ENTERTAINMENT
Blade Runner 2049 : โลกอนาคตในม่านหมอกของความเหงา
Blade Runner 2049

Blade Runner เป็นภาพยนตร์ Sci-Fi ที่ออกฉายครั้งแรกในปี 1982 แต่ประสบความล้มเหลวในด้านรายได้ แต่เวลาผ่านมามันกลายเป็นหนัง Sci-Fi ยอดเยี่ยมตลอดกาล ที่จะติด Top 3 ทุกครั้งในการจัดอันดับ หนังเล่าถึงโลกอนาคตที่มนุษย์สามารถสร้างมนุษย์เทียม (Replicant) ออกมาทำงานเสี่ยงตายแทนตัวเองได้ ซึ่งเหล่ามนุษย์เทียมนี้สามารถพัฒนาความรู้สึกนึกคิดของตัวเองได้จนเกิดการกบฏขึ้นมาระหว่างมนุษย์เทียมและมนุษย์จริง ทำให้มีตำรวจที่ทำหน้าที่ปราบปราม(ฆ่านั้นแหละ)เหล่ามนุษย์เทียมขึ้น ชื่อว่า Blade Runner

ภาคแรกที่ฉายในปี 1982 นั้นถูกยกย่องว่าทำหนังออกมาได้ล้ำยุคเกินไป ด้วยการกำกับศิลป์ที่ออกแบบให้เมือง Los Angeles ตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมสุดกู่เพราะโลกอยู่ในยุคหลังสงครามนิวเคลียร์และมีพายุฝนกรดตกลงมาอยู่เนืองๆ ขัดแย้งกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสุดขั้วตั้งแต่เทคโนโลยี Hologram หรือรถยนต์บินได้ที่พบเห็นได้ทั้งเรื่อง แต่ต้องขอออกตัวก่อนว่าไม่เคยดูหนังภาคแรกอย่างจริงจัง เคยดูแต่ภาพนิ่งและคลิบสั้นๆ ซึ่งต้องบอกว่าสำหรับ Blade Runner 2049 ภาคนี้ทำออกมาได้ดีแต่ไม่หม่นเท่าภาคแรก ถึงอย่างนั้นก็นับว่าดีมากๆ และเราคิดว่าไม่แปลกถ้าจะได้รับรางวัลเรื่องเทคนิคพิเศษจากสักเวทีกลับไปครอง

ตัวหนังภาคแรกจบด้วยการที่ Blade Runner นามว่า Rick Deckard (Harrison Ford) ตกหลุมรักมนุษย์เทียมนางหนึ่งนามว่า Rachael และพากันหลบหนีไป (Sean Young) ส่วนภาคนี้เปิดการต่อเนื้อเรื่องด้วย Blade Runner ชุดใหม่นายนึงนามว่า K (ย่อมาจากรหัสประจำซีรี่ส์ ใช่ครับ เขาเป็นมนุษย์เทียมที่ล่ามนุษย์เทียมด้วยกัน) แสดงโดย Ryan Gosling มีหน้าที่ตามเก็บมนุษย์เทียมตามหน้าที่แล้วพบสิ่งที่ไม่น่าเชื่อนั้นก็คือเขาพบว่ามนุษย์เทียมสามารถตั้งครรถ์ได้ ซึ่งข้อมูลนี้จะนำมาซึ่งความปั่นป่วนของสังคมระหว่างมนุษย์แท้และมนุษย์เทียมแน่นอน ถ้าหากว่ามันหลุดรอดไปสู่สาธารณะ ซึ่งนาย K ของเราจะทำอย่างไรต่อไปนั้น เราขอให้ไปดูต่อในโรงภาพยนตร์เองแล้วกัน

แล้วมันเหงายังไงน่ะหรอ Officer K ของเรานั้นเป็นมนุษย์เทียมที่ถูกเพื่อนร่วมงานที่เป็นมนุษย์จริงเหยียดชาติกำเนิดเหมือนกัน เขาโดนด่าว่าเป็นของปลอมอยู่ตลอดเวลา เขาใช้ชีวิตไปกับการฆ่ามนุษย์เทียมตามคำสั่ง ถึงเวลากลับมาห้องพักกินข้าว เขาก็ต้องใช้เครื่องฉาย Hologram ฉายภาพอาหารหรูๆ ครอบทับอาหารสำเร็จรูปหลอกตาไปวันๆ แม้กระทั่งคนรักของเขาก็ยังเป็นระบบปฎิบัติการ Hologram ที่ชื่อว่า Joi  ส่วนตัวละครอีกตัวที่ดูเหงามากนั้นก็คือ Dr. Ana Stelline เธอเป็นนักสร้างความทรงจำคนสำคัญในโลกของ Blade Runner แต่เธอไม่สามารถออกไปเจอโลกภายนอกได้เพราะต้องอยู่ในตู้กระจกปลอดเชื้อความกว้างไม่กี่เมตรเนื่องจากสุขภาพไม่ดี

เธอไม่เคยมีเพื่อน ไม่เคยมีสังคม และเราว่าอาจไม่เคยมีความสุข การเรียนรู้ที่จะอยู่ตัวคนเดียวร่วมกับความเหงาจึงทำให้เธอสร้างความทรงจำแสนหวานออกมาให้กับมนุษย์เทียมคนอื่นๆ ได้อย่างไม่มีใครเทียบ ยังมีตัวละครอื่นๆ ที่ดูเหมือนแบกความเหงาไว้เต็มอก ตั้งแต่หัวหน้าของพระเอกที่เป็นมนุษย์แต่ทำงานเด็ดขาดราวกับไม่มีหัวใจ หรือมนุษย์เทียมสาวนามว่า Luv ที่ทำงานตามคำสั่งมนุษย์อย่างเคร่งครัดแม้ว่าบ้างครั้งในสายตาของเธอจะฉายแววของความขัดขืนอยู่ก็ตาม

Blade Runner ภาคนี้ไม่ได้เป็นหนัง Sci-Fi บู๊ล้างผลาญ แต่ดำเนินเรื่องด้วยปรัชญาการมีชีวิตอยู่ว่าอะไรกันที่เป็นสิ่งตัดสินความเป็นมนุษย์ ระหว่างชาติกำเนิดหรือจิตวิญญาณ เมื่อเหล่ามนุษย์เทียมเกิดความรักขึ้นมาได้ ส่วนมนุษย์ในเรื่องนั้นถูกสร้างให้เด็ดขาดและเห็นแก่ตัวจนดูไร้จิตวิญญาณไปเสียฉิบ แต่ไม่ว่า Denis Villeneuve ผู้กำกับในภาคนี้จะอยากสื่ออะไรให้คนดู อย่างนึงที่เขาทำสำเร็จนั้นก็คือแสดงให้เห็นว่าความเหงาและความรักมีพลังยิ่งใหญ่จริงๆ

เรื่อง : 17aries
ภาพ : Wanner Bros.
you may also like
ENTERTAINMENT
ภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญๆในแต่ละยุคสมัย
ENTERTAINMENT
หายไปนานขนาดนี้อัลบั้มคุ้มค่าการรอคอยขนาดไหนกัน ?
ENTERTAINMENT
ปะทะ Khabib Nurmagomedov คู่แค้นที่เพิ่งมีเรื่องกันนอกจอ
ENTERTAINMENT
คู่ดูโอ้มากฝีมือที่ตั้งใจมามอบความประทับใจให้แฟนๆ อย่างสุดฝีมือ
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2017/10/18358943_1291287610986363_9011478374069915652_o.png