ENTERTAINMENT
ตีลังกาท้าฝัน ‘ตะกร้อไทย’ ในเวทีโลก
Unappreciated Heritage

“ก็จริง” ผมได้คำตอบให้ตัวเองโดยไม่ตั้งใจครับ หลังมีคำถามที่น่าสนใจว่า เหตุใดกีฬาที่คนไทยคุ้นเคยอย่างตะกร้อจึงก้าวไปไม่พ้นอาเซียนเสียที?

คำตอบว่า “ก็จริง” ของผมความจริงก็ไม่เชิงคำตอบครับ เพราะมันคือคำถามในเวลาเดียวกันที่น่าสนใจว่าทำไมกีฬาที่คนไทยดูแล้วสนุก ลุ้นระทึก และตื่นเต้นมากที่สุดชนิดหนึ่งจึงไม่สามารถก้าวไปสู่จุดที่เป็นกีฬาสากลเหมือนที่แบดมินตัน เทนนิส หรือแม้แต่เปตองเป็น แต่ก่อนจะไปจุดนั้นเราย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของกีฬาลูกหวายชนิดนี้กันสักนิดครับ
ตามประวัติฉบับย่นย่อ กีฬาชนิดนี้มีมานานแล้วในไทย บ้างก็ว่าเดิมเป็นวิธีการลงโทษนักโทษโดยจับส่งลงในตะกร้อแล้วให้ช้างเตะเล่น! แต่ตามพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาในรัชกาลที่ 2 มีบางตอนที่กล่าวถึงการเล่นตะกร้อ ที่ระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามเองก็มีภาพการเล่นตะกร้อด้วยเช่นกันอย่างไรก็ดีในประวัติศาสตร์ของหลายประเทศ ไม่ว่าจะในมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ พม่า หรือแม้แต่จีน ก็มีการบันทึกถึงกีฬาการเตะลูกกลมๆ ที่ทำจากหวาย ซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองที่หาได้ง่าย

เป็นการละเล่นของชาวบ้านทั่วไปไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรครับ แต่อย่างน้อยที่สุดไทยก็เป็นหนึ่งในชาติที่พยายามผลักดันกีฬาชนิดนี้ให้เป็นที่นิยมทั้งในท้องถิ่นและในระดับสากลเพียงแต่ความพยายามที่ผ่านมามันอาจจะยังไม่มากพอ ไม่ต้องพูดถึงในระดับมหกรรมกีฬาโลกอย่างโอลิมปิกครับ เอาแค่เอเชียนเกมส์ก็ลำบากแล้ว มันก็น่าคิดนะครับว่าทำไม? ทั้งๆ ที่ตะกร้อเป็นกีฬาที่เล่นสนุก กฎกติกาไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากมาย มีแค่ลูกหวายใบเดียวก็เล่นกันได้แล้ว ไม่ได้ต่างอะไรจากเกมฟุตบอลที่ขอแค่มีลูกกลมๆ เลยแล้วทำไม…

อยากติดต้องจุดก่อน
ในโลกอินเทอร์เน็ต มีคนตั้งคำถามกับตะกร้อไทยในแบบเดียวกันนี่แหละครับว่าทำไมตะกร้อ มันถึงไม่ดังสักที?
“ขนาด NFL คนอเมริกันก็เล่นกันอยู่ประเทศเดียวยังดังระเบิดได้เลย”
ก็จริงอีกนั่นแหละครับ…

