FASHION
สองบุรุษคู่ซี้ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Gucci ยุคใหม่
The Gucci Duo

ไม่น่าเชื่อว่า Creative Director แห่งยุคอย่าง  Alessandro Michele ผู้พลิกเกมให้ Gucci ขึ้นมาเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ของไฮเอนท์แฟชั่นในยุค Digital นั้นจะเป็นผู้ที่ไม่เคยอยู่ในลิสต์รายชื่อของผู้เข้าชิงตำแหน่งนี้มาก่อน ความจริงข้อนี้ Michele เป็นคนบอกกับสื่อเองในมิถุนายนปี 2015 ห้าเดือนหลักจากได้รับตำแหน่ง Creative Director เมื่อเดือนมกราคมปีเดียวกัน

“ผมมีเวลา 5 วันในการดีไซน์คอลเล็กชั่น” Michele พูดถึงคอลเล็กชั่น Menswear Fall 2015 ที่ควรจะเป็น Frida Giannini ครีเอทีพไดเร็กเตอร์คนเก่าเป็นผู้ดีไซน์แต่เธอลาออกจากแบรนด์ก่อนกำหนดทำให้เขาตกกระไดพลอยโจนมาดีไซน์คอลเล็กชั่นนั้นทั้งหมดภายในเวลาที่จำกัด แต่ด้วยความครีเอทแบบสุดขั้วของเขาที่ผสมโรงกับความกล้าบ้าบิ่นในการทำธุรกิจของ Marco Bizzarri ผู้ที่มารับตำแหน่งผู้บริหารแบรนด์ในช่วงเวลาเดียวกันกับ Michele บอกว่าลุยเลยไม่ต้องแคร์เรื่องเงิน  “แฟชั่นมันเป็นเรื่องของการสร้างอารมณ์ร่วมซึ่งบางทีมันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุเป็นผลเสมอไปหรอก” เขาบอก

Alessandro Michele (ซ้าย) Marco Bizzarri (ขวา)

ผลของความบ้าบิ่นของสองคู่หูนี้ก็คือยอดขายและเสียงตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามด้วยดีไซน์ที่แตกต่างซึ่งมีความโรแมนติกยุคศตวรรษที่ 19 เข้ามาผสมและได้สร้างภาพ Genderless ให้กับ Gucci ด้วยเสื้อผ้าที่มีกลิ่นอายความเป็น Feminine และ Masculine ผสมปนเปกัน และในคอลเล็กชั่นล่าสุดที่เขาเรียกมันว่า Cyborg  (Fall/Winter 2018) ยิ่งแล้วใหญ่ เมื่อเซตติ้งของคอลเล็กชั่นนี้จำลองมาจากห้องผ่าตัดซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะ Michele สร้างลูกเล่นด้วยการตัดต่อกลิ่นไอศิลปะจากทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าจะเป็นการโพกผ้าพันหัว babushka แบบชาวรัสเซีย การทำ Turban โพกหัวแบบชาวตะวันออกกลาง การใช้ผ้าทวีดแบบชาวอังกฤษ การใช้ลายตารางแบบชาวสกอตต์แลนด์ หรือให้นางแบบสวมเครื่องหัวในรูปทรงเจดีย์ล้วนแล้วแต่เป็นความแปลกใหม่ที่สร้างความใกล้ชิดให้กับผู้ชมแฟชั่นโชว์ได้อย่างมากเพราะมันคือสิ่งของในชีวิตประจำวันที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาอยู่บนรันเวย์ของไฮเอนท์แฟชั่นได้

คุณเห็นโลโก้ NY จากทีม New York Yankees ไหมล่ะ มันปรากฏอยู่ในไอเท็มหลากหลายชิ้นนคอลเล็กชั่นนี้ ทั้งเสื้อสูท หมวกบีนนี่ สนีกเกอร์ รองเท้าโลฟเฟอร์และอีกมากมาย นั้นเป็นอีกอย่างที่ Gucci ตัดสินใจรวมงานกับ MLB เพื่อขยายฐานลูกค้าของพวกเขาให้กว้างขึ้นไปอีก และแน่นอนมันทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรมากขึ้นอีกด้วย

