสัยของเราอาจจะดูเย็นชาว่าทำไมไม่สนใจเรื่องความรักเลย ทำไมบ้างานขนาดนี้ แต่จริงๆ เราให้ความสำคัญนะ ทุกคนอยากมีความรักที่ดีอยู่แล้ว แต่ถ้ายังหาไม่ได้ พยายามไขว่คว้ามากเกินไปมันก็ไม่ถูกใช่ไหม ถ้ายังไม่พร้อมที่จะให้ความสำคัญกับใครก็อย่าดีกว่า จะทำให้เขาไม่มีความสุข

batch_s03_0245

Elle Men: คนแบบไหนที่คุณอยากให้มาอยู่ข้างๆ

เปลี่ยนทุกปี (หัวเราะ) ไม่เคยคิดเลยว่าหน้าตาต้องเป็นยังไง ชอบคนที่เป็นตัวของตัวเอง คุยกันรู้เรื่อง มีทัศนคติที่ดึงดูดกัน และต้องส่งเสริมกัน เป็นกำลังใจให้กัน เรื่องทัศนคติสำคัญมาก

Elle Men: เราจะได้เห็นวันที่คุณออกมาประกาศว่า “ออมกำลังจะแต่งงานแล้ว” บ้างไหม

อืม…ไม่ได้เชื่อเรื่องแต่งงานขนาดนั้นค่ะ เชื่อเรื่องการใช้ชีวิตด้วยกันมากกว่า อยู่กินกันก็ได้ ออมหาเหตุผลของการแต่งงานไม่เจอ มันเหนื่อย เหมือนการรับปริญญา ถ้าจะทำก็เพราะให้เกียรติครอบครัว การแต่งงานไม่เคยเป็นความฝันของออมเลย

Elle Men: ทัศนคติของคุณไม่ค่อยเหมือนกับที่เราเห็นในทีวีเลย นึกว่าออม-สุชาร์จะเป็นสาวแบ๊วเสียอีก

ออมเกลียดคำว่าแบ๊วมากเลยรู้ไหม! คนอาจจะคิดว่าออมแบ๊วจากบทที่เราได้รับ แต่จริงๆ เราไม่เคยยึดติดว่าต้องรับบทแบ๊วหรือเล่นให้น่ารักแบบเกาหลี เพียงแค่ตอนนี้เรายังทำได้ก็ทำไปก่อน คนยังเชื่อในสิ่งที่เราเล่น เมื่อไหร่ก็ตามที่มีบทอื่นๆ หรือโอกาสที่จะพัฒนาฝีมือได้ก็อยากลอง อีก 2-3 ปีออมอาจจะถ่ายแบบชุดว่ายน้ำก็ได้ ความคิดคนต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ คนเราไม่ได้มีแค่สีขาวหรือดำ หรือมีสีใดสีเดียว มันมีทุกสี คุณไม่สามารถตัดสินคนอื่นได้ว่าเขาเป็นคนแบบนั้นแบบนี้ ถึงไม่ชอบให้ใครมาบอกว่าออมเป็นสาวแบ๊วไง เพราะมันจำกัดไป ทำอย่างอื่นได้ยาก

อย่างตัวออมเองก็ไม่ได้มีวิธีคิดที่มุ้งมิ้งเป็นผู้หญิงเลย คนใกล้ตัวจะรู้ว่านิสัยออมค่อนข้างเหมือนผู้ชาย คือเป็นคนพูดตรง ไม่อ้อมค้อม มีความอึด มีเหตุผล ออมแทบไม่เคยหึงแฟนเลย สมมติว่าอยู่ดีๆ แฟนนอกใจไปมีคนใหม่ เราจะไม่อี๊ ร้องไห้ แต่จะคิดว่า อ๋อ ผู้หญิงอีกคนคงดีกว่า ไม่งั้นเขาคงเลือกเรา มันเป็นเหตุผลของเขา เข้าใจได้ ไปเถอะ ไปเลย

