FASHION
ลงตัวในความขัดแย้งและเทสต์‘ติดเฉิ่ม’ที่ลงตัวของ Mrs. Prada
Milano Bound

 

28, Via Fogazzaro, Milan.
Prada Head Office & Show space 

หกโมงสิบนาที พระอาทิตย์อิตาเลียนร้อนระอุไม่มีท่าทางว่าจะตกดิน ประตูเหล็กด้านเหนือของสำนักงานใหญ่บริษัท Prada ณ Via Fogazzaro ถูกเลื่อนเปิดออก สื่อนิตยสาร บรรณาธิการ สไตลิสต์ ช่างภาพ สตรีตสแนป แฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ ผู้เสพและนักเรียนแฟชั่น ต่างมารวมตัวกันหน้าประตูนี้ทุกๆ หกเดือนด้วยใจจดใจจ่อเพื่อจะรอค้นหาว่า ซูเปอร์แบรนด์อันดับหนึ่งของอิตาลีจะมาไม้ไหนในซีซั่นนี้

ในฐานะสื่อ เรามีสิทธิ์ได้เข้าชม และ observe show space ก่อนคนอื่นๆ ที่ยืนรออยู่ในแถว และไม่ต่างจากทุกครั้ง Mrs. Prada และ OMA (คอลลาบอเรเตอร์ คู่ขาของประจำห้องเสื้อ) ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังแม้แต่นิด เพราะเมื่อแรกก้าว เราก็มีโอกาสได้เห็นโชว์สเปซที่ในครั้งนี้ถูกเปิดให้โปร่งโล่งไม่มีฉากกั้นใดๆ ทั้งสิ้น เส้นสายของตึกทุกมุมถูกตัดขอบด้วยเส้นสีดำและงานศิลปะแนวการ์ตูนมังงะรายล้อม เสมือนเรากำลังเดินอยู่ในหน้ากระดาษของหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างไม่มีผิด แถมลึกลงไป เมื่อโชว์จบที่แบ็กสเตจ คุณป้าปราด้ายังบอกอีกว่าแท้ที่จริงแล้วครั้งนี้เธอตั้งใจให้มีการ์ตูนอยู่สามเนื้อเรื่องในฉากที่เราเห็น โดยคอนเซ็ปต์ที่เธอคิดไว้คือ ‘Comic within Comic’ เปรียบว่าหน้ากระดาษนั้นมีมิติและเรื่องราวที่เชื่อมโยงถึงกัน

สองเรื่องแรกนั้นคืออาร์ตเวิร์กที่ถูกวาดโดยศิลปินเยอรมัน Ollie Schrauwen (ซึ่งเรานึกว่าเป็นชาวญี่ปุ่นมาตลอด) ส่วนเนื้อเรื่องที่สามนั้น คือคุณ! ผู้ชมและนายแบบทั้งหมดที่มาในวันนั้น คือส่วนร่วมในเนื้อเรื่องของอาณาจักร Prada Comic!

และแล้ว element สุดท้ายของการ์ตูนที่อยู่ในการ์ตูนก็ปรากฏขึ้น นั่นก็คือนายแบบ 45 นาย กับเสื้อผ้า ready to wear ผลงานล่าสุดของ Miuccia ซึ่งเธอทำให้เราเห็นว่าเธอต้องการเพียงห้าลุคแรกในการส่งเมสเสจของคอลเล็กชั่นที่เธอต้องการจะสื่อเท่านั้น และสำหรับคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2018 Mrs. Prada และ Olivier Rizzo (สไตลิสต์คู่ใจของมิวเซีย) ได้ยืมกลิ่นอายของเสื้อผ้ายูนิฟอร์มช่างในยุค’50s และ ’60s มาใช้เป็นโครงเสื้อ (ไม่ใช่ครั้งแรกของปราด้า)

ตัดเย็บแบบคอนทราสต์ โดยพลิกแพลงการใช้วัตถุดิบอย่างกาบาร์ดีนโพลีเอสเตอร์ และเรยอนที่เป็นตัวแทนผ้าของยุค’70s แถมหวดด้วยสไตลิสต์แบบผิดๆ ถูกๆ ของยุค’80s (โดยริซโซ) อย่างเช่น กระเป๋าคาดเอวทรง Bumbag แว่นตาพลาสติกโอเวอร์ไซซ์ทรงเหลี่ยมและลายพิมพ์สีฉูดฉาดที่ร่วมออกแบบกับ Ollie Schrauwen ที่มีกลิ่น ‘ติดเชย’ ตามสไตล์ปราด้า แต่สองชิ้นที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือ ชุดหมีจั๊มป์สูทแบบช่างซ่อมรถ ที่ถูกนำมาตัดใหม่ด้วยผ้าแบบโพลีเอสเตอร์ซิลก์ และกางเกงเอวสูงปลายขาจั๊มป์ด้วยเวลโครที่ถูกตอกย้ำในทุกลุค (แม้กระทั่งกางเกงขาสั้นก็ต้องเอวสูง) นายแบบผอมสูงหน้าแบบยูโรเปียนทั้งหมด 45 นายเดินออกมาจากแบ็กสเตจ พร้อมกับซาวนด์แทร็กที่เหมือนกับว่าดีเจกำลังเปิดแผ่นเสียงห้าแผ่นให้เสียงตีกันไปมาในเวลาเดียวกัน sampling ตั้งแต่เพลงมังงะญี่ปุ่นจนไปถึงเพลง Jealous Guy ของ John Lennon

