FASHION
When East Meets West, Past Meets Future
เส้นบางๆ ในขาวและดำของ Alessandro Michele

new-gucci5

new-gucci-1

new-gucci4

ถ้าคุณเป็นคนอ่าน Elle Men Thailand ทุกเดือน หรือเสพแฟชั่นอยู่เป็นประจำ แน่นอนคุณต้องรู้เป็นอย่างดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับ ‘Gucci’ ห้องเสื้อประจำชาติของอิตาลี แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่แคร์แฟชั่นใดๆ (ไม่ผิดนะครับ มันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นขนาดนั้น anyway) ครั้งหน้าที่คุณเดินผ่านหน้าร้านกุชชี่ที่ห้างหรูชั้นนำในกรุงเทพฯ ลองหันไปมองแคมเปญโฆษณาของเขาดู คุณน่าจะพอได้ ‘กลิ่น’ การเปลี่ยนแปลงของแบรนด์อิตาเลียนแบรนด์นี้ เรียกว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้เพราะตั้งแต่การเข้ามาของ Alessandro Michele ในปี 2015 กุชชี่ก็ได้รับการ ‘facelift’ ครั้งใหญ่ ตั้งแต่เสื้อผ้า แอ็กเซสเซอรี่ส์ จนไปถึงแอดแคมเปญที่ล้วนถูกใส่สีสันและลวดลายแบบโคตรวิลิศมาหรา (ที่มิเคเลนิยามว่า modern romantic)

ครั้งนี้ที่ Gucci Global Press Presentation ในกรุงโซล (Seoul) สิ่งแรกที่เตะตาผมเมื่อเข้าไปยังโชว์รูมก็คือกำแพงและพื้นห้องที่เคลือบด้วยสีแดงสด กำมะหยี่มันวาว ไม่มีเค้าของพื้นที่เดิมแม้แต่น้อย สิ่งที่ปรากฏตามมาก็คือเสื้อผ้าทั้งหมด 69 ลุค ในคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2017 ที่มีลายเซ็นสไตล์การออกแบบของมิเคเลอย่างชัดเจน เพียงแต่ว่าครั้งนี้เขาเก็บเอสเธติกความโมเดิร์นโรแมนซ์เอาไว้ข้างๆ แล้วปล่อยให้ ‘ความขัดแย้ง’ ชูโรงแทน จำคำนี้ให้ดีนะครับ ผมจะพูดถึงมันบ่อย เพราะมิเคเลใส่มันไว้ในทุกอณูของเสื้อผ้า และความขัดแย้งแรกที่เห็นได้ชัดคือความแตกต่างในสไตล์ของสองมุมโลกที่มิเคเลหยิบมาเป็นเมสเซสหลักของคอลเล็กชั่น (ที่ออกมาลงตัวอย่างเหลือเชื่อ) นั่นคือการชนกันของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกโบราณ เสื้อผ้ายุคขุนนางชั้นสูงฝั่งยุโรป ทว่าตัดเย็บด้วยผ้าไหมงานแบบจีนเก่าแก่เสื้อคลุม Hoody แบบสตรีต แต่มีลายพิมพ์แบบโกธิก ไปจนถึงชุดสูทกลางคืนสุดเนี้ยบปกทักซีโด้ ที่อยู่ดีๆ ก็มีลายปักมังกรแบบเสื้อ souvenir jacket ยากูซ่า (เป็นแจ็กเกตที่ผมชอบที่สุดในซีซั่นนี้) และที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือความ ‘กวนตีน’ ในการออกแบบลายพิมพ์ของมิเคเล กับลายที่ทุกคนในรันเวย์ต้องควัก iPhone ออกมาถ่ายรูป แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียพร้อมกัน ก็คือลาย Oriental Jacquard Donald Duck ที่มองเผินๆ คุณอาจจะคิดว่ามันคือลายผ้าไหมโบราณแบบชุดกี่เพ้า ทว่าในลายนั้นมันแฝงด้วยตัวการ์ตูนโดนัลด์ดักที่โคตรจะคอนทราสต์กับความซีเรียสของที่มาของผ้า