Elle Men: เรารู้มาว่านิสัยคุณอย่างหนึ่งคือไม่ชอบเล่นโซเชียลมีเดีย

ใช่ค่ะ น่าเบื่อมาก ออมเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะออมรู้สึกว่าถ้าเรามีเพื่อน เราคุยกับเพื่อนดีกว่าไหม เราเลือกแสดงออกกับคนที่เราไว้ใจดีกว่าไหม ทำไมจะต้องมานั่งดราม่าอยู่หน้าจอ ออมหาเหตุผลที่จะเล่นไม่ได้ เพราะออมมีเพื่อนที่ดีอยู่แล้ว และออมไม่รู้จะพิมพ์อะไร (หัวเราะ) คนที่ตั้งสเตตัสนี่เก่งมากเลยนะ เขาคิดได้ยังไงวะ เราไม่เคยคิดได้เลย ไม่มีครีเอทีฟด้านนี้ ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องไม่ดีนะ ก็เป็นแนวทางของเขาใช่ไหมคะ แต่พอเราอยู่ตรงจุดนี้ มีคนติดตามเยอะ ก็เรียนรู้ว่าเราพูดทุกสิ่งที่คิดไม่ได้ เพราะเราจะโดนตัดสินเสมอ คนภายนอกบางคนไม่รู้ว่าเรายังมีอีกหลายมิติ ไม่ใช่แค่สิ่งที่แชร์ในโซเชียลมีเดีย การวางตัวตรงนี้ต้องคิดเยอะ ต้องละเอียด ออมจึงเลือกที่จะไม่แสดงอะไรเลยดีกว่า แคปชั่นออมยังไม่ค่อยมีเลย

batch_s02_0177

Elle Men: แต่ในอินสตาแกรมคุณมีคนติดตามตั้ง 2 ล้านคน

งงมาก เอาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเลยดีกว่า ออมเริ่มเล่นเพราะเพื่อนสนิทสมัครให้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเล่นคือการต้องไปฟอลโลว์ รู้อีกทีคือมีตัว k โผล่มา ก็ถามเพื่อนว่าคืออะไร เพื่อนบอกว่าย่อมาจาก 1,000 เราก็ไม่ได้ลงรูปเยอะ แต่หลังจากมีซีรี่ส์ฟูลเฮาส์ ยอดฟอลโลว์เพิ่มขึ้นเป็นตัว m คราวนี้รู้แล้วว่าคือ 1 ล้าน ก็งงว่าทำไมคนตามเยอะจัง แต่ก็ดีใจที่คนให้ความสนใจและติดตามสิ่งที่เราทำอยู่ ทุกวันนี้โพสต์ตามแม่บอก (หัวเราะ) แฟนคลับจะมาบอกแม่ว่าให้ออมลงรูปหน่อยสิ แม่ออมก็ตลกมาก “ออมลงรูปเร็วลูก ส่งรูปมาให้แม่ลง” เราก็ “ค่ะๆ” เออออไป อะไรที่คนรอบตัวมีความสุขเราก็โอเค

Elle Men: คุณเล่นโซเชียลมีเดียอะไรบ้าง

ที่เล่นหลักๆ มีแค่อินสตาแกรม กับ Sina Weibo ที่เหมือนเป็นทวิตเตอร์ของจีน นอกนั้นไม่เล่น แต่มีเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ที่แฟนคลับทำให้หมดเลย หน้าที่ของออมมีอย่างเดียวคือกดปุ่ม แม้แต่แคปชั่นเขายังเขียนให้เลย ออมเป็นคนที่โง่เรื่องโซเชียลสุดๆ ไม่เคยเล่นอะไรตั้งแต่เด็ก

Elle Men: แต่คุณเคยโดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียจนถึงขั้นร้องห่มร้องไห้

ออมคิดว่าสังคมโซเชียลมีเดียในเมืองไทยทุกวันนี้มีความรุนแรงเยอะมาก ดราม่าจนน่าตกใจ คนบนโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลมาก ออมเคยมีข่าวแรงมากตอนที่ไปถ่ายไวรัลคลิปของขนมช็อกโกแลตแท่งยี่ห้อหนึ่ง เราไม่รู้จักเลยว่าคำว่าไวรัลคืออะไร ตอนเขาจ้างมาก็นึกว่าให้ไปเล่นละคร ยังงงเลยว่าทำไมใช้กล้องโทรศัพท์ถ่าย โคตรโง่เลย เราไม่เข้าใจว่า negative viral คืออะไร ทุกคนรุมด่าเรา นั่งร้องไห้ไป 3 วันว่านี่คือโลกของอะไร เสียใจมาก มันเป็นโลกที่เข้าใจยากมากสำหรับเรา จึงได้บทเรียนสำคัญมาว่า ไม่รู้ก็คือผิดอยู่ดี ยังไงเราก็ผิด เราต้องรู้ ต้องรอบคอบมากขึ้น ใส่ใจดีเทลมากขึ้น