ซึ่งนอกจากงานดีไซน์ที่แตกต่างของ Michele แล้ว ในแง่ของกลยุทธ์การตลาดก็ยอดเยี่ยม เมื่อแบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากการเข้ามาของ Internet ได้อย่างเต็มที่ ทั้งการปรับรูปโฉมใหม่ของเว็บไซต์เพื่อเป็นการสร้าง E-Commerce เต็มรูปแบบให้กับแบรนด์ที่มีสินค้าทุกไลน์การผลิตจำหน่ายออนไลน์ (แน่นอนการปรับโฉมใหม่ของเว็บไซต์นี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเข้ามาของ Michele) ด้าน Social Media นั้น Gucci ก็ได้ออกแคมเปญสำหรับหลายเทศกาลสำคัญไม่ว่าจะคริสต์มาส ปีใหม่ และอีกหลากหลาย (รวมทั้งเทศกาลตรุษจีนก็มีเพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าชาวเอเชีย) รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบอกโลกว่าแบรนด์ยังอยู่ในเทรนด์ไม่ได้หายไปไหน ล่าสุด Gucci ก็ได้ออก Animoji มาให้ผู้ใช้ Iphone X ได้โหลดไปลองใช้งานนั้นเอง

ปัจจัยเรื่องการสื่อสารกับลูกค้าที่ Gucci ทำได้ดีมากขึ้นในสมัยของ Michele นั้นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขายและความนิยมของแบรนด์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแต่อีกปัจจัยที่เราจะไม่พูดถึงเลยไม่ได้นั้นก็คือ Gucci สามารถซื้อใจคนทั่วไปด้วยการทำ CSR หรือการตอบแทนสังคมได้อย่างดีเยี่ยม นับตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วที่แบรนด์ประกาศจะหยุดการใช้ขนเฟอร์จริงในการผลิตเสื้อผ้า

ล่าสุด Gucci ประกาศบริจาคเงินกว่า 500,000 USD เพื่อสนับสนุนการชุมนุม “March For Our Lives” ของเหล่านักเรียนไฮสคูลในสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนให้มีการออกกฎหมายควบคุมการครอบครองอาวุธปืน หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม มาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส เมื่อวันที่14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจะชุมนุมในวันที่ 24 เดือนหน้านี้ โดยบริษัทมีแพลนที่จะเข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้เมื่อย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายนปี 2016 ระหว่างการกราดยิงที่ไนท์คลับในฟลอริด้านั้น มีพนักงานของ Gucci ตกเป็นเหยื่อกระสุนและเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย และนี้อาจเป็นอีกหนึ่งในเหตุผลที่ Gucci ตัดสินใจสนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้ และนับว่าเป็นอีกครั้งที่ Gucci ซื้อใจกลุ่มลูกค้าและซื้อใจกลุ่มคนทั่วไปได้ ด้วยเหตุนี้เอง Gucci จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไฮเอนท์ที่รอดพ้นความเปลี่ยนแปลงของโลกยุค 4.0 มาได้อย่างสง่างาม

เรื่อง : KANT
ภาพ : Getty Images, WWD
you may also like
FASHION
Gucci จับมือกับดีไซเนอร์ไอคอนแห่งยุค 80's
FASHION
ออกรองเท้าใหม่สุดสร้างสรรค์ด้วยคอนเซปท์ Art and Craft
FASHION
แรงบันดาลใจสำหรับเสื้อผ้าสไตล์ใหม่ๆ
FASHION
นอกจากความยาวแล้ว Versace ก็ใส่อะไรให้คิดกันด้วย
FASHION
เชื่อว่าหลายคนกำเงินรอตั้งแต่ต้นปีแล้ว
FASHION
พื้นที่ 82 ตารางเมตร กับสัญญาเช่ามูลค่า 700 ล้านบาท
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2018/02/gucci-4.0-SQ.jpg