FEMME
เปิดทัศนคติ และการทำหน้าที่ของ กุ๊กไก่-มานิสา พงษ์พรต
Drama Queen

คนไทยนั้นชอบ ‘สาวๆ สวยๆ’ และอีกอย่างที่ชอบพอๆ กันก็คือเรื่อง ‘ดราม่า’ นั่นอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ประกวดนางงามเยอะแยะมากมายมีชื่อเสียงโด่งดังไปอย่างไม่ต้องสงสัย… จากอดีตก็ปรากฏชัดแล้วว่าสังคมไทยลากสาวสวยหรือเหล่านางงามไปสู่โลกดราม่า ด้วยการขุดคุ้ยหรือสร้างประเด็นต่างๆ จนเกิดข้อโต้เถียงในสังคม เช่น ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่แจ้งเกิดจากเวทีนางสาวไทย และมีประเด็นดราม่าให้ถกเถียงบนโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง แต่กลับส่งเสริมให้เธอมีพื้นที่ข่าวมากขึ้นๆ หรือแม้แต่ชาวต่างชาติ Natalie Glebova ที่มาคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลในประเทศไทย ก็สามารถสร้างอาชีพในวงการบันเทิงได้ แม้เธอจะมีเรื่องราวดราม่าอยู่ไม่น้อย…ไม่เชื่อก็ลองไปถามภราดร ศรีชาพันธุ์ สามีเก่าของเธอดู

อย่างไรก็ตาม พวกเธอเหล่านี้เริ่มต้นเข้าประกวดตั้งแต่ยังสาว แล้วสำหรับคนที่ผ่านวัยสาวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่…จะสามารถก้าวสู่ความสำเร็จเฉกเช่นเด็กสาวเหล่านั้นได้หรือไม่ เวที Mrs. Thailand Universe กำลังพยายามหาคำตอบนี้ ใช่แล้วคุณอ่านไม่ผิดหรอก เวที ‘Mrs.’ Thailand Universe ไม่ใช่ Miss ซึ่งจัดการประกวดขึ้นเป็นปีแรกในเมืองไทย และได้จุดกระแสความสนใจให้กับผู้หญิงวัยเข้าเลขสามกับบรรดาสื่อนอกไม่น้อย

และในครั้งนี้ Elle Men Thailand มีโอกาสได้นั่งคุยกับ ‘กุ๊กไก่-มานิสา พงษ์พรต’ เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากเวที Mrs. Thailand Universe ผู้หญิงแกร่งที่ยังรับบทบาทเป็นพิธีกร นักแสดงอิสระ นางแบบถ่ายโฆษณา เจ้าของธุรกิจนำเข้าสินค้าแม่และเด็ก และทำงานที่ผูกพันกับเธอตลอดชีวิตคือการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว (single mom) ของลูกสาวหนึ่งคน… ล่าสุด เธอคนนี้เพิ่งตกเป็นประเด็นดราม่าในสังคม แต่กลับสร้างชื่อให้เธออย่างคาดไม่ถึง

: สังคมไทยกับมุมมองการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว
ปัจจุบันนี้คนเริ่มให้ความสนใจและมองเห็นผู้หญิงในมุมของคนทำงาน มุมของคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงและหาเงินมาดูลูกด้วยตัวคนเดียว และไม่ใช่มองแค่รูปลักษณ์ภายนอก

: แตกต่างจากสมัยก่อนหรือไม่
สมัยก่อนเราก็เคยเห็นคนรุ่นแม่ที่เป็นผู้หญิงทำงานและเลี้ยงลูกถึง 3-4 คน แต่คนบ้านนอกก็จะมองติว่าเป็นแม่ม่าย ถูกสามีทิ้ง ซึ่งทำให้คนเหล่านั้นใช้ชีวิตอย่างลำบาก หรือแม้กระทั่งในเชิงการค้า ทำมาหากิน แต่สำหรับทุกวันนี้ผู้หญิงก้าวขึ้นมาในแนวหน้า และแสดงให้เห็นแล้วว่าเราเก่งไม่แพ้หรืออาจจะเก่งกว่าผู้ชายในหลายๆ เรื่องเลยด้วยซ้ำ มีอะไรบ้างที่ผู้ชายทำได้แล้วผู้หญิงทำไม่ได้

: ใครๆ ก็มักจะมองคุณแม่ของตัวเองเป็นต้นแบบ แต่ไม่ใช่แม่ของทุกคนจะเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียว และยังประกวดนางงามอีกด้วย
ใช่ค่ะ และช่วงนี้ก็วุ่นมาก ดูโหดเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งเรื่องส่วนตัว ไหนจะต้องดูแลลูก รับ-ส่งที่โรงเรียน ที่มันดูหนักเพราะต้องเดินสายสื่อ ด้วยพื้นฐานของคนสายฟรีแลนซ์ด้านสื่อและบันเทิง มีอะไรต้องทำหมด ยิ่งมีภาระทางบ้านด้วย ยิ่งแล้วใหญ่