Elle Men: หลังจากนั้นก็ยังคงมีข่าวไม่ดีของคุณออกมาเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ค่อยได้เล่นเนต คุณรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร

ออมไม่เข้าข้างตัวเอง แต่จะคิดก่อนว่าออมผิดจริงหรือเปล่าวะ ทุกครั้งที่มีใครว่าออม ออมจะคิดก่อนเสมอว่าเขาพูดถูกมั้ย ออมต้องมีส่วนผิดบ้างแหละ จะผิดมากหรือผิดน้อยก็คือผิด ต้องมี 20-30 เปอร์เซนต์ที่เราผิด ต้องรู้ให้ได้ว่าคืออะไร แล้วก็ครั้งหน้าอย่ามีอีกแล้วกัน สิ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้งก็เป็นประสบการณ์ที่บอกเราว่าควรจะทำยังไงในอนาคต เป็นเรื่องดีนะ ไม่ได้มีแต่เรื่องไม่ดีหรอก

Elle Men: เจอเรื่องบั่นทอนกำลังใจแบบนี้มีเบื่อบ้างไหม เคยเกิดความคิดบ้างไหมว่าฉันไม่เอาแล้ว พอแล้ว วงการบันเทิงไม่เหมาะกับฉันเลย

ไม่นะคะ เพราะหลังๆ ไม่เคยเข้าไปอ่านคอมเมนต์พวกนี้เลย (นิ่งคิดนาน) แต่ในวงการบันเทิงก็มีสิ่งที่ออมไม่ชอบและอยากเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน อย่างแรกคือออมไม่ชอบคนที่ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง ไม่ชอบคนทำงานไม่เต็มที่ ไม่ต้องไปยุ่งหน้าที่คนอื่น เอาหน้าที่ตัวเองให้ดีก่อน มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในกองถ่าย การไม่รอบคอบหรือทำงานบกพร่องไม่เพียงส่งผลเสียต่อตัวเองแต่ยังทำให้อีกหลายชีวิตต้องมารอคุณโดยใช่เหตุ

อย่างที่ 2 คือออมไม่ชอบความอคติของผู้บริโภคคนไทย บางคนยังแอนตี้และชื่นชอบความเป็นต่างประเทศมากกว่า ยังไม่ได้ดูเลยก็ติไว้ก่อน วิจารณ์เหมือนได้ดูหมดทั้งเรื่องแล้ว บางทีด่าแล้วไม่ดูด้วย อคติทำลายทุกอย่างและทำให้วงการพัฒนาได้ยาก ออมว่าสิ่งเหล่านี้โหดร้ายและบั่นทอนกำลังใจคนทำงานมาก ที่สำคัญมันยังเป็นวิธีคิดของคนกลุ่มใหญ่อีกด้วย

batch_s01_0105

Elle Men: พูดถึงงานนักแสดง เรารู้มาว่าคุณเข้าวงการด้วยความบังเอิญ ไม่ได้ชอบงานด้านนี้ตั้งแต่เด็ก คำถามคือตอนไหนที่คุณตัดสินใจว่าจะเป็นนักแสดง ตอนไหนที่คุณรู้สึกว่า ฉันรักงานนี้

เรียกว่าไม่เคยรู้ตัวเองว่าชอบอะไรเลยดีกว่า ไม่เคยมีความฝัน ไม่มีการวางแผน ทำตัวไร้สาระมาก จนพอมีรุ่นพี่ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการแสดงและกำกับการแสดง มศว แนะนำให้ไปสอบตรงและเอาใบสมัครมาให้ ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าละครเวทีคืออะไร พอสอบติด ได้เข้ามาเรียนแอ็กติ้งก็ชอบมาก หลงรักตั้งแต่ตอนนั้น เป็นครั้งแรกที่อยากตื่นเช้ามาเรียน เวลาเรียนแล้วเหมือนเราได้พบโลกใหม่ แล้วพอสอบก็ได้รับคำชมจากครูและการยอมรับจากเพื่อน ทั้งๆ ที่ตอนเด็กเราไม่ชอบการแสดงออกเลย ร้องไห้หนักมากตอนที่ต้องไปประกวดดาวคณะ จากนั้นก็มีโอกาสได้เข้ามาทำงานในวงการ คนดูเริ่มรู้จักและชอบ จึงได้ทำต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้รู้สึกสนุกมาก เคยคิดเหมือนกันว่าเราโชคดีมากจริงๆ ที่ได้ทำงานที่รัก

