FASHION
Kris Van Assche แห่ง Dior Homme กับกระบวนการทำงานสุดเท่
The Creative Director of Dior Homme

 

: ตลอดสิบปีที่ผ่านมา สไตล์การออกแบบของคุณเปลี่ยนไปอย่างไร
เอสเธติกของผมเองนั้นพัฒนาขึ้นมาพร้อมกับชีวิตส่วนตัวของผม ชีวิตการทำงาน และประสบการณ์ในวงการเมนส์แวร์ที่ผ่านมาล้วนหล่อหลอมให้ผมมีสไตล์อย่างในทุกวันนี้ แต่ในส่วนของดิออร์ ออมนั้นแตกต่างจากที่กล่าวมาอย่างสิ้นเชิง ผมกล้าที่จะเล่นกับรูปแบบของโครงเสื้อมากขึ้น รวมถึงผสมผสานดีเอ็นเอของ Mr. Dior และของผมเองลงในคอลเล็กชั่น ซึ่งนั่นหมายถึงความผสมผสานกันของเอสเธติกความโรแมนติกในรากของดิออร์ และหยอดกลิ่นของสปอร์แวร์และสตรีตคัลเจอร์ไว้อย่างลงตัวและกลมกล่อม

: ในช่วงปีหลังๆ คอลเล็กชั่นของคุณดูมีพลังมากขึ้นเมื่อเทียบกับคอลเล็กชั่นแรกๆ ตอนที่คุณคุมบังเหียนดิออร์ ออม
ผมคิดว่ามันไม่ใช่พลังงานที่มากขึ้น แต่เป็นพลังงานที่แตกต่างมากกว่า แน่นอนที่สุดรากของแบรนด์ดิออร์และความหรูหราคือปัจจัยหลักในการสร้างคอลเล็กชั่น แต่ตอนนี้สำหรับผม ผมสนใจกับการปะทะกันของไอเดียและคัลเจอร์ที่ต่างกันหน้ามือเป็นหลังมือเสียมากกว่า ส่วนผสมที่ลงตัวในคอลเล็กชั่นคือความแตกต่างและเสน่ห์แห่งความขัดแย้งของวัยรุ่นยุคใหม่ ดนตรีอันเดอร์กราวนด์ที่ไม่คุ้นหู ผู้คนสตรีตคัลเจอร์ และดีเอ็นเอของดิออร์

: สำหรับคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2017 คุณทำให้เราได้เห็นลูกเล่นมากขึ้นจากคอลเล็กชั่นที่แล้ว (ตั้งแต่สีสันจนไปถึงทรงเสื้อ) นั่นหมายถึงคุณกำลังเบนเข็มไปหาลูกค้ากลุ่มใหม่
อันที่จริงดิออร์ ออมมีฐานลูกค้าที่ค่อนข้างหลากหลายอยู่แล้ว ตั้งแต่ made to measure แบบเทเลอริ่ง จนถึงไฮเอนด์แฟชั่น ซึ่งมันเหมือนกับ ‘ความขัดแย้ง’ ที่แตกต่างกัน แล้วรวมมาเป็นดิออร์ ที่ผมกล่าวไปก่อนหน้านี้ ผมหลงใหลในการตัดเย็บสูทแบบโบราณจากมุมมองใหม่ๆ แล้วนำกระบวนการเหล่านั้นมาประยุกต์ลงในเสื้อผ้ากีฬา เพราะทุกวันนี้ มันไม่มีข้อจำกัดในกลุ่มลูกค้าของดิออร์ ออม ยกตัวอย่างเช่น เด็กวัย 18 ปีอาจจะชอบสูทแบบเทเลอริ่ง ในขณะที่ชายวัย 50 ปีอาจจะอยากได้รองเท้าสนีกเกอร์สีขาว!

: อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณนำความ ‘กบฏ’ ของวัยรุ่นปารีสมาใช้
จริงๆ แล้วความกบฏของผมมาจากความทรงจำเก่าๆ สมัยวัยรุ่นครั้งที่อยู่เบลเยียม การได้เห็น (และเป็นส่วนหนึ่ง) ของซับคัลเจอร์ดนตรีที่กำลังพัฒนาอย่างนิวเวฟ และพังก์ ส่วนดีเอ็นเอของฝั่งปารีสนั้น ผมคิดว่ามันมากจากดิออร์ ออม เสียมากกว่า ความหรูหราและการแต่งตัวแบบผู้ดีของฝรั่งเศส บวกกับดนตรีนิวเวฟ ผมหลงใหลในความแตกต่างของสองสิ่งนี้

: อะไรทำให้คุณเลือกทำงานกับศิลปิน Dan Witz
ผมได้รู้จักกับงานของเขามาหลายปีแล้วจากการรีเสิร์ช ผมสนใจที่เขารวบรวมเทคนิคการวาดรูปแบบเก่าเข้ากับแอตติจูดของ youth culture ที่เต็มไปด้วยความเลือดร้อนและรุนแรง เขาเริ่มจากการเป็นสตรีตอาร์ทิสต์ และยังเก็บเอสเธติกแบบนี้ไว้ในงาน นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ผมกับเขาเข้ากันได้ดี งานของแดนมักมีในมู้ดบอร์ดของผมเกือบทุกซีซั่น จึงไม่แปลกเลยที่ผมจะขอนำงานมารีโปรดิวซ์ในคอลเล็กชั่น