ถ้าอ่านแค่ย่อหน้าบน สุภาพบุรุษที่ไม่ได้อยากจะแฟชั่นคงส่ายหน้าให้กับคอลเล็กชั่นนี้…แต่อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะนี่คือหนึ่งในความอัจฉริยะของริซโซ เพราะถ้าคุณลองมองดีๆ ริซโซได้ใช้คอมเมอร์เชียลพีซ (หรือเสื้อผ้าชิ้นเรียบๆ) มาแมตช์ในโชว์นี้ ซึ่งแน่นอน มีหลายชิ้นที่เราคิดว่ามันจะเข้าไปอยู่ในตู้ของคุณได้ อย่างเช่น peacoat ผ้าวูล กระดุมสองแถว ซึ่งถ้าถอดออกมาจากนายแบบบนรันเวย์ คงดูเรียบคลาสสิกสุดๆ และเสื้อชิ้นทอหลายๆ ชิ้นอย่างคาร์ดิแกน ลาย stripe หรือสเวตเตอร์แคชเมียร์วูลสีเอิร์ธโทน แต่ที่เข้าตาเราที่สุดนั้นคือสูททรงคลาสสิก สองกระดุมที่มาในผ้าโพลีเอสเตอร์วูล สีสันบันเทิงสไตล์ปราด้ามีให้เลือกสามสี นั่นคือ ฟ้าน้ำทะเล ชมพูโอลด์โรส และเขียวใบเตยไม่มากไป ไม่น้อยไป


2, Largo Isarco, Milan.
Fondazione Prada 

เอ็กซิบิชั่นหลักที่เป็นไฮไลต์ของ Fondazione ครั้งนี้ นับเป็นการคูเรตที่ไม่เหมือนครั้งอื่นๆ ที่ผ่านมา เหมือนกับว่า Mrs. Prada นั้นเริ่มเบื่องานศิลปะร่วมสมัยแบบติดบนฝาผนังเสียแล้ว และหันมาสนใจงาน installation และ interaction เก็บผู้เสพอย่างตัวต่อตัว เพราะเห็นได้ชัดในเอ็กซิบิชั่นหลักของโครงการ ‘CARNE y ARENA’ งานศิลปะเชิงที่ให้ผู้เสพเป็นส่วนหนึ่งของอินสตอลเลชั่น โปรเจ็กต์นี้เป็นการร่วมงานกันระหว่างปราด้ากับ Alejandro G. Iñárritu (ผู้กำกับ Birdman Barbel และ The Revenant)

โดยครั้งนี้ฟิล์มเมกเกอร์ชาวเม็กซิกัน ต้องการจะตีแผ่เรื่องราว (ที่เกิดขึ้นจริง) ของความกดดันและน่าเศร้าของผู้ลี้ภัยชาวเม็กซิกันที่หลบหนีเข้าประเทศอเมริกาเพื่ออิสรภาพผ่านเครื่อง VR Experience พูดเป็นภาษาง่ายๆ คือเหมือนกับคุณกำลังหนีข้ามชายแดนอยู่จริงๆ เดินตีนเปล่าบนทรายจากเม็กซิโก แสงสี และเสียงนั้นน่ากลัวเปรียบเสมือนจริง

ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปมิลานเราแนะนำให้คุณสัมผัสประสบการณ์ครั้งนี้ของ Alejandro เพราะเราบอกได้เลยว่ามันจะเปลี่ยนมุมมองของผู้ลี้ภัยชาวเม็กซิกัน (และทุกเชื้อชาติ) ไปตลอดชีวิต เอ็กซิบิชั่นหนึ่งครั้งใช้เวลา 15 นาที และเข้าได้เพียงหนึ่งคนต่อครั้งเท่านั้น ถ้าสนใจเราแนะนำให้คุณจองล่วงหน้าได้ที่ Fondazioneprada.org

เรื่อง : ณภัทร สุทธิธน
ภาพ : ณภัทร สุทธิธน
 
you may also like
FASHION
ใส่ลาย Damier และ Monogram ได้ด้วย
FASHION
ลายพริ้นท์สนุกๆและคู่สีนีออนคือเทรนด์หลักเลยล่ะ
FASHION
มาพร้อมพื้นยาง Vibram แบบหนา
FASHION
มีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงเด็กโตเลยทีเดียว
FASHION
Demna เอาของใช้ในชีวิตประจำวันมาทำ Accessory กวน ๆ อีกแล้ว
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/09/หๆ-1024x1024.jpg