Elle Men: คุณเป็นนักแสดงไทยอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง มีแฟนคลับทั้งคนไทยและคนจีน อยากรู้ว่าคุณพอใจกับจุดที่ยืนอยู่ตอนนี้มากน้อยแค่ไหน

ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น ออมเป็นคนที่ไม่เคยคิดว่าอันนี้คือพอแล้ว ดีแล้ว ไม่เคยคิดว่าตัวเองดัง ออมคิดว่าออมก็ยังเป็นออม ยังเป็นคนตัวเล็กๆ เหมือน 5 ปีที่แล้ว ออมไม่ได้โฟกัสเรื่องชื่อเสียง แต่โฟกัสเรื่องงานมากกว่า ออมเป็นคนเครียดมากเรื่องงาน เครียดจนน่ากลัว เพราะอยากให้งานออกมาดี

Elle Men: เครียดอย่างไร เล่าให้ฟังหน่อย

อย่างตอนเล่นเรื่องใหม่ KISS ME รักล้นใจ นายแกล้งจุ๊บ นี่เครียดมาก เพราะเป็นซีรี่ส์ที่ดังมากจากไต้หวันและเกาหลี มีคนรอดูเยอะและมีเรฟเฟอร์เรนซ์จากหลายประเทศ เรารู้สึกกดดันเพราะเราก็เล่นซีรี่ส์รีเมกมาแล้วตั้ง 3 เรื่อง และมีกระแสว่าทำไมเป็นออมอีกแล้ว 3 วันแรกที่ถ่าย นอนไม่หลับเลยซักวันเพราะหาคาแรกเตอร์ไม่เจอ โทรคุยกับไมค์ (พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล) ทุกวันว่าเล่นยังไงดีวะ กดดัน ไม่อยากให้คนผิดหวัง

Elle Men: กระบวนการทำงานของคุณเป็นอย่างไร จริงจังมากแค่ไหน 

กระบวนการที่ต้องทำร่วมกับผู้กำกับอยู่แล้วคืออ่านบท วิเคราะห์บท แต่ที่ออมชอบทำอีกอย่างคือการหาชอยส์ เหมือนเราไปเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าว่าวันนี้เราจะแต่งตัวสไตล์ไหน จะโมฮีเบี้ยนหรือจะเรียบหรู วิธีและปริมาณในการปล่อยอารมณ์ก็สำคัญ ต้องดูหนังเยอะๆ เพื่อหาแอ็กติ้งที่ใช่ เช่น นาตาลี พอร์ตแมนเล่นเรื่องได้ดี เราก็หยิบมาใช้ ออมไม่เคยคิดว่าเล่นยังไงให้แบ๊ว แต่ต้องเล่นให้เป็นตัวละครตัวนั้นมากกว่า ฟังดูเหมือนเป็นการเล่นละครเวที เพราะออมโตมากับสายนี้

Elle Men: ความยากของการรับบทเป็นตัวละครแบ๊วๆ คืออะไร 

ตัวละครบางตัวโง่มาก (หัวเราะ) เป็นคนที่มีไอคิวต่ำมาก ตอนแรกออมไม่เชื่อนะ จะแบ๊วไปไหน แค่นี้ร้องไห้ได้ไงวะ คือกูจะร้องได้ไหมเนี่ย ออมเรียกการเล่นแบบนี้ว่าต้องถอดตัวเองออกไป เพราะเราอายุ 27 ปีแล้ว คิดเยอะแล้ว มีประสบการณ์ชีวิตเยอะแล้ว แต่ตัวละครมีประสบการณ์ไม่เท่าเรา ทำยังไงให้แววตาและความคิดของตัวละครออกมา ต้องถอด 10 ปีของเราออกไป เราต้องเล่นและเชื่อในแบบเขาให้ได้ ร้องไห้ก็ไม่ใช่ร้องไห้ในแบบเรา ต้องร้องไห้ในแบบเขา มันคืออีกสเต๊ป ถามว่าแค่ร้องไห้ นักแสดงคนไหนก็ร้องได้ แค่ให้น้ำตาไหล แต่จะทำยังไงให้คนเชื่อว่าตัวละครตัวนั้นกำลังร้อง ไม่ใช่ออมร้อง มันลึกลงไปอีก ออมก็เลยเครียด เหมือนเราอยู่ในจุดที่เอาแค่พอผ่านไม่ได้ ต้องทำให้เพอร์เฟ็กต์