แต่ก่อนจะมองไปในระดับนั้น วงการตะกร้อไทยก็ควรจะแข็งแรงมากพอก่อน ตรงนี้เป็นปัญหาอยู่ครับเพราะการแข่งขันตะกร้อของไทย ในความหมายถึง ‘เซปักตะกร้อ’ กว่าจะเปิดการแข่งขันได้สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทยต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งถึงจะเปิดการแข่งขันกีฬาตะกร้อไทยแลนด์ลีก ประจำปีนี้ได้ล่าสุดมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันเก้าทีม เหลืออีกหนึ่งทีมที่รอการยืนยันอีกครั้งว่าจะร่วมแข่งขันหรือไม่พูดแล้วเห็นใจทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายทางการที่พยายามผลักดันแล้ว ขณะที่ฝ่ายทีมและนักกีฬาเองก็หนักใจไม่แตกต่างกัน ปัญหาใหญ่อยู่ในเรื่องของ ‘เงิน’ ที่เป็นน้ำหล่อเลี้ยงนั้นมีค่อนข้างน้อยตามข่าวที่ออกมา ทีมที่เข้าแข่งขันตะกร้อไทยแลนด์ลีกได้จะได้รับงบประมาณในการสนับสนุนทีมละ 500,000 บาท โดยเงินจำนวนนี้จะต้องนำไปบริหารจัดการทีม จัดทำสนามแข่งขัน จัดตั้งกลุ่มกองเชียร์แฟนคลับ และอื่นๆ

ว่ากันตามตรง เงินแค่นี้ไม่พอยาไส้ครับ มันน้อยยิ่งกว่ารายได้นักฟุตบอลไทยแลนด์ลีกระดับซูเปอร์สตาร์บางคนที่ได้รับค่าตอบแทนจากการเล่นแค่หนึ่งเดือนอีก (เจ็บนะแต่จริง) ขณะที่รูปแบบการจัดการแข่งขันนั้นคาดเดาได้ว่าเป็นการจัดแบบไทยๆ สไตล์ดั้งเดิม หรือหากจะคิดใหม่ทำใหม่บ้าง คนจัดงานก็คงทำอะไรไม่ได้มากครับเพราะงบประมาณน้อยเกินกว่าจะ ‘เสก’ อะไรขึ้นมาได้ ตรงนี้น่าคิดครับว่าหากมีการคิดใหม่ทำใหม่ให้ตะกร้ออีก

สักครั้ง ‘ชุบตัว’ กันใหม่ให้มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย มีการทำการตลาดประชาสัมพันธ์ที่ดี มีการสร้าง ‘สตอรี่’ ให้น่าสนใจ และมีการช่วยกันผลักดันอย่างจริงจังจากทุกฝ่าย บางทีตะกร้อบ้านเราอาจจะน่าดูขึ้นครับ เหมือนวอลเลย์บอล และบาสเกตบอล ที่พยายาม ‘จุด’ กระแสขึ้นมาเหมือนกัน และได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร คนดูเริ่มติดและเข้ามาชมการแข่งขันในสนามมากขึ้นตามลำดับโดยธรรมชาติของตะกร้อเองก็เป็นกีฬาที่เล่นกันสนุกตื่นเต้น ระทึกตลอดเวลาอยู่แล้ว ยิ่งได้เห็นลีลาการ ‘ฟาด’ หน้าเน็ตแล้วใครไม่ครางฮือก็ถือว่าใจแข็งเกินไปครับ

‘ซันแบ็ก’ ในเวทีโลก
ทราบมาว่านอกเหนือจากแถบอาเซียนแล้ว ตะกร้อเองความจริงก็ได้รับความนิยมในหลายประเทศครับ ไม่ได้อยู่แค่ในเอเชียอย่างเกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ในประเทศตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่เยอรมนีและฝรั่งเศสเองก็มีการเล่นด้วย ที่สำคัญคือชาติเหล่านี้เก่งขึ้นเรื่อยๆ ครับ ตรงนี้เองที่มันสั่นคลอนความรู้สึกของคนที่เคยเป็น ‘จ้าว’ อยู่บ้าง

