FASHION
สำรวจความเปลี่ยนแปลงในโลกแฟชั่นของกลุ่มยักษ์ใหญ่ LVMH
ใครอยู่ใครไปในโลกของ LVMH

เหล่า Creative Director ของแบรนด์แฟชั่นในเครือ LVMH

ยุคนี้เหลือน้อยเต็มทีที่แบรนด์แฟชั่นใหญ่ๆ จะยังเป็นธุรกิจครอบครัวอยู่ เพราะส่วนมากมักจะขายกิจการให้กับกลุ่มนายทุนนำไปบริหารเกือบหมดแล้ว และกลุ่มทุนที่โด่งดังมากๆ ในโลกแฟชั่นนั้นก็คงหนีไม่พ้นกลุ่ม LVMH ที่ถือครองแบรนด์เก๋าๆ อย่าง Louis Vuitton, Dior, Celine และอื่นๆ ที่คุ้นหูเราอีกเพียบ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายตำแหน่งครีเอทีพไดเร็กเตอร์กันเป็นว่าเล่น เรามาดูกันหน่อยว่าแบรนด์ไหนใน LVMH ที่พบกับความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้บ้าง


Hedi Slimane

Celine: แบรนด์แสนหวานอย่าง Celine ได้ครีเอทีพไดเร็กเตอร์คนใหม่เป็น Hedi Slimane ผู้ที่เคยฟื้น Dior Homme ให้กลับมายืนแถวหน้าในวงการแฟชั่นผู้ชายได้อีกครั้ง ซึ่งการที่ Slimane มา Celine ครั้งนี้ เขาประกาศว่าจะออกไลน์ Menswear ให้กับแบรนด์อีกด้วย


Kris Van Assche

Dior Homme: หลังจากที่ Kris Van Assche ร่วมงานกับ Dior Homme มากว่า 11 ปี (ต่อจาก Hedi Slimane) เมื่อสัปดาห์ก่อนเข้าก็ได้ประกาศวางมือพร้อมได้ Artistic Director คนใหม่ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน กลายเป็นมิสเตอร์ Kim Jones ผู้นำกระแสไฮเอนท์สตรีตเข้ามาทำให้ Louis Vuitton ครองอันดับ 1 แบรนด์แฟชั่นยอดเยี่ยมของโลกในปีที่แล้วนั้นเอง

Kim Jones


Virgil Abloh

Louis Vuitton: Kim Jones ย้ายบ้านไปไม่ไกลเพราะเขาไปอยู่กับ Dior Homme ส่วนคนที่มาแทนที่เขาก็ไม่น่าแปลกใจเพราะ Louis Vuitton เลือกใช้บริการดีไซน์เนอร์สุดสตรีตอีกคนนั้นก็คือ Virgil Abloh แห่ง Off-white มาดำรงตำแหน่ง Artistic Director แทนนั้นเอง งานนี้บอกเลยว่าได้เห็นความสตรีตแบบหรูหราจากแบรนด์ไปอีกยาวแน่ๆ


Haider Ackermann

Berluti: ล่าสุดเป็นคิวของแบรนด์ Menswear เต็มตัวแบรนด์เดียวของ LVMH อย่าง Berluti ที่มีครีเอทีพไดเร็กเตอร์คือ Haider Ackermann ซึ่งหลังจากทำงานกับแบรนด์ได้เพียง 3 Seasons เขาก็ได้โบกมือลา Berluti ไปแล้วเรียบร้อย แต่ยังไม่มีรายงานมาว่าใครจะมาแทนทีเขา มีเพียงแค่คำชมเชยของแบรนด์ที่ออกมาบอกผ่านอินสตาแกรมว่าเขาคือหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของแบรนด์

………………………………..