Elle Men: อยากได้บทอื่นนอกจากบทแบ๊วๆ บ้างไหม บทไหนที่คุณอยากเล่นมากที่สุด

อยากเล่นบทซับซ้อน บทที่ ‘มีอะไร’ เช่น คนตาบอด หรือคนที่มีความซับซ้อนทางจิตใจ หรือบทที่คนไม่คิดว่าเราจะเล่น ออมชอบที่ได้ทำอะไรใหม่ๆ ให้กับวงการ อย่างซีรี่ส์รีเมกตอนแรกก็ไม่ค่อยมีคนทำหรือตอนเล่นหนังทอมดี้ก็ไม่มีดาราในวงการคนไหนรับเลย เราคิดว่ายิ่งแปลกยิ่งดี สนุกที่ได้ทำอะไรใหม่ๆ

batch_s02_0117

Elle Men: เรื่องเงินมีส่วนไหม

มีอยู่แล้ว (หัวเราะดังมาก) เราไม่ได้เป็นนางงามนะคะ อย่างเช่นบทนี้ไม่ได้ดีมาก แต่เงินถึงมากเลย เล่นก็แล้วกัน แต่ถ้ามีบทที่ดีมาก เล่นแล้วได้พัฒนาตัวเอง เงินน้อยหน่อยก็อาจจะรับ ต้องเวทกัน

Elle Men: นอกจากมีแฟนคลับมากมายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่คุณมีมาตลอดคือ ‘คู่จิ้น’ คุณน่าจะเป็นดาราที่มีคู่จิ้นติดอันดับประเทศเลยก็ว่าได้

เออ ทำไมนะ ตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคู่จิ้นคืออะไร ออมกับตี๊นา (ศุภนาฎ จิตตลีลา) เป็นคู่แรกๆ ของวงการ คู่จิ้นสร้างยากนะ ตั้งใจก็ทำไม่ได้ เราคงเป็นธรรมชาติกันมั้ง ไม่คิดเยอะ คนดูชอบที่เราแสดงด้วยกัน ก็ยิ่งดี เพราะออมเชื่อตลอดว่าการแสดงจะดีได้ก็เพราะคนที่เล่นฝั่งตรงข้าม ไม่ใช่เพราะเรา ถ้าฝั่งตรงข้ามเล่นดี ส่งพลังกัน เราก็จะเล่นดีด้วย

Elle Men: แล้วคู่จิ้นอย่างไมค์ล่ะ ตกลงรักกันจริงหรือเปล่า 

ต้องเล่าก่อนว่าออมเป็นคนจริงใจกับเพื่อนมาก ถ้าออมรู้จักใครก็จะให้ใจเพื่อนมากๆ แต่วันหนึ่งเมื่อรู้ว่าต้องเป็นเพื่อนกับไมค์ ต้องเข้าใจ ออมทำใจไม่ได้ เพราะออมไม่ชอบเขาเลย ไม่ได้เกลียดเขาแบบนั้นนะ แต่ออมเคยถ่ายหนังกับเขาครั้งหนึ่งแล้วเคมีไม่ตรงกัน จะเท่จะเก็กไปไหนวะ เลยสงสัยว่าจะเล่นได้หรือ พี่อนันดา (อนันดา เอเวอร์ริงแฮม เป็นโปรดิวเซอร์ซีรี่ส์ฟูลเฮาส์) ยังไม่ยอมบอกเราเลย เพราะกลัวออมจะไม่รับเล่น ตอนแรกออมหงุดหงิดใจกับเขามาก แต่พอต้องเล่นด้วยกันจริงๆ ก็พยายามทลายกำแพงทุกอย่าง ไม่งั้นเราจะทำงานกับเขาไม่ได้ ถ้าไม่ยอมเปิดใจ จึงพยายามทำความเข้าใจแบ๊กกราวนด์ชีวิต พอเริ่มเข้าใจก็เป็นเพื่อนกันได้ สนิทกันระดับหนึ่ง มีจุดคลิก ไอ้เรื่องตั้งใจให้เป็นคู่จิ้นน่ะไม่มีอยู่แล้ว เพราะเอาแค่เล่นด้วยกันให้ดียังยากเลย โฟกัสแค่เรื่องนี้

