ENTERTAINMENT
สะท้อนการเมืองโลกผ่านตัวโน้ตทั้ง 7
World Music

นิกสันเยือนจีน? ไอน์สไตน์ริมชายหาด? พลังเงียบของคานธี? เกี่ยวอะไรกับโลกดนตรี?

เพราะดนตรีไม่เคยแยกขาดจากบริบททางสังคม ไม่ใช่เฉพาะเพลงป๊อป แต่รวมถึงเพลงคลาสสิกที่หลายคนมองว่าเป็นศิลปะ ‘บริสุทธิ์’ ก็ยังหนีไม่พ้นการเมือง สังคม และวัฒนธรรม และนี่คือตัวอย่างเพลงที่เชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์โลก (ที่คุณอาจคาดไม่ถึง) เพลงเหล่านี้อาจไม่ป๊อปหูเท่า The Beatles แต่เชื่อเถอะว่ามัน ‘ลึก’ ไม่แพ้กัน หากคุณอยากเป็นนักฟังเพลงที่รู้รอบด้าน (หรือจะเอาไว้คุยเล่นในวงสนทนาเคล้าซิการ์และวิสกี้ก็เข้าที) เพลงพวกนี้จะทำให้คุณเข้าใจสังคมโลกมากขึ้น

Einstein on the Beach (1975)
Philip Glass

โอเปร่าห้าชั่วโมงไม่มีพักครึ่ง (ที่อนุญาตให้ลุกไปเข้าห้องน้ำทันทีโดยไม่ถือว่าเสียมารยาท) เรื่องนี้คือเรื่องแรกในซีรี่ส์ Portrait Trilogy ของฟิลิป กลาส ซึ่งแบ่งเป็นสามเรื่องใหญ่ๆ อ้างอิงถึงชายผู้เปลี่ยนโลกในด้านต่างๆ โดยไม่ใช้กำลังทางทหาร ได้แก่  Albert Einstein (ด้านวิทยาศาสตร์) Mahatma Gandhi (ด้านการเมือง) และฟาโรห์ Akhenaten (ด้านความเชื่อ) โดย Einstein on the Beach จะทำให้คุณเข้าใจชีวิตของไอน์สไตน์ผ่านดนตรีมินิมัล แฝงกลิ่นซินธิไซเซอร์ยุคแรกๆ ผสานบทกวีที่สะท้อนทฤษฎีสัมพันธภาพ ยิ่งเจ็บแสบเมื่อมีการพาดพิงถึงอาวุธนิวเคลียร์ (ที่ไอน์สไตน์ไม่ได้ตั้งใจสร้าง)

SALOME (1905)
RICHARD STRAUSS

จากบทประพันธ์ของ Oscar Wilde สู่โอเปร่าที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วยุโรป เนื้อเรื่องเกี่ยวกับนางระบำในคัมภีร์ไบเบิลผู้ขอศีรษะของนักบุญ  John the Baptist จากกษัตริย์ Herod เป็นรางวัลในการเต้นรำถวาย หนึ่งในผู้มาชมโอเปร่าเรื่องนี้ในวันที่ 16 พฤษภาคม 1906 คือ  Adolf Hitler ในวันนั้นเขาคือเด็กชายวัย 17 ปีที่ยืมเงินจากญาติเพื่อมาชมสเตราส์คอน-ดักต์อุปรากรเรื่องนี้ ใครจะคิดว่าอีก 28 ปีให้หลัง ชายคนนี้จะทำให้โลกลืมไม่ลง เราไม่ปฏิเสธว่าเขาคืออาชญากรสงคราม แต่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าฮิตเลอร์คือนักเสพศิลปะตัวยง เขายังโปรดปรานโอเปร่าของ Richard Wagner ซึ่งเขาเชื่อว่า นี่คือความรุ่งเรืองของอารยธรรมเยอรมัน และใช้มันเป็นโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนเยอรมันภูมิใจในชาติพันธุ์ของตน

SATYAGRAHA (1979)
PHILIP GLASS

สัตยาเคราะห์ คือความมั่นคงในความจริง การต่อสู้โดยไม่ใช้กำลังของคานธีคือหัวใจสำคัญของโอเปร่าเรื่องนี้ เล่าเรื่องผ่านคำร้องและดนตรีมินิมัลที่ใช้การซ้ำทำนองอย่างมีชั้นเชิง สะท้อนพลังเงียบทางการเมืองแบบ ‘น้อยแต่มาก’ อย่างแท้จริง

NIXON IN CHINA (1987)
JOHN ADAMS

จุดเปลี่ยนแห่งสงครามเย็นบังเกิดทันทีเมื่อประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน เหยียบแดนมังกรเข้าพบ Mao Zedong ในปี 1972 เขาใช้โอกาสนี้เพื่อกระชับมิตรประเทศคอมมิวนิสต์ (และหวังลึกๆ ว่าจะเป็นการกดดันเวียดนามเหนือให้ยุติสงครามเวียดนาม) แม้จอห์น อดัมส์จะขึ้นชื่อว่าเป็นคีตกวีสายมินิมัล แต่โอเปร่าเรื่องนี้กลับมีดนตรีหลายสไตล์ ตั้งแต่นีโอคลาสสิกแบบสตราวินสกี้ ไปจนถึงบิ๊กแบนด์แจ๊ซที่ย้อนรำลึกถึงดนตรีช่วง 1930 สมัยที่นิกสันยังเป็นวัยรุ่น แทรกด้วยการเรียบเรียงเสียงประสานแปร่งหู กระด้างแต่แฝงพลังแห่งสันติ  

LADY MACBETH OF THE MTSENSK DISTRICT
SMITRI SHOSTAKOVICH

Censorship ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพลงนี้เกือบทำให้ช็อสตาโกวิชโดน Joseph Stalin เรียกไปปรับทัศนคติ เพียงสองวันหลังการแสดงโอเปร่าเรื่องนี้ หนังสือพิมพ์แห่งพรรคคอมมิวนิสต์อย่าง Pravda ถึงกับพาดหัวข่าวว่า ‘Muddle Instead of Music’ ว่ากันว่าสตาลินไม่โปรดเรื่องนี้ (ถึงขั้นลุกออกไปก่อนเรื่องจะจบด้วยซ้ำ) แต่ผลงานชิ้นนี้กลับสะท้อนความเป็นโซเวียตได้อย่างน่าขนลุกตั้งแต่โน้ตตัวแรก

เรื่อง : กรกฎ อุ่นพาณิชย์
ภาพ : Courtesy of Brands, Music Label
you may also like
ENTERTAINMENT
ร่วมสนุกไปกับ ภาพยนตร์สายลับระดับโลก พร้อมกับกิจกรรมสุดพิเศษ
ENTERTAINMENT
นิตยสาร ELLE MEN ประเทศไทย ร่วมกับโรงภาพยนตร์ PARAGON CINEPLEX จัดกิจกรรมสุดพิเศษ
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/07/sq-6.jpg