อัพเดทล่าสุดก็กลายเป็นว่าคนที่มานั่งเก้าอี้ Artistic Director ของ Berluti นั้นก้ไม่ใช่ใครที่ไหน กลายเป็น Kris Vann Assche ที่ย้ายบ้านมาจาก Dior Homme นั้นเอง ส่วน Haider นั้นยังไม่มีความคืบหน้าออกมาว่าเขาจะไปลงเอยกับแบรนด์ไหน

Kris Van Assche


นอกจากนี้ด้านแผนการตลาดของกลุ่ม LVMH ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย เมื่อหลายๆ แบรนด์เริ่มให้ความสนใจกับการทำ Online Marketing รวมทั้งใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มยอดขายมากขึ้น อย่าง Celine ที่เปิดเว็บไซต์ E-Commerce มาแล้วหรือ Chanel เองก็เริ่มใช้ AR Technology บ้างแล้ว

การเปลี่ยนตัวของเหล่า Creative Director นั้นไม่ต่างอะไรจากการซื้อขายนักฟุตบอลระหว่างสโมสรชื่อดัง เพราะในยุคที่เหล่าผู้ก่อตั้งแบรนด์แทบไม่มีส่วนร่วมใดๆ ในการออกแบบแล้ว หน้าที่ทั้งหมดจึงตกเป็นของ Creative Director ที่ต้องแบกรับความกดดันทั้งจากนายทุนและกลุ่มลูกค้าเก่า รวมทั้งชื่อเสียงที่แบรนด์สั่งสมมาไว้บนบ่าของตัวเองแต่เพียงลำพัง แต่นั้นก็แลกมากับว่าตอบแทนที่สูงลิ่วตามไปด้วย (มีรายงานว่าสมัย John Galliano อยู่กับ Dior นั้น เขาได้รับเงินเดือนสูงถึง 1 ล้านยูโร และยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าอื่นๆ ที่แบรนด์ซัพพอร์ตให้อีก)

ดังนั้นการทำงานของ Creative Director ก็เหมือนกับการหาความเข้ากันได้ของตัวคนและตัวแบรนด์เพราะที่จะได้ผลิตงานออกมาได้ตรงตามกลุ่มลูกค้าและยังไม่ทำให้เหล่าดีไซน์เนอร์รู้สึกอึดอัดใจในการทำงาน เมื่อผลตอบรับดี ยอดขายดี แบรนด์และ Creative Director ก็อยู่รวมกันได้อย่างยาวนานแบบราบลื่นเหมือนที่เราเห็นคุณลุง Karl Lagerfeld อยู่กับ Chanel มาอย่างยาวนาน แต่หากความต้องการของแบรนด์เปลี่ยนไปความเปลี่ยนแปลงก็ย่อมตามมาเสมอ อย่างเช่นที่มีข่าวว่า Burberry ต้องการเปลี่ยนดีไซน์ให้เด็กลงและมีความสตรีตมากขึ้น ผลคือการลาออกของ Christopher Bailey และได้ Riccardo Tisci มาแทนนั้นเอง

ด้วยเหตุที่ว่ามาทั้งหมด การเปลี่ยน Creative Director จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอในวงการแฟชั่น เพราะมันหมายถึงการชี้เป็นชี้ตายของอนาคตแบรนด์ได้เลยว่าจะอยู่หรือไป แต่สำหรับผู้บริโภคอย่างเราก็ต้องบอกว่าเป็นโชคดีมากกว่าที่จะได้เห็นดีไซน์เสื้อผ้าที่หลากหลายมากขึ้นนั้นเอง

เรื่อง : KANT
ภาพ : Courtesy, Getty Images, Imaxtree
you may also like
FASHION
Gucci จับมือกับดีไซเนอร์ไอคอนแห่งยุค 80's
FASHION
ออกรองเท้าใหม่สุดสร้างสรรค์ด้วยคอนเซปท์ Art and Craft
FASHION
แรงบันดาลใจสำหรับเสื้อผ้าสไตล์ใหม่ๆ
FASHION
นอกจากความยาวแล้ว Versace ก็ใส่อะไรให้คิดกันด้วย
FASHION
เชื่อว่าหลายคนกำเงินรอตั้งแต่ต้นปีแล้ว
FASHION
พื้นที่ 82 ตารางเมตร กับสัญญาเช่ามูลค่า 700 ล้านบาท
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2018/03/LVMH-What-happen-SQ.jpg