: ที่ไหนมีความดัง ที่นั่นย่อมมีดราม่า คุณเชื่อเรื่องนี้ไหม
เชื่อค่ะ เพราะเห็นอยู่ในหลายๆ เคสด้วยกัน ถ้าเป็นคนที่อยู่ในกระแสที่สังคมสนใจก็จะกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที แต่ประเด็นของกุ๊กไก่นั้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องนะคะ

: ประเด็นเรื่องมงกุฎที่มีคนกล่าวหาว่าคุณไปซื้อมาจากสำเพ็ง เพราะกองประกวดถังแตก คุณจึงต้องหาซื้อมาใส่เอง แต่การมุ่งโจมตีกลับพลิกสถานการณ์ให้คุณกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ถึงขั้นต่างชาติให้ความสนใจ และสปอนเซอร์โฆษณาวิ่งเข้าหามากมาย
(สีหน้าเครียดทันที) อย่างที่กองประกวดฯ แถลงข่าวกับสื่อว่าเกิดความผิดพลาดทางโพรเซส เนื่องจากปีนี้เป็นการจัดการประกวดขึ้นเป็นปีแรกจึงมีความผิดพลาดขึ้นเป็นธรรมดา โดยตอนการประกาศรับรางวัล ทางกรรมการลืมนำมงกุฎของกุ๊กไก่ขึ้นไปด้วย แต่ได้นำมามอบให้ด้านล่างเวทีก่อนจะถ่าย ‘ภาพ’ ที่กลายเป็นประเด็นขึ้นมา ซึ่งที่จริงเขาตั้งใจจะโจมตีกองประกวด แต่เราดันติดร่างแหไปด้วย

: เคยมีคนพูดว่า publicity ไม่ว่าในแง่ลบหรือในแง่บวก สุดท้ายก็เป็น positive publicity อยู่ดี เพราะคนจะรู้จักคุณเยอะขึ้น แต่ในแง่บวกหรือแง่ลบก็ว่ากันไปตามกรณี
ตอนนั้นรู้สึกโกรธมากที่อยู่ๆ ก็มีคนมาว่าเรา ลูกสาวเราก็อ่านโพสต์ในโซเชียลมีเดีย ดูทีวี ก็ไม่อยากให้ลูกเข้าใจผิด แถมเราก็วิ่งเต้นเหนื่อยมาเพื่อที่จะเข้าประกวด เอาชนะ และเปิดทางในเชิงอาชีพของเรา ก็มีคนพยายามจะทำร้ายเรา ตอนที่ตอบโต้ไปทางโซเชียลมีเดียก็รู้สึกไม่ค่อยดี ลึกๆ กลัวว่ากระแสจะทำให้เราไม่สามารถหางานทำได้ เราจะหาเลี้ยงลูกสาวยังไง

: แต่ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีใช่ไหม แถมเวลานี้กระแสของคุณในเวทีโลก ที่ประเทศสิงคโปร์ ก็แรงพอสมควร
ไม่ทราบค่ะ เท่าที่รู้ก็คือ มีสื่อนอกติดต่อมาคุยเกี่ยวกับประเด็นซิงเกิ้ลมัม และการจัดงาน Mrs. Thailand Universe เป็นครั้งแรกในเมืองไทย รวมถึงมุมมองการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมคนไทยในเชิงผู้หญิงตัวคนเดียว

: อยากให้พูดถึงการประกวดในอีกสองเดือนข้างหน้า คิดว่าจะคว้ารางวัลอะไรกลับมาอีกหรือไม่
ไม่ค่ะ แต่พยายามเต็มที่ อาจฟังดูเป็นคำตอบที่น่าเบื่อและเดิมๆ พูดได้แค่นี้จริงๆ ไม่ได้หวังอะไร ขอแค่งานนี้ช่วยเปิดทางให้เรามีงานในแวดวงสื่อหรือบันเทิงมากขึ้น หาเลี้ยงดูแลลูกสาวและดูแลครอบครัวได้ก็พอแล้ว

ติดตามการสัมภาษณ์ทั้งหมดได้ที่นิตยสารแอลเมน ฉบับเดือนกรกฎาคม

สไตลิสต์: ชนิตตนัณท์ ณรงค์ฤทธิ์ธำรง Producer: พิทักษ์ สมนึกขวัญดี
Interns: ศรีสิทธิ์ วงศ์วรจรรย์, ศรัณยา ตั้งวรเชษฐ

เรื่อง : นพนันท์ อริยะวงศ์มณี, Interns: ศรีสิทธิ์ วงศ์วรจรรย์, ศรัณยา ตั้งวรเชษฐ
ภาพ : อรรคพล คำภูแสน
 
you may also like
FEMME
การควบคุมสถานการณ์แบบมืออาชีพ
FEMME
สาวน้อยในโลกดิจิทัลใบใหญ่
FEMME
เยี่ยมบ้าน สนทนาเรื่องดีไซน์และความแอนตี้แฟชั่น กับนักออกแบบกระเป๋า
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/07/sq-5-1024x1024.jpg