DAN WITZ COLLABORATION – WINTER 2017-2018

ให้ผลงานศิลปะสร้างความโดดเด่นให้สไตล์คุณ Dior Homme คอลเล็กชั่น Winter 2017-2018 นี้ ได้นำศิลปินชาวอเมริกัน ‘Dan Witz’ ร่วมครีเอทีฟลวยลายศิลปะบนเสื้อผ้า และแอคเซสเซอรี่ต่างๆ ออกมาได้คม เท่ สร้างอารมณ์ และเรื่องราวได้มีเสน่ห์ น่าสนใจ





: ถ้าคุณไม่มีขอบเขตใดๆ ทั้งสิ้นทางความคิด คุณอยากจะร่วมงานกับใครมากที่สุด
เป็นคำถามที่ดีมาก! แต่ผมไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ เพราะมันก็คือคำถามที่ผมถามตัวเองทุกซีซั่น ผมมาถึงจุดที่ผมสามารถเลือกที่จะร่วมงานกับช่างภาพ ศิลปิน นักดนตรี นักปั้น หรือนักแสดงที่ผมคลั่งไคล้ ตั้งแต่ Dave Gahan จาก Depeche Mode ไปจนถึงแดน วิตซ์ หรือ ASAP Rocky ถึง Boy George ไม่ว่าเขาเหล่านี้จะใส่เสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นดิออร์ ออม หรือจะร่วมออกแบบด้วยก็ตาม ผมยินดีมากๆ ที่คนเหล่านี้พร้อมจะมาร่วมสร้างสิ่งใหม่ๆ กับผมในจักรวาลของดิออร์ ออม

: คุณนำคอนเซ็ปต์ในคอลเล็กชั่นมาตีแผ่ให้เป็นแฟชั่นโชว์อย่างไร วิธีการของมันเปลี่ยนทุกๆ ซีซั่น หรือคุณมีสูตรสำเร็จ
ปกติการนำเอาคอลเล็กชั่นมาตีแผ่ให้เป็นงานแฟชั่นโชว์นั้นใช้การวางแผนเป็นเดือนๆ เพราะฉะนั้นทางทีมของผมจะต้องมีไอเดียก่อนหน้ากันนานหลายเดือน เรามักจะร่วมงานกับโปรดักชั่นเฮาส์จากเบลเยียมชื่อว่า Villa Eugenie เพื่อออกแบบฉาก และ Frederic Sanchez ในการคูเรตซาวนด์แทร็ก สองคนนี้คือคู่สำคัญในการสร้างโชว์ดิออร์ ออมทุกๆ ซีซั่น ผมต้องนั่งคุยกับสองคนนี้ก่อนที่จะมีการแคสติ้งด้วยซ้ำ! เพราะบางครั้งผมมองคอลเล็กชั่นตัวเองเสมือนกับ ‘หนังสั้น’ ที่มีองค์ประกอบของภาพและเสียงไว้เรียบร้อยแล้ว

: ตอนที่คุณเข้ามาร่วมงานกับดิออร์ใหม่ๆ โซเชียลมีเดียยังไม่กำเนิดเลย คุณคิดว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบกับความคิดและงานของคุณหรือไม่
โซเชียลมีเดียไม่ได้มีบทบาทหรือผลกระทบกับความคิดและงานของผม แต่มีส่วนมากๆ ในการค้นหาข้อมูลและนำเสนอผลงาน และมันมีผลกระทบกับชีวิตส่วนตัวของผมด้วย ผมชอบใช้อินสตาแกรมมากที่สุด มันเหมือนกับเป็นหน้าต่างให้ผมได้ทุกอย่างจากทั่วทุกมุมโลก มันเป็นที่ที่ผมสามารถแสดงออกในมุมมองของผม ซึ่งไม่ใช่แค่ทางด้านแฟชั่นเท่านั้น ผมสามารถลงงานศิลปะหรือคอนเสิร์ตที่ผมไปดูมา โพสต์เวลาส่วนตัวของผม หรือการทำงานของผมตอนอยู่ในสตูดิโอที่ปารีส แต่สำหรับดิออร์ ออมนั้นมันเป็นพื้นที่ไว้นำเสนอคอลเล็กชั่นตั้งแต่ก่อนและระหว่างการทำงาน ทำให้สินค้าของเรามีชีวิตบนโลกดิจิทัลเปรียบเหมือนกับที่มันแขวนอยู่ในร้านและถูกสวมใส่โดยลูกค้าของเรา

: ใครคือมิวส์ตลอดกาลของคุณ
ในฐานะดีไซเนอร์ผมมักจะมองไปหาอนาคตเสมอ เพราะฉะนั้นมันคงยากที่จะมีคนๆ เดียวที่เป็นไอคอนหรือสไตล์ไอคอนในดวงใจได้ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของดิออร์ ออมเป็นสไตล์ไอคอนของผม พวกเขาทุกคนมีความแตกต่างกันออกไป ต่างความคิด หลายรุ่นอายุ หลายแนว ตั้งแต่คนรุ่นเก่าที่ให้กำเนิดสไตล์ขึ้นมาหลายสิบปีก่อน ถึงกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องจับตามองในทุกวันนี้ แล้วก็นายแบบหลายๆ คนของเราก็เป็นหน้าตาของอนาคต!


เรื่อง: ณภัทร สุทธิธน แปล: นพนันท์ อริยวงศ์มณี ภาพ: Morgan O Donovan at Dior Homme Winter 17/18 Backstage

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/09/sq-4-1024x1024.jpg