Elle Men: เวลามีข่าวจิ้นกัน เชียร์ให้หอมแก้มกันเพื่อให้แฟนๆ ได้ฟิน คุณรู้สึกอย่างไร

ก็ไม่รู้สึกยังไง ต่างคนต่างทำหน้าที่มากกว่า นักข่าวก็ทำหน้าที่ของเขา แฟนคลับก็มีความสุข มีแต่เรื่องดีๆ คือออมเป็นคนไม่คิดมาก ถ้าทำอะไรแล้วคนรอบตัวมีความสุขก็โอเค แค่นั้นแหละ

Elle Men: เท่าที่คุยกันมา คุณเป็นคนประนีประนอมมาก ใครจะมองว่าแบ๊วก็ไม่เป็นไร จะจับไปจิ้นกับคนไหนก็ไม่โกรธ 

ออมว่าทุกคนก็มีสุขบ้างทุกข์บ้าง จิตใจไม่นิ่งหรอก เราไม่ใช่พระ มีบ้างที่ปรี๊ดแตก “อะไรวะ!” มันมีอยู่แล้ว แต่มีแล้วก็ผ่านไป เดี๋ยววันหนึ่งก็ลืม ออมเป็นคนลืมง่ายมาก ลืมง่ายจนน่าตกใจ ชีวิตออมไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ง่ายๆ ขอแค่ได้ดูหนังที่อยากดู กินอะไรที่อยากกิน ได้พักผ่อนบ้าง ไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างจังหวัด ได้ชิลๆ นิดหน่อยนอกเวลางาน

Elle Men: มองอนาคตตัวเองไว้อย่างไร แพสชั่นในหน้าที่การงานคืออะไร 

ออมเป็นคนวางแผนไม่ค่อยเก่ง ก็เลยไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แค่คิดว่าอะไรที่ได้มา ออมจะไม่ทำให้มันพลาด แพสชั่นสูงสุดของออมตอนนี้กลับไม่ใช่รางวัล แต่อยากทำให้คนรอบข้างเรามีความสุข พ่อ แม่ คนที่รักเราหรือคนที่รอดู เขามีความสุขกับผลงาน ออมไม่ได้มีผลงานเยอะนะ ปีหนึ่งเด่นๆ ก็เรื่องนึง ทำยังไงให้ช่วงเวลาเล็กๆ ที่เขาได้ดู เขาอิ่มกับการรอคอย มันเป็นแพสชั่นเพราะนี่คือสิ่งที่เรารักและก็ทำให้คนอื่นมีความสุขด้วย

Elle Men: ได้ข่าวว่าคุณสนใจและศึกษาธรรมมะอยู่พอตัว มีวิธีคิดสักอย่างที่อยากแบ่งปันกันไหม

ทุกอย่างอยู่ที่วิธีคิดค่ะ มันมีวิธีให้มองโลกเยอะมาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันอยู่ที่ว่าเราจะตั้งรับอย่างไร พ่อออมจะสอนเสมอว่า ถ้าเกิดมีเรื่องไม่ดีเข้ามาในชีวิต เราต้องพูดกับตัวเองในหัวก่อนว่า “ก็ดีนะ” แล้วไปหาอะไรที่มันดี สมมติว่าละครเราโดนยกเลิกกะทันหัน อยู่ดีๆ ต้องว่าง 1 เดือน ถ้าเรามีวิธีคิดว่า “ทำไมทำแบบนี้วะ ทีมโปรดักชั่นแย่มาก” ก็ทุกข์ใช่ไหมคะ แต่ถ้าเปลี่ยนวิธีคิดเป็น “ก็ดีนะ จะได้มีเวลาพักผ่อน ไม่ได้พักนานแล้วเหมือนกัน” ก็จะเป็นอีกแบบนึงทันที

ออมว่าจะทุกข์หรือจะสุขต้องเริ่มจากวิธีคิดของเราเอง

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2016/04/cover-9.jpg