FASHION
อะไรทำให้ Virgil Abloh ติดอันดับผู้ทรงอิทธิพลของโลกปีนี้
The right man, in the right place, at the right time

ในช่วงที่เรากำลังพักผ่อนอย่างสบายอกสบายใจระหว่างวันหยุดยาวของสงกรานต์ที่ผ่านมานั้นก็ได้มีเรื่องราวเล็กๆ แต่น่าสนใจเกิดขึ้นนั้นก็คือการออกมาประกาศ 100 รายชื่อผู้ทรงอิทธิพลของนิตยสาร TIME ประจำปี 2018 ที่หนึ่งในนั้นเป็นดีไซน์เนอร์ที่คอแฟชั่นต้องคุ้นหูกับเขาเป็นอย่างดี นั้นก็คือ Virgil Abloh ดีไซน์เนอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันวัย 38 คนนี้นั้นเอง

Virgil Abloh

แล้วอะไรกันที่ทำให้ชายหนุ่มวัย   38 คนนี้ก้าวเข้ามาสู่ 1 ใน 100 อันดับได้ เราคงต้องท้าวความสักนิดว่าเขานั้นเรียนจบทางด้านวิศวกรรมโยธาและสถาปัตยกรรมมา ประวัติเช่นนี้คงทำให้หลายคนแปลกใจไม่น้อยว่าชายที่แทบไม่ได้เกี่ยวข้องกับแฟชั่นสามารถปลุกปั้นแบรนด์ Off-white ให้กลายมาเป็น Urban Luxe Brand ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว รวมทั้งได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากแร็ปเปอร์สุดเฟี้ยวตัวพ่ออย่าง Kanye West ให้เป็นสไตลิสส่วนตัว ไหนจะงานดีเจและการเป็น Creative Director ให้กับการทำ Content หลายๆ อย่างของ Kanye ด้วย และกับตำแหน่งสุดยิ่งใหญ่ล่าสุด Artistic Director ฝั่ง Menswear ของ Louis Vuitton ต่อจาก Kim Jones ก็เป็นของเขาและทำให้เขาเป็นดีไซน์เนอร์ผิวสีเพียงไม่กี่คนที่มารับตำแหน่งใหญ่โตในแบรนด์แฟชั่นเก่าแก่แบบนี้ได้ (อีกคนคือ Olivier Rousteing ที่คุมตำแหน่ง Creative Director ของ Balmain อยู่ ณ ขณะนี้)

Olivier Rousteing

เมื่อมองถึงวิธีการตัดสินคนเข้ามาเป็น 1 ใน 100 อันดับผู้ทรงอิทธิพลของ Time ที่ระบุไว้ว่าพวกเขามองจากเหตุการณ์และผลงานปัจจุบันว่าคนๆ นั้นสร้างปรากฏการณ์อะไรในโลก ณ เวลานี้ได้บ้าง (เราจึงเห็นกลุ่มคนอายุน้อยกว่า 40 ปีมากขึ้น รวมทั้งมีผู้หญิงติดอันดับมากขึ้นด้วย) ซึ่งถ้านำมาพิเคราะห์กับกระแสในโลกแฟชั่นตอนนี้ที่มุ่งเน้นความเด็ก เจาะกลุ่มวัฒนธรรม Youth Culture ซึ่งผลงานของ Off-white หลายต่อหลายซี่ซั่นก็ได้พิสูจน์แล้วผ่านปรากฏการณ์ความ Hype ของแถบเหลืองคาดโลโก้ Off-white ให้ดังไปทั่วโลก ไหนจะรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น The British Fashion Awards 2017 ที่เขาชนะในสาขา Urban Luxe Brand ไป หรือจะในปีนี้ที่ชื่อของเขาถูกเสนอเข้าชิงรางวัล CFDA ในสาขาใหญ่ๆ ทั้ง 2 สาขาคือ Womenswear Designer of the Year และ Menswear Designer of the Year ก็ล้วนแต่พิสูจน์ความสามารถอันล้นเหลือของชายผู้นี้ได้อย่างดีเยี่ยม

ปัจจัยสุดท้ายที่เราจะพูดถึงนั้นก็คือเรื่องของเชื้อชาติ ถ้าติดตามข่าวภายในสหรัฐอเมริกาตอนนี้จะเห็นว่าปัญหาเรื่องการเหยียดเชื้อชาตินั้นกำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะปัญหาของชาวผิวสีกับรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหลายครั้งที่ Virgil เองก็ได้ออกมาสนับสนุนชาวผิวสีด้วยกัน อย่างเช่นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2017 ที่ทรัมป์ออกมาประณามนักกีฬา NFL ที่ไม่ยอมยืนเคารพธงชาติแต่กลับคุกเข่าลง ซึ่งนักกีฬา NFL ผิวสีหลายคนทำแบบนี้เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านและสร้างความตระหนักเรื่องปัญหาการเลือกปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยผิวสีในสหรัฐฯ โดยหลังเหตุการณ์นี้ผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์ Virgil ก็ได้ย่อเข่าลงบนรันเวย์หลังจบแฟชั่นโชว์ของเขาแทนการโบกมือใน Paris Fashion Week เพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุนคนผิวสีด้วยกัน

Virgil Abloh และ Naomi Campbell ที่โชว์ของ Off-white ใน Paris Fashion Week SS18 เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

ประวัติที่ดูไม่เกี่ยวข้องกับวงการแฟชั่นแต่ผลงานกลับเฉียบขาดทั้งเรื่องดีไซน์และยอดขาย บวกกับความเข้าใจสถานการณ์ความเป็นไปของโลกภายนอกไม่ใช่เพียงแต่ภายในอุตสาหกรรมแฟชั่นเท่านั้น ทั้งหมดนี้คือสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ Virgil สามารถชนะใจนิตยสาร Time แล้วผ่านเข้ามาเป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลประจำปีนี้ได้สำเร็จนั้นเอง

เรื่อง : KANT
ภาพ : ELLE US, ELLE South Africa, Getty Images
you may also like
FASHION
ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ สำหรับรองเท้าสนีกเกอร์สุดล้ำ Nike Air VaporMax
FASHION
ผลงานของ Andy Warhol ถูก Raf Simons หยิบยืมมาใส่ไว้ในงานด้วย !
FASHION
การลงทุนที่คุ้มค่าของ Louis Vuitton เมื่อจับมือกับ FIFA อีกครั้ง
FASHION
ใส่วิ่งหรือเดิน ก็เหมาะไปหมด !
FASHION
สไตล์แฟชั่นที่ไม่เคยมีคำว่าเชย
FASHION
บอกเลยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก !
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2018/04/virgil-SQ-1024x1024.jpg