ENTERTAINMENT
Astroworld อัลบั้มคืนฟอร์มคอนเซ็ปต์จัดของ Travis Scott
หายไปนานขนาดนี้อัลบั้มคุ้มค่าการรอคอยขนาดไหนกัน ?

ตั้งแต่ที่ Travis Scott ประกาศชื่ออัลบั้ม Astroworld ออกมาเราก็ฟังเพลงของเขามาตลอด ดนตรีของเขามีความแตกต่างจากศิลปินในยุคเดียวกันคนอื่น ๆ ทั้งในเรื่องบีท การจัดวางเพลง และ Vibe ที่ฟังปราดเดียวก็รู้เลยว่าเป็นเพลงของใคร อัลบั้มของเขามีตั้งแต่เป็นมหากาพย์อัตชีวประวัติที่ถูกดำเนินเรื่องด้วยเสียงของ T.I. ที่เต็มไปด้วยบีทที่หนักหน่วงหลากหลายแนวอย่าง Rodeo และเพลง Trap ร่วมสมัยของเขาที่เต็มไปด้วย Banger ชวนเต้นอย่าง Birds in the Trap Sing McKnight หายไปสองปีอัลบั้มใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนสนุกเก่าที่เมืองบ้านเกิดของเขา Astroworld ก็ได้ออกมาแล้วในที่สุด ถึงแม้อัลบั้มนี้จะไม่ใช่ Rodeo Pt.2 แต่หากแฟน ๆ คนไหนคาดหวังสไตล์เพลงที่แปลกใหม่บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

อย่างแรกที่เราสังเกตเลยคือธีมสวนสนุกก็ฟาดเราอย่างจังตั้งแต่เพลงแรก Stargazing ที่ตอนแรกเรานึกว่าจะเป็นเพลงเปิดหนักเบสธรรมดาแต่พอถึงนาทีท้าย ๆ อยู่ ๆ บีทก็เปลี่ยนเหมือนเมื่อรถไฟเหาะพุ่งลงจากจุดสูงสุดกลายเป็นบีท Trap และการแร็ปจาก Travis ที่ทำให้เรานึกถึงเขาช่วง Days Before Rodeo เลยทีเดียว และนี่ไม่ใช่เพลงเดียวที่มีการเปลี่ยนบีทแบบกระทันหันกลางเพลงเพราะเพลงอย่าง Carousel และ Sicko Mode มีการสลับบีทถึงสามครั้ง ใครคิดถึงการสลับบีทจาก Rodeo ก็คงชอบใจกับบีทของอัลบั้มนี้ที่ทำให้เราตื่นเต้นได้ตลอดเวลาการฟังหนึ่งชั่วโมง

 

นอกจากการเปลี่ยนบีท Travis ยังนำเครื่องดนตรีและแซมเปิลจากดนตรีแนวอื่น ๆ มาใช้ให้บีทของเขาน่าสนใจกว่าเพลงฮิปฮอปทั่วไปเช่นเคย เช่นการใส่รูปแบบเพลง Gospel และเครื่อง Harmonica เข้าไปในเพลง Stop trying to be God การใส่เครื่องสายเข้าไปเพิ่มความรู้สึก Tropical Banger ให้แก่เพลงที่ฟังง่ายที่สุดในชุด Wake Up และการใช้เปียโนสร้าง Vibe ลึกลับน่าค้นหาในเพลง 5% Tint