new-gucci-2

new-gucci6

อีกหนึ่งความกล้าของมิเคเลที่ผมต้องยกให้ก็คือความความกล้า ‘เชย’ ของเขา เกือบครึ่งหนึ่งของคอลเล็กชั่นนี้มีกลิ่นอายความ ‘เฮีย’ ที่ผสมไปผสานมาจนเท่ได้ไงผมไม่รู้จริงๆ ครั้งนี้เขาได้ขุด archive ของกุชชี่ลงลึกไปถึงยุค’70s หรือยุคทองของกุชชี่ในโชว์รูมที่เต็มไปด้วยไอเท็มเก่าๆ (และเก๋าๆ) ที่ผมเคยเห็นสภาพแบบวินเทจใน eBay มาแล้วทั้งนั้น แต่ครั้งนี้ทีมดีไซน์ของกุชชี่จัดแบบเต็มข้อ หมายความว่าพวกเขาได้ ‘bring back’ ของพวกนี้กลับมาแบบเหมือนเดิมเดี๊ยะๆและเรียกของแก๊งนี้ว่า ‘neo vintage’ อย่างเช่นกระเป๋าเดินทาง duffle ที่เห็นลายโมโนแกรม ‘GG’ ไขว้มาแต่ไกล พร้อมแถบสีเขียวแดงประจำห้องเสื้อ เอาให้มองแล้วรู้กันไปเลยว่ากูใช้กุชชี่ (ถ้าใครอยากให้คุ้ม ผมแนะนำใบนี้) ลายพิมพ์แพตเทิร์นเสื้อเชิ้ตรุ่นเก่ายุค’70s ก็ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ คงเค้าเดิมไว้ไม่เปลี่ยน แบบที่ว่านึกว่าใช้บล็อกสกรีนเดิมเลยทีเดียว และที่ไม่พูดไม่ได้นั่นคือเสื้อยืดที่ทุกคนต้องการจะครอบครอง หรือเสื้อ ‘Classic Logo’ เสื้อยืดสีขาวผ้าบางสไตล์วินเทจ สกรีนลายโลโก้เก่าของแบรนด์ในยุค’80s ที่มิเคเลปลุกขึ้นมาจากหลุมศพ ไม่มีอะไรจะตะโกนเทรนด์โลโก้มาเนียไปมากกว่านี้อีกแล้ว ที่ผมพูดมาทั้งหมดคุณอาจจะคิดว่าคอลเล็กชั่นนี้ไม่ใช่สำหรับคุณ มันอาจจะฟังดูเวอร์เกินความเป็นจริงสำหรับชีวิตประจำวันไปหน่อย แต่ที่จริงแล้วไม่เลยครับ มิเคเลอาจจะมีไอเดียหลุดๆ ในการเลือกผ้าและออกแบบลายพิมพ์ แต่ทรงเสื้อทั้งคอลเล็กชั่นนี้สามารถใส่ได้จริงเกือบทั้งหมด

สุดท้ายนี้ไม่มีใครฟันธงได้ว่ามิเคเลเป็นดีไซเนอร์ที่เก่งกาจหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เขาใส่คำว่า ‘สดชื่น’ ให้กับแบรนด์ที่เป็น ‘น้ำนิ่ง’ มาหลายซีซั่น ซึ่งถ้าถามผม ผมเชื่อว่ามิเคเลเป็นคนที่ ‘ยำ’ เก่ง หยั่งรู้อนาคต เข้าใจอดีต และรู้ว่าปัจจุบันคืออะไร นำสิ่งใหม่ที่คนไม่เคยเห็นมา ‘ตำ’ เข้ากับรากเหง้าของกุชชี่จนนัวและสดใหม่ในทุกซีซั่น คนคนนี้ทำให้ผมเข้าใจสำนวนฝรั่งที่ว่า ‘Backwards is the best way forward’ อย่างแท้จริง คนที่ไม่เคยกลัวความเก่าและใหม่ และผมเชื่อว่าถ้ามิเคเลพูดภาษาไทยได้ รับรองเขาต้องบอกผมว่าคอลเล็กชั่นนี้ “ได้หมด…ถ้าสดชื่น” !!

เรื่องและภาพ: ณภัทร สุทธิธน

http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/03/open-gucci0.jpg