แต่หากสังเกตให้ดีขึ้นชื่อว่ากีฬาแล้วไม่มีใครที่จะเป็นผู้ชนะตลอดไปครับ แม้กระทั่ง ‘มวยไทย’ ที่เราเคยกระหยิ่มยิ้มย่องว่าใครจะมาเอาชนะคนคิดค้นศาสตร์การต่อสู้นี้ขึ้นมาอย่างคนไทยได้ ทุกวันนี้นักมวยไทยบ้านเราโดนนักมวยฝรั่งน็อกคาเวทีกันไปก็ไม่น้อย ซึ่งแน่นอนว่ามันมีเรื่องของรายละเอียดปลีกย่อย เช่นกฎกติกาที่ลดทอนความได้เปรียบเสียเปรียบกันบ้าง แต่สิ่งที่เป็นเหตุผลที่แท้จริงคือคนต่างชาตินั้นเก่งขึ้นจริงๆ แต่สิ่งที่แลกมาก็ถือว่าคุ้มครับ เพราะความนิยมของมวยไทยสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นกีฬาต่อสู้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโลกชนิดหนึ่งในปัจจุบัน

รายการอย่าง Thai Fight เป็นรายการที่คอกีฬาหมัดมวยทั่วโลกรอคอย และสร้างชื่อให้ประเทศ คิดถึงตรงนี้ ส่วนตัวก็ยังเชื่อว่า ‘ตะกร้อ’ นั่นเป็นกีฬาที่ปั้นได้อยู่ครับ แต่การจะเกิดในระดับสากลด้วย (ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการแจ้งเกิดภายในประเทศ) ต้องพยายามทำให้กีฬาเป็น ‘สากล’ มากกว่านี้ เรื่องบางเรื่อง เช่น วอล์กเอาต์ ความไม่ยุติธรรมของการตัดสิน ฯลฯ ก็ควรลด ละ เลิกบ้าง ถ้ามันไม่ ‘แฟร์’ ก็ไม่มีใครอยากเล่นด้วยหรอกครับ จริงไหม?

ความจริงตะกร้อเคย ‘โกอินเตอร์’ อยู่เหมือนกันครับ ในปี 2011 โดยมีการจัดการแข่งขัน ‘เซปักตะกร้อ เวิลด์ซีรี่ส์’ โดยมีแผนที่จะทำการถ่ายทอดสดผ่านช่องกีฬาระดับโลกอย่าง ESPN และ Star Sports เพียงแต่มันไม่ประสบความสำเร็จในครั้งนั้น และทุกอย่างก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆไป ทุกวันนี้ก็ยังไม่โผล่ออกจากก้อนเมฆให้เห็นหน้าเห็นตาเลยครับ ถามความรู้สึกส่วนตัว ในยุคที่โลกหมุนอย่างรวดเร็ว คลิปวิดีโอการแข่งขันหาได้ง่ายจนบางทีก็ไม่ต้องหาเพราะมาเสิร์ฟให้ถึงในกลุ่ม Line กีฬาที่เร้าใจอย่างตะกร้อยังมีโอกาสจะกลับมาได้ครับ ขอแค่มี ‘นักปั้นมือทอง’ สักคนที่มองเห็นโอกาสตรงนี้และหาวิธีจุดกระแสให้ติด

ถ้ากีฬาที่ไม่ใช่กีฬาอย่าง eSPORT ยังมีการแข่งขันเป็นเรื่องเป็นราวให้คนติดตามได้ ถ้า FootVolley ยังเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ถ้าวอลเลย์บอลเวิลด์ซีรี่ส์ยังมีคนชมกันเต็มสนามความหวังที่เราจะไป ‘ซันแบ็ก’ โชว์ให้กระหึ่มในเวทีโลกก็ยังมีครับ

ไม่มีอะไรที่คนไทยทำไม่ได้? จริงไหมครับ 🙂

เรื่อง : เมธา พันธุ์วราทร
ภาพ : Getty Images
you may also like
ENTERTAINMENT
ร่วมสนุกไปกับ ภาพยนตร์สายลับระดับโลก พร้อมกับกิจกรรมสุดพิเศษ
ENTERTAINMENT
นิตยสาร ELLE MEN ประเทศไทย ร่วมกับโรงภาพยนตร์ PARAGON CINEPLEX จัดกิจกรรมสุดพิเศษ
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/08/stspsq.jpg