แต่ความตื่นตาของอัลบั้มก็ไม่จบลงที่บีท เช่นเดียวกับ BITTSM Travis ไม่ใส่ชื่อชื่อศิลปินไว้ในชื่อเพลงอีกแล้ว แต่อัลบั้มนี้รวบรวมศิลปินจำนวนมากไว้ในเกือบทุกเพลงตั้งแต่นักร้อง James Blake, Frank Ocean และ The Weeknd แร็ปเปอร์อย่าง Quevo, Takeoff และ Drake ไปจนถึง Producer อย่าง Pharrel William, Mike Dean และ Tame Impala และบอกเลยว่าสิ่งที่ Travis Scott ทำได้ดีมาก ๆ คือการรวบรวมนำจุดแข็งของศิลปินแต่ละคนออกมาใช้ได้อย่างดีเยี่ยม อย่างที่เขาพูดในเพลง Sicko Mode “Who put this shit together, I’m the glue” ว่าเขาคือกาวที่ประกอบบีทและศิลปินเหล่านี้ออกมาเป็นผลงานชิ้นนี้

พูดถึงเนื้อร้องแล้วถึงแม้เนื้อจะไม่ใช่สิ่งที่ Travis Scott เด่นเป็นพิเศษ อัลบั้มนี้ยังมีเนื้อร้องที่น่าสนใจ เช่น การพูดถึงภรรยาของเขา Kylie Jenner และลูกสาว Stormi “Baby mama cover Fobes, got these other bitches shook” และ “I was hot as hell out in the heat, Then the storm came in to save my life” นาน ๆ ทีจะได้ยินเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขาในเพลงนะเนี่ย และนอกจากเนื้อที่ร้องถึงภรรยาและลูกสุดที่รักแล้วเขาก็ยังมีเพลงที่ร้องเกี่ยวกับชีวิตและการงานของเขาที่เต็มไปด้วยเนื้อร้องที่อ้างอิงมาจากศาสนาคริสต์อย่างเพลง Stop trying to be God

ประสบการณ์การฟัง Astroworld คล้ายกับการเข้าไปในสวนสนุกที่ตอนแรกเริ่มจากการบิ้ว Vibe อย่างช้า ๆ แล้วพอรู้ตัวอีกทีแต่ละเพลงเป็นเครื่องเล่นที่เราไม่รู้ว่าจะไปเจออะไร ที่มีทั้งศิลปินตัวละครลับ และบีทที่สามารถแปลงร่างเป็นอีกบีทได้ตลอดเวลาอย่างแนบเนียน ก่อนทุกอย่างจะช้าลงด้วย Coffee Bean เพลงสุดท้ายที่ให้ความรู้สึกสงบระหว่างที่เขาพูดถึงความสัมพันธ์ที่ขรุขระและการเลิกยาเสพติดในช่วงปรับตัวของเขาและ Kylie ถึงแม้ว่าอัลบั้มนี้ไม่ใช่อัลบั้มที่เต็มไปด้วยเพลงชวนเต้นเหมือน Birds แต่ด้วยศิลปินมากมาย บีทที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างละเอียดอ่อน นี่เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ได้ใจแฟนที่ติดตามมาตั้งแต่ Days Before Rodeo ไปเต็ม ๆ เลย

Astroworld โดย Travis Scott ออกแล้วทั้งทาง Music Streaming ทั่วไป และผู้อ่านยังสามารถคิกที่นี่เพื่อฟังทั้งอัลบั้มใน YouTube ที่เพลลิสต์ Official

เรื่อง : ทัศนา พุทธประสาท
you may also like
ENTERTAINMENT
ปะทะ Khabib Nurmagomedov คู่แค้นที่เพิ่งมีเรื่องกันนอกจอ
ENTERTAINMENT
คู่ดูโอ้มากฝีมือที่ตั้งใจมามอบความประทับใจให้แฟนๆ อย่างสุดฝีมือ
ENTERTAINMENT
ไปชมตัวอย่างแบบเต็มๆของตัวร้ายสุดไอคอนนิก
ENTERTAINMENT
รอนานหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่า #ELLEMENrecords
ENTERTAINMENT
เป็นไลฟ์ที่เปี่ยมไปด้วยแพชชั่น,พลังและความฝัน
READ MORE
http://www.ellementhailand.com/wp-content/uploads/2018/08/Untitled-6-